ข่าว

คุก!ตลอดชีวิตอดีตผู้นำเผด็จการอียิปต์

คุก!ตลอดชีวิตอดีตผู้นำเผด็จการอียิปต์

02 มิ.ย. 2555

ศาลพิเศษในกรุงไคโร พิพากษาจำคุก "ฮอสนี มูบารัก" อดีตผู้นำอียิปต์ และอดีตรัฐมนตรีมหาดไทย ฐานออกคำสั่งสังหารผู้ประท้วงขับไล่อดีตผู้นำลงจากตำแหน่งในเหตุการณ์อาหรับสปริงปีที่แล้ว

          2 มิ.ย. 55  สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาลพิเศษในกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ มีคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตนายฮอสนี มูบารัก อดีตประธานาธิบดีอียิปต์ ที่ถูกประชาชนเรือนล้านชุมนุมขับไล่ออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ปิดฉากผู้นำเผด็จการที่ครองอำนาจการบริหารอียิปต์มานานกว่า 30 ปี ซึ่งศาลพิเคราะห์หลักฐานแล้วมีความเห็นว่า นายมูบารัก และนายฮาบิบ อัล อัดลี รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย (สมัยนั้น) มีความผิดจริงฐานออกคำสั่งให้ปราบปรามผู้ชุมนุมอย่างรุนแรง จนทำให้ผู้ชุมนุมที่ขับไล่นายมูบารักเสียชีวิตอย่างน้อย 850 คน บาดเจ็บกว่า 6,000 คน 

          นายมูบารัก วัย 84 ปี ถูกนำตัวเข้าฟังคำพิพากษาทั้งที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้พิเศษ เนื่องจากอาการป่วย มีสีหน้าเคร่งเครียดแม้จะสวมแว่นตาดำปกปิดดวงตาไว้ ระหว่างการฟังคำพิพากษา ขณะที่ทนายของนายมูบารัก และนายอัล อัดลี ยืนยันว่าจะยื่นเรื่องอุทธรณ์ในคดีนี้ต่อไป

          ทั้งนี้ นายมูบารักเป็นอดีตผู้นำชาติอาหรับคนแรกที่ถูกไต่สวนคดีภายในประเทศ และถูกลงโทษด้วยการจำคุกตลอดชีวิต 

          อย่างไรก็ตาม ศาลพิเศษได้ตัดสินให้นายมูบารักและบุตรชายทั้งสอง ได้แก่ นายกามาล และนายอัลลา มูบารัก พ้นความผิดในคดีคอรัปชั่น แต่ลูกชายของนายมูบารักทั้งสองคนยังคงถูกดำเนินคดีข้อหาลักลอบใช้ข้อมูลภายใน ในการซื้อขายหุ้นทำให้เกิดการได้เปรียบนักลงทุนรายอื่น ขณะเดียวกันศาลได้พิพากษาให้เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง 6 คนที่ถูกดำเนินคดีสังหารผู้ชุมนุมประท้วงขับไล่นายมูบารักพ้นความผิดด้วยเช่นกัน

          ส่วนบรรยากาศภายนอกศาลพิเศษเต็มไปด้วยผู้ชุมนุมที่สนับสนุน และต่อต้านนายมูบารัก ที่มาชุมนุมกันเพื่อรอฟังผลการตัดสิน จนเกิดการปะทะกัน โดยทั้งสองกลุ่มพยายามจะบุกเข้าไปภายในศาล หลังจากที่ศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำงานอย่างหนักในการห้ามปรามกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสอง

          ผู้พิพากษาอาห์เหม็ด ไรฟาท ผู้พิพากษาในคดีดังกล่าวระบุในคำพิพากษาว่า ช่วงเวลาที่นายมูบารักบริหารประเทศเป็นช่วง 30 ปีแห่งความมืดบอด และเป็นช่วงค่ำคืนอันเลวร้ายที่แสนจะมืดมิด ทำให้ประชาชนต้องลุกฮือขึ้นมากดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยผู้ชุมนุมประท้วงขับไล่นายมูบารัก ดำเนินการประท้วงอย่างสันติ เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยจากผู้นำที่กุมอำนาจอยู่ในมืออย่างเหนียวแน่น

          ทั้งยังระบุว่านายมูบารักและนายอัล อัดลี ไม่ได้กระทำการใดๆ ที่จะหยุดยั้งการสังหารประชาชนในช่วง 18 วันของการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ จนทำให้ประชาชนในกรุงไคโร และเมืองใหญ่ของประเทศเสียชีวิตอย่างน้อย 850 คน

 

 

----------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)

----------