ข่าว

'คมคาย อุดรพิมพ์' สรรค์สร้างอุทยานเรียนรู้ฯ

'คมคาย อุดรพิมพ์' สรรค์สร้างอุทยานเรียนรู้ฯ

02 มิ.ย. 2555

'คมคาย อุดรพิมพ์' สรรค์สร้างอุทยานเรียนรู้ฯ...เพื่อชุมชน : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น

                    ยุคสมัยนี้ผู้คนให้การยอมรับในบทบาทของผู้หญิงมากขึ้น แม้กระทั่งในสังคมต่างจังหวัด โดยเฉพาะกับตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) ซึ่งเป็นผู้หญิงได้เกิดขึ้นในหลายจังหวัด อย่าง ดร.คมคาย อุดรพิมพ์ นายก อบจ.หญิงคนแรก หญิงแกร่ง แห่งเมืองตักศิลา "มหาสาคาม"

                    จากอุดมการณ์และความตั้งใจอันแน่วแน่ สายเลือดนักการเมือง ลูกสาวนายลำพอง พิลาสัมบัติ อดีต ส.ส. ส.ว.นครราชสีมา หลายสมัย และสามีคือ ดร.ยิ่งยศ อุดรพิมพ์ อดีตนายก อบจ.มหาสารคาม ทำให้ชีวิตของเธอผูกพันเรียนรู้ด้านการเมืองมาตั้งแต่เยาว์วัย เมื่อเติบใหญ่ก็มีตำแหน่งทางการเมือง ทั้ง ส.จ. ส.ว. เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีหลายกระทรวง ทำให้เข้าใจถึงความต้องการของประชาชนเป็นอย่างดี

                    เมื่อได้รับเลือกตั้งเข้ามาบริหารงาน ดร.คมคาย จึงเดินหน้าดูแลประชาชน โดยเน้นย้ำเรื่องปากท้อง ความเป็นอยู่ ที่ทุกคนต้องได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง อีกทั้งเมื่อเกิดภัยทั้งเธอและทีมงานจะต้องรีบเข้าไปบรรเทาความเดือดร้อนในทันที  

                    โดยผลงานที่โดดเด่นซึ่งทำเป็นรูปธรรม นายก อบจ.หญิง บอกว่า การก่อตั้งอุทยานการเรียนรู้มหาสารคาม โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มาทรงเป็นประธานเปิดป้ายเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2554 สิ่งนี้ได้สร้างความปลาบปลื้มปีติยินดีแก่พสกนิกรชาวเมืองมหาสารคาม ที่ได้มีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จ ชื่นชมพระบารมีพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด

                    "อุทยานเรียนรู้แห่งนี้ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ระหว่างจังหวัดมหาสารคาม องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกันดำเนินการโดยใช้ศาลากลางหลังเดิม ซึ่งมีสภาพทรุดโทรมและไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน มาปรับปรุงซ่อมแซม และปรับภูมิทัศน์ให้สวยงาม" ดร.คมคาย กล่าว

                    พร้อมกับแจงรายละเอียดในอุทยานว่า มีห้องทรงงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ ประกอบด้วย ห้องโถง ห้องทรงพระสำราญ ห้องสรง และห้องมหาดเล็ก

                    ในส่วนอื่นมีห้องอินเทอร์เน็ตปลอดภัย ห้องสมุดมีชีวิต ห้องนิทานสานฝัน เป็นห้องสำหรับเด็กที่ตกแต่งให้บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยสีสัน สนุกสนาน เน้นบรรยากาศสร้างสรรค์ เด็กสามารถเข้าใช้บริการในการอ่านหนังสือ เล่นเกมอัจฉริยะ ฟังนิทาน และของเล่นที่หลากหลาย เพื่อเป็นการเสริมสร้างจินตนาการและพัฒนาให้แก่เด็ก

                     "มีห้องฝึกอบรมคอมพิวเตอร์ เพื่อรองรับการจัดหลักสูตรการฝึกอบรมซึ่งใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นสื่อการเรียนการสอน พร้อมให้บริการหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน มีห้องอบรมสัมมนา สำหรับจัดกิจกรรมในการอบรมหรือสัมมนาทั่วไป พร้อมให้บริการหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน"

                    ดร.คมคายยังย้ำว่า ภายในอุทยานแห่งนี้ ยังมี พิพิธภัณฑ์เมืองมหาสารคาม แหล่งแสดงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเมือง โบราณสถาน และโบราณวัตถุที่สำคัญในรูปของนิทรรศการ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ให้ความรู้...มีห้องปฏิบัติการหุ่นยนต์ มีหุ่นยนต์ขนาดเล็กให้บริการแก่เยาวชนผู้สนใจในเทคโนโลยีเกี่ยวกับหุ่นยนต์ ฝึกทักษะในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และการเขียนโปรแกรม

                    "อีกจุดที่น่าสนใจในอุทยานคือ มีท้องฟ้าจำลอง ไว้เป็นแหล่งศึกษาระบบสุริยะจักรวาล ดาราศาสตร์ อวกาศ ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินกิจกรรมให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ โดยอาศัยสื่อผสม สื่อจำลอง และกระบวนการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จากกิจกรรมที่จัดขึ้นในแต่ละโอกาส"

                    รวมทั้งมีห้องเอ็มเค ซีนีเพล็กซ์ ที่ใช้ในการจัดแสดงภาพยนตร์สามมิติ ที่มีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์สำหรับเยาวชน...ปัจจุบันมี เด็ก เยาวชน นิสิต นักศึกษา และประชาชนผู้สนใจ หมุนเวียนมาใช้บริการเป็นจำนวนมากเกือบแสนคน คาดว่าอนาคตสถานที่แห่งนี้จะได้รับความสนใจจากผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

                    ส่วนการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปี 2558 ดร.คมคายบอกว่า เน้นเรื่องการศึกษาด้วยการพัฒนาหลักสูตร จัดอบรมครู นักเรียน โรงเรียนในสังกัดทั้ง 20 แห่ง ทำให้นักเรียนมีความพร้อมและมีผลสัมฤทธิ์ทางด้านการเรียนอยู่ในระดับที่ดีขึ้น

                    ทั้งมวลของการสรรค์สร้าง "อุทยานการเรียนรู้มหาสารคาม" ก็เพื่อติดอาวุธทางปัญหาให้เยาวชน ประชาชน นักท่องเที่ยว ได้รู้จักเมือง "ตักศิลา" มากยิ่งขึ้น เป็นการยกระดับการท่องเที่ยวของเมืองอีกทางด้วย

.......................................
('คมคาย อุดรพิมพ์' สรรค์สร้างอุทยานเรียนรู้ฯ...เพื่อชุมชน : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น)