
ปชป.นัดปราศรัยใหญ่ค้าน'ร่างปรองดอง'
ปชป. ปราศรัยใหญ่ ค้าน พรบ.ปรองดอง 5 โมงเย็น 2 มิ.ย. ขณะที่ "เสื้อหลากสี - สยามสามัคคี บลูสกาย" สลายการชุมนุมเชิญชวนไปร่วมฟัง ขณะที่ "ก่อแก้ว" โวยศาลรธน. รับเรื่องคัดค้านการแก้ รธน. มติแกนนำเสื้อแดงพร้อมรับสถานการณ์รัฐประหาร
1มิ.ย.2555 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงแนวทางการคัดค้านร่างพรบ.ปรองดองฯว่า พรรคยืนยันที่จะต่อต้านกฏหมายดังกล่าวเพราะมีเนื้อหาสาระส่อขัดรัฐธรรมนูญ อีกทั้งเป็นกระบวนการล้างผิดให้กับคนโกง คืนเงินให้กับคนชั่วและทำลายล้างกระบวนการนิติรัฐ นิติธรรมของชาติ เป็นการประหารรัฐครั้งยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย อีกทั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรมีพฤติกรรมลุแก่อำนาจ เร่งรีบ รวบรัด เพื่อให้มีการพิจารณากฏหมายดังกล่าว และอาจรวบรัดพิจาณา 3 วาระ
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า พรรคยืนยันในจุดยืน 3 ข้อ คือ1.ต่อสู้อย่างเต็มที่ตามแนวทางรัฐสภา 2.สนับสนุนประชาชนผู้ที่รักความถูกต้อง และต่อสู้กับความอยุติธรรม และออกมาใช้สิทธิ์เรียกร้องตามกฏหมายเพราะไม่ต้องการที่จะเห็นบ้านเมืองถูกทำลายหลักนิติรัฐ นิตธรรม ล้มล้างอำนาจของระบบศาลยุติธรรมและ 3. การจัดเวทีสานเสวนาให้ความรู้กับประชาชนอย่างเต็มที่ถึงสาเหตุที่คัดค้านในทุกพื้นที่ในประเทศไทย เพราะเชื่อว่าประชาชนหลายคนยังเข้าใจว่าเราออกมาขวางร่างพ.ร.บ.ปรองดองนี้เพราะอะไร
นายชวนนท์ กล่าวว่า โดยในวันที่ 2 มิ.ย. พรรคจึงได้จัดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ลานคนเมือง กทม. ตั้งแต่เวลา 17.00น เป็นต้นไป โดยใช้ชื่อว่า “ผ่าความจริง หยุดกฏหมาย ล้างผิดคนโกง” เพราะไม่ต้องการให้รัฐบาลหรือใครมาใช้คำว่า ปรองดอง มาบังหน้า สร้างความสับสนให้ประชาชนเข้าใจผิด กฏหมายฉบับนี้ไม่ใช่กฏหมายปรองดอง แต่เป็นกฏหมายทำลายชาติ ที่ตั้งใจล้างผิดคนโกง
"ผู้ที่จะขึ้นเวทีปราศรัย คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษา นายอภิรักษ์ เกษะโยธิน รองหัวหน้าพรรค นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนมารับฟังความจริงในการชำแหละร่างพ.ร.บ.ล้างผิดดังกล่าวเพื่อที่จะนำความจริงไปถ่ายทอด กับญาติ เพื่อนฝูงและคนรู้จักเพื่อให้สังคมไทยรู้เท่าทัน เพราะเชื่อว่ารัฐบาลนี้ยังไม่หยุดความพยายามที่จะผลักดันกฏหมายนี้ออกมาใช้ จึงขอให้ออกมาโดยเฉพาะคนต่างจังหวัดที่เดินทางเข้ามา" โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
"เสื้อหลากสี-สยามสามัคคี-บลูสกาย"สลายการชุมนุมแล้ว
ทั้งนี้เมื่อเวลา 16.00 น. การชุมนุมบริเวณแยกการเรือน ซึ่งเป็นการรวมตัวระหว่างกลุ่มเสื้อหลากสี กลุ่มสยามสามัคคี และกลุ่มผู้สนับสนรุนรายการโทรทัศน์บลูสกาย ชาแนล ได้ประกาศยุติการชุมนุม และประกาศชัยชนะหลังมีส่วนร่วมในการหยุดยั้งการพิจารณา พรบ.ปรองกอง
นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์แกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี กล่าวขอบคุณประชาชนที่ร่วมชุมนุมและเชิญชวนไปฟังการปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะให้ข้อมูลการคัดค้าน พรบ.ปรองดองในวันที่ 2 มิ.ย. และแยกย้ายกันกลับบ้าน
"ก่อแก้ว"โวยศาลรธน. ดันทุรังรับเรื่องแก้ รธน.
นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.เพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องขอให้สั่งระงับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ว่า เท่าที่ทราบศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจวินิจฉัยเรื่องนี้หรือไม่มีอำนาจรับเรื่องไว้ ตนไม่เข้าใจว่าทำไมออกมารูปนี้ได้ เข้าใจว่าเป็นความพยายามของเครือข่าย อำมาตย์ ที่ขัดขวางรัฐธรรมนูญ และยังดันททุรังรับเรื่องไว้ หากเป็นอย่างนี้ในอนาคตต้องทบทวนว่าเราต้องพิจารณาบทบาทหน้าที่หรือขอบเขตการใช้อำนาจแบบนี้อย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า คนเสื้อแดงจะกดดันเรื่องนี้หรือไม่ นายก่อแก้วกล่าวว่า เรื่องนี้สังคมต้องช่วยกันประจาน แต่จะออกมาหรือไม่คงยังไม่ถึงขนาดนั้น ต้องรอดูความชัดเจนและเหตุผลก่อนว่าคืออะไร หากเครือข่ายอำมาตย์เป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยใช้ช่องทางแบบนี้่ในอนาคตมองวว่าการทำหน้าที่ของศาล อาจจะถูกให้สอบเรื่องปฏิบัติหน้าที่มิชอบได้
ศาลรธน.รับ5คำร้องยับยั้งแก้ไขรธน.ไว้พิจารณา
ทั้งนี้เมื่อเวลา 15.15 น . ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าคณะทีมโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมด้วย นายสมฤทธิ์ ไชยวงศ์ โฆษกศาลรัฐธรรมนูญ แถลงถึงผลการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ ว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมพิจารณาคำร้องรวม 5 คำร้อง ประกอบด้วย คำร้องของพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว.สรรหา และคณะ ,นายวันธงชัย ชำนายกิจ ,นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ,นายวรินทร์ เทียมจรัส และนายบวร ยสินทร และคณะ กรณีคณะรัฐมนตรี รัฐสภา พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา ,รวมทั้งนายสุนัย จุลพงศธร และคณะ และนายภราดร ปริศนานันทกุล และคณะผู้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญซึ่งมีผลทำให้เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 อันเป็นการกระทำเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 68 ให้สิทธิแก่ผู้ที่ทราบถึงการกระทำอันเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ย่อมมีสิทธิให้มีการตรวจสอบการกระทำดังกล่าว จึงมีมติรับคำร้องไว้พิจารณาทั้ง 5 คำร้อง โดยให้รวมพิจารณาคำร้องไปในคราวเดียวกัน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ศาลมีคำสั่งให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แจ้งรัฐสภารอการดำเนินเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไว้ก่อนจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย
นอกจากนี้ให้คณะรัฐมนตรี รัฐสภา พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา , นายสุนัย จุลพงศธร และคณะ และนายภราดร ปริศนานันทกุล และคณะ มีหนังสือชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งสำเนาคำร้องและนัดคู่กรณีไต่สวนวันที่ 5- 6 ก.ค.2555 เวลา 09.30 น. ซึ่งจะเป็นการออกนั่งบัลลังก์ โดยในการไต่สวนหากได้ข้อเท็จจริง ครบถ้วน คณะตุลาการก็อาจนัดวันฟังคำวินิจฉัย ณ วันฟังคำวินิจฉัยได้เลย แต่หากข้อเท็จจริงยังไม่ครบถ้วนก็อาจมีการไต่สวนเพิ่มเติม
มติแกนนำเสื้อแดงพร้อมรับสถานการณ์รัฐประหาร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ณ ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว เสร็จสิ้นลงแล้วในช่วง14.00 น.ที่ผ่านมา โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง แถลงว่า จากเหตุการณ์ความวุ่นวายคัดค้านร่างพรบ.ปรองดองแห่งชาติในขณะนี้ ขอให้มวลชนเสื้อแดงอยู่ในที่ตั้ง เตรียมพร้อมรับสถานการณ์
"หากมีการรัฐประหาร ขอให้มวลชนเสื้อแดงออกมารวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยฟังแกนนำ 3 คนประกอบด้วย นางธิดา ถาวรเศรษฐ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และผมเท่านั้น และหากแกนนำ 3 คน ถูกจับกุมขอให้ฟังแกนนำรุ่นต่อไปทันที เพราะขณะนี้มีกระแสข่าวว่าอาจมีการรัฐประหาร ล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ภายในเดือนมิถุนายน" นายจตุพร กล่าว
"ปธ.กสม."ออกแถลงการณ์ห่วงการชุมนุมต้านปรองดอง
นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงการณ์ความห่วงใยเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมจากสถานการณ์การชุมชนกรณีคัดค้าน ร่าง พรบ.ปรองดองแห่งชาติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ว่า ตนได้รับทราบและติดตามข่าวเรื่องนี้มาโดยตลอด และมีความห่วงใยอย่างยิ่งต่อการรวมกลุ่มชุมนุม ซึ่งหวั่นเกรงว่าสถานการณ์ดังกล่าว อาจนำไปสู่ความรุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชนเหมือนการชุมนุมในอดีตที่ผ่านมา เพื่อให้การชุมนุมดำเนินไปด้วยความสงบและเรียบร้อย ในนามของประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งมีบทบาทและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในอันที่จะส่งเสริมการเคารพและปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนและปกป้องหลักการเคารพ ต่อสิทธิในชีวิตและร่างกายอันจะละเมิดมิได้
ส.นักข่าวฯแนะสื่อฯยึดหลักการ5ข้อทำข่าวม็อบค้านพรบ.ปรองดอง
คณะกรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง การรายงานข่าวสถานการณ์ชุมนุมความว่า จากเหตุการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน นับตั้งแต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒2550 และโดยเฉพาะการเสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ. .... ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ทำให้เกิดความขัดแย้งทั้งในและนอกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีแนวโน้มบานปลายเป็นสถานการณ์ยืดเยื้ออันสืบเนื่องมาจากการชุมนุมของประชาชนที่คัดค้านร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว กอรปกับบทเรียนที่ได้เคยเกิดขึ้นมาแล้วจากสถานการณ์ในอดีต
ด้วยเหตุดังกล่าว คณะกรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีความห่วงใยการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกที่อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดหรือยุยงส่งเสริมให้เกิดความแตกแยกอันเนื่องมาจากการรายงานข่าวเชิงแข่งขัน การใช้ความรู้สึกนึกคิดส่วนตัว โดยเฉพาะการใช้สื่อสังคมออนไลน์ อาทิ ตั้งคำถามทำนองการชุมนุมเป็นการสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน และไม่ตรวจสอบข่าวที่อ่อนไหวต่อสังคม จึงขอให้สมาชิกระลึกถึงหน้าที่ของตนตามข้อบังคับสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ



