ข่าว

'เต้น'ไล่'มาร์ค'ลาออกจากหน.ปชป.

'เต้น'ไล่'มาร์ค'ลาออกจากหน.ปชป.

01 มิ.ย. 2555

"ณัฐวุฒิ" ไล่ "มาร์ค" พ้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จี้แสดงความรับผิดชอบ "โฆษกรบ."จวก"ปชป."ใช้เวลา 2 วันทำลายศักดิ์ศรีพรรคที่สร้างสมกว่า 60 ปี ด้าน"นพดล" จวก "มาร์ค" ทิ้งหลักการ ทำทุกอย่างหวังเข้าสู่อำนาจ

           วันที่ 1 มิ.ย.55  นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะแกนนำนปช.แถลงข่าวถึงการชุมนุมคัดค้าน พ.ร.บ.ปรองดอง และพฤติกรรมของพรรคประชาธิปัตย์ในสภาว่า ภาพที่ปรากฏสร้างความเจ็บปวดและน่าเศร้า สำหรับประชาชนที่ต้องเห็นภาพ ส.ส.แสดงพฤติการณ์หลากหลายรูปเเบบเช่นคุกคามนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร   นอกจากนี้ประชาชนคาดหวังว่าหลังเหตุการณ์วันแรก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์น่าจะเต็มไปด้วยสำนึกรับผิดชอบต่อรัฐสภาและปรามลูกพรรคไม่ให้ก่อเหตุ  แต่กลับตรงข้ามวันที่สองเหตุการณ์กลับหนักกว่า จากนั้นนายอภิสิทธิ์เรียกประชุมส.ส.  ต่อมานายอภิสิทธิ์แถลงว่าเห็นชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น และส่งสัญญาณว่าหากประชุมอีกก็จะกระทำอีก
  
          “สิ่งที่เกิดขึ้นมันเกินกว่าคำว่าผิดหวังในบทบาทของนายอภิสิทธิ์ในสายตาประชาชน มันไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์พรรคประชาธิปัตย์ที่อ้างว่าเสียสละ  แต่มันทำลายระบบรัฐสภาและนิติบัญญัติ  เป็นสิ่งที่นายอภิสิทธิ์ไม่อาจรับผิดชอบได้ การทำเช่นนี้เสมือนเพื่อส่งสัญญาณว่าการเมืองในระบบไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะเกิดความวุ่นวาย และเปิดทางให้อำนาจนอกระบบหรือไม่ ขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และขอให้อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ประชุมหารือท่าทีในเรื่องนี้และมีมติไล่นายอภิสิทธิ์ออกจากหัวหน้าพรรค" นายณัฐวุฒิกล่าว
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดรัฐบาลจึงเร่งเลื่อนระเบียบวาระนี้ขึ้นมาพิจารณาก่อน  นายณัฐวุฒิกล่าวว่าทุกขั้นตอนมาตามระเบียบที่รัฐสภากำหนดไว้ให้กระทำได้ทั้งเร่งรัดหรือล่าช้า ยืนยันไม่มีขั้นตอนในขัดต่อกฎระเบียบ  การเลื่อนวาระเร่งด่วนมาพิจารณานั้นเกิดทุกสมัยการประชุมรวม
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่าจำเป็นต้องย้ายสถานที่ประชุมหรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ไม่จำเป็น  วันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีมาทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล  ส่วนที่รัฐสภา ส.ส.เป็นตัวแทนประชาชนต้องประชุมที่นั่น
 
          “การเร่งสถานการณ์ในช่วงสองวันที่ผ่านมามันผิดปกติ  สังคมควรคิดว่ามีสิ่งใดซ่อนอยู่เบื้องหลัง”นายณัฐวุฒิกล่าว

 

 

"โฆษกรบ."จวก"ปชป."ใช้เวลา 2 วันทำลายศักดิ์ศรีพรรคที่สร้างสมกว่า 60 ปี

           นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวถึงกรณีความวุ่นวายตลอด 2วันที่ผ่านมาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า พรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ใช้เวลาเพียง 2 วัน ทำลายเกียรติยศ ศักดิ์ศรีของพรรคที่เป็นสถาบันการเมืองเก่าแก่กว่า 60 ปี ลงอย่างราบคาบ ชนิดที่บรรพบุรุษ ผู้ก่อตั้งพรรคต้องร่ำไห้ แสดงให้เห็นถึงการนิยมใช้ความรุนแรงดิบเถื่อนที่ฝังอยู่ในดีเอ็นเอของคนพรรคนี้บางส่วน ตั้งแต่รองโฆษกหญิงของพรรคกระโดดถีบ สส.ชายของพรรคตรงข้าม การขึ้นไปล้อมกรอบ ฉุดกระชากประธานสภา แย่งยึดเก้าอี้ ขว้างปาของใส่ประธานสภาฯ ขณะนั่งทำหน้าที่อยู่บนบัลลังก์ การวิ่งเข้าไปบีบคอเพื่อน สส.จนต้องรักษาโดยการเข้าเฝือกอ่อน แล้วพี่ชายออกมาบอกว่าล้อกันเล่น พฤติกรรมที่ทำตัวเป็นหัวหน้าม็อบในสภาแบบนี้ ประชาชนต้องช่วยกันพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่ และเมื่อเราพิจารณาอย่างละเอียดถ่องแท้ จะเห็นเลยว่ายุทธศาสตร์ประกาศพื้นที่ใช้กระสุนจริง ยิงใส่ประชาชนราวกับทุ่งสังหาร ไม่ใช่เรื่องผิดวิสัย เหนือความคาดหมาย เพราะพวกเขาบ่มเพาะความรุนแรงกันมาแบบนี้ ถือว่าคุณภาพสมราคา ทั้งที่ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติถือเป็น 1 ใน 3 ของโครงสร้างหลักของประเทศ ซึ่งประธานสภาฯได้รับแต่งตั้งภายใต้พระปรมาภิไธย การแสดงออกเช่นนี้ ถือเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือไม่

           นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ไม่มีแล้ว เผด็จการรัฐสภา มีแต่อันธพาลเสียงข้างน้อยที่ไม่ยอมเลิกรา และมีแต่จะหนักข้อขึ้นทุกวัน อย่างไรก็ตามอยากฝากไปถึงพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศว่า วันนี้รัฐบาลยังมีสมาธิ มุ่งมั่น พร้อมทำงานเพื่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชนต่อไป การพิจารณากฎหมายเป็นการทำงานตามหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งถ้าประเมินสถานการณ์กันแล้ว ไม่สามารถดำเนินการได้ ก็ต้องแสวงหาแนวทางที่จะลดความขัดแย้ง เพื่อไม่ให้ทุกฝ่ายเกิดความเข้าใจผิด เพราะมีกลุ่มรอสร้างสถานการณ์ซ้ำเติมประเทศอยู่มาก การทำหน้าที่บริหารของรัฐบาล กับหน้าที่นิติบัญญัติของสภานั้นแยกส่วนและไม่เชื่อมโยงกัน

 

 

"นพดล" จวก "มาร์ค" ทิ้งหลักการ ทำทุกอย่างหวังเข้าสู่อำนาจ

           นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ส่งอีเมล์ถึงสื่อมวลชนถึงกรณีการขัดขวางการประชุมสภาของพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงการประชุมสภาผู้เเทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พรบ.ปรองดองเเห่งชาติ เมื่อสองวันที่ผ่านมาว่า  กรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านบอกว่า ยอมเสียภาพลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อขัดขวางร่าง พรบ.ปรองดองเเห่งชาติ และกรณีที่ นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ สส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กับนายอภิสิทธิ์  ประกาศจะขัดขวางกฎหมายทุกวิถีทาง รวมถึงเรียกร้องให้ประชาชนออกมาประท้วงเพื่อขวางร่าง พรบ.ปรองดองเเห่งชาติ  สะท้อนให้ประชาชนเห็นตัวตน ของนายอภิสิทธิ์ ว่า เป็นนักการเมืองที่ยอมทิ้งหลักการ ไม่เคารพกติกา พฤติกรรมของนายอภิสิทธิ์ ทำให้ประชาชนตาสว่างทั้งแผ่นดินว่า   แก่นแท้และตัวตนของนายอภิสิทธิ์ นั้นแตกต่างจากภาพลักษณ์ที่พยายามสร้างว่าเป็นนักประชาธิปไตยและยึดมั่นในหลักการโดยสิ้นเชิง  
 
           "ทำให้เห็นว่า นายอภิสิทธิ์ พร้อมจะทิ้งหลักการและพร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้ตนเองเข้าสู่อำนาจและบรรลุเป้าหมายโดยไม่สนใจว่าเป็นการทำลายกระบวนการทางรัฐสภา และเพื่อจะเอาชนะฝ่ายตรงข้ามโดยไม่สนใจรัฐธรรมนูญ ข้อบังคับสภาและ มารยาทและความดีงามทั้งปวงของระบอบประชาธิปไตย แต่ก็พร้อมใช้วิธีการปลุกม็อบเคลื่อนไหวนอกรัฐสภาและพฤติกรรมที่ลูกพรรคประชาธิปัตย์ได้ใช้กำลังคุกคาม หยาบคาย ทำร้ายและกระชากเก้าอี้ประธานสภาฯ  เป็นพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายและสะเทือนใจ นักประชาธิปไตยเป็นอย่างมาก" นายนพดล กล่าว
          
           นายนพดล กล่าวต่อว่า การพิจารณาในสภาขั้นเลื่อนระเบียบวาระฯเป็นการพิจารณาขั้นต้นเท่านั้น แต่ สส.พรรคประชาธิปัตย์ คัดค้านอย่างเอาเป็นเอาตาย ตีรวน  คุกคาม และทำร้ายนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้เเทนราษฎรและ สส.พรรคเพื่อไทย  ราวกับการกระทำของม็อบการเมือง ทั้งๆที่การพิจารณากฎหมายนั้นมีการพิจารณาอีกหลายขั้นตอนและยังมีการพิจารณาทางวุฒิสภาอีกด้วย และยังสามารถแก้ไขปรับปรุงถ้อยคำได้  นายอภิสิทธิ์ และ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ควรมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ เพราะในสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็ได้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเอาเปรียบพรรคอื่นก่อนการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยก็อดทนและยอมเข้าสู่สนามการเลือกตั้งทั้งๆที่ตนเองเสียเปรียบ
 
           "เพราะฉะนั้น เมื่อพรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้งแล้วเป็นเสียงข้างน้อยก็ต้องยอมรับกติกาประชาธิปไตยที่เคารพเสียงส่วนใหญ่เพราะฉะนั้นคำพูดที่บอกว่า เสียงข้างมากลากไป จึงไม่ถูกต้องจะมีจริงก็พวกเสียงข้างน้อยคอยรังควาญ และตีรวน     ซึ่งเราจะยอมให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นไม่ได้ในระบอบประชาธิปไตยที่เสียงข้างน้อยจับสภาฯเป็นตัวประกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายของตนเอง"นายนพดลกล่าว