
ไลฟ์สตางค์:'ศิษย์เก่าช่วยศิษย์ใหม่'
คอลัมน์ ไลฟ์สตางค์ : 'ศิษย์เก่า ช่วยศิษย์ใหม่' : โดย ... ชัยพล กฤตยาวาณิชย์ [email protected]
สัปดาห์ที่แล้ว ผมเกริ่นเรื่องเงินสะพัดช่วงเปิดเทอม ที่ว่ากันว่าเม็ดเงินเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งก็มาจากค่าครองชีพที่แพงมากขึ้น ไหนจะค่าเล่าเรียน ค่าหนังสือ ค่าเสื้อผ้า และจิปาถะ
พร้อมๆ กัน ผมก็ได้เล่าย่อๆ ถึงวิธีคิดในเรื่องกู้หนี้ยืมสิน และวิงวอนไม่ให้กู้นอกระบบ เพราะไม่เพียงไม่มีผลดี แต่ยังจะนำผลเสียมาให้เป็นร้อยพันเท่าด้วยซ้ำไป
ผมยังสัญญาต่อว่าสัปดาห์นี้ จะเอาเงินกู้การศึกษาแบบหนึ่งที่ได้มีการทำแล้วที่เมืองนอก อย่างเป็นล่ำเป็นสัน และมีแนวคิดค่อนข้างน่าสนใจ มาเล่าสู่กันฟังด้วยครับ
คอนเซ็ปต์ที่ว่าเขาเรียก ‘โซไฟ” (SoFi) ที่มาจาก “โซเชียล” กับคำว่า “ไฟแนนซ์” ซึ่งใช้กันมากในมหาวิทยาลัยที่อเมริกา ขณะนี้ก็มีกว่าสามสิบแห่ง และแต่ละที่ก็เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งนั้น
วิธีการก็ไม่ยากครับ มหาวิทยาลัยรู้ว่า ทุกๆ ปี จะมีนักศึกษา ผู้ปกครองที่เดือดร้อนเรื่องเงิน ครั้นจะกู้ไฟแนนซ์ก็อาจได้ดอกเบี้ยสูง หรือไม่ลงตัว จะด้วยปัจจัยอะไรก็ตาม
โซไฟจึงเป็นเสมือนที่ที่ใช้พลังของเน็ตเวิร์ก เชื่อมโยงศิษย์เก่า มหาวิทยาลัย และนักศึกษาให้มาเจอกัน เป็นสามเหลี่ยมอรรถประโยชน์ ที่มุ่งให้ทุกคนได้รับสิ่งดีๆ ด้วยกัน
ข้างศิษย์เก่าที่จบไปแล้ว เมื่อทำงานทำการมีเงินเดือน มีรายได้ ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนในโลกก็ร่วมโครงการได้ โดยขนเอาเงินบนหน้าตักเข้ามาลงทุน ปล่อยให้นักศึกษาหรือผู้ปกครองได้กู้ข้อแม้นิดเดียว คือต้องยอมคิดดอกเบี้ยคงที่ที่ไม่แพง ให้ราคาเย้ายวนใจกว่าการกู้ในตลาด
หลายคนถามผมว่า คนปล่อยกู้แล้วได้อะไร? ก็ง่ายๆ ครับ ดอกเบี้ยนั้นๆ ก็ไม่ได้หนีไปไหน จะคืนกลับเป็นผลตอบแทนให้คนกู้ได้รับ ซึ่งแลดูอาจไม่มากมาย เพราะถือเป็นความดี ความช่วยเหลือที่ตั้งใจให้แก่รุ่นน้อง แต่ยังไงซะ โดยธรรมชาติ ก็ย่อมต้องสูงกว่าเอาเงินไปฝากแบงก์กินดอก
ข้างนักศึกษา และผู้ปกครองก็ตรงตัวครับ ไม่ต้องดิ้นรน กระเสือกกระสนไปไหน ในเมื่อมีค่าใช้จ่ายต่อเทอมค่อนข้างสูง และไม่ประสงค์จะกู้ที่ไหนแพง ก็เลือกกู้กับโซไฟซะ
ข้อดีอีกข้อ คือเด็กรุ่นใหม่ก็สามารถสร้างคอนเนกชั่นกับศิษย์เก่าโดยปริยาย และก็ไม่เฉพาะแค่เรื่องเงินกู้ที่ได้ อนาคตยังสามารถช่วยเหลือ หางาน หรือสร้างสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ อีกด้วย
ส่วนของมหาวิทยาลัยเองก็สบายครับ ในเมื่อมีคนมาสนับสนุนเงินให้กู้ ก็เท่ากับไม่ต้องเสี่ยงปล่อยเงินเอง ไม่ต้องแบกรับภาระเรื่องหนี้ การเรียนการสอนก็ไม่สะดุด
เท่าที่ผมเช็ก เชื่อว่าเมืองไทยยังไม่เคยมีแนวคิดนี้มาก่อนแหล่งเงินกู้การศึกษาบ้านเรา ก็หนีไม่พ้น กยศ. หรือการกู้ในระบบที่เป็นสินเชื่อการศึกษากับธนาคาร หรือสินเชื่อเงินสด ไม่มีหลักประกัน การกดจากบัตรเครดิต และการเข้าโรงจำนำต่างๆ
ผมชวนให้มหาวิทยาลัยลองใช้แนวคิดนี้ดูครับ จะเริ่มจากมหาวิทยาลัยเอกชนก็ได้ เพราะมีระบบการจัดการที่อาจสะดวกรวดเร็ว ไม่ล่าช้า
สำคัญตรงที่ศิษย์เก่าที่เป็นฟันเฟืองหลัก กับมหาวิทยาลัยต้องเอาแน่ เอาจริง เป็นตัวตั้งตัวตี ค่อยๆ ตีโจทย์ ศึกษาความเป็นไปได้ ดูข้อควรระวังให้ครบ โดยอาจทำเป็นโครงการทดลองนำร่อง แล้วค่อยๆ ประเมิน ก่อนทำใหญ่ภายหลัง
ผมเชื่อเองว่า ถ้ามีจริง นักศึกษาคงดีใจ เพราะเท่ากับมีทางเลือกอีกทาง ที่บริหารจัดการ และทำให้เด็กไทยได้เรียน เพื่ออนาคตตัวเองสมความตั้งใจ
ลองดูนะครับ ผมสนับสนุนเต็มที่ เพราะโมเดลนี้ดีกับทุกฝ่าย เป็นสามเหลี่ยมอรรถประโยชน์จริงๆ
----------
(หมายเหตุ : คอลัมน์ ไลฟ์สตางค์ : 'ศิษย์เก่า ช่วยศิษย์ใหม่' : โดย ... ชัยพล กฤตยาวาณิชย์ [email protected])
----------



