ข่าว

ผกก.ขอร้อง"ชูวิทย์"อย่าเข้าใจตำรวจผิด

ผกก.ขอร้อง"ชูวิทย์"อย่าเข้าใจตำรวจผิด

17 พ.ค. 2552

"ชูวิทย์"พาลูกชายขึ้น สน.คลองตันเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาทำร้ายร่างการนิสิตปี 1 จุฬาฯก่อนจะพากลับบ้าน อ้างไม่มีนายตำรวจบนโรงพัก จี้ตำรวจคุมเข้มสถานบันเทิง

 กรณีนายอิทธิ  วรวุฒิ  นิสิตชั้นปีที่ 1  คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.คลองตันว่าถูกนายต้นตระกูลและนายเติมตระกูล   ลูกชายของนายนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์  ทำร้ายร่างกาย ภายในร้านกรุ๊ฟรูม  ปากซอยเอกมัย 21 และนายชูวิทย์ได้ออกมาโต้ว่าทำไมทางร้านเปิดให้เด็กเข้าไปในร้านได้และรปภ.ของทางร้านทำเกินไปที่นำเครื่องช็อตไฟฟ้าช็อตลูกชายนั้น

 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 พ.ค.นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ พร้อมด้วยนายต้นตระกูลและนายเติมตระกูลเดินทางมาที่สน.คลองตัน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและรับทราบข้อกล่าวหา แต่กลับไม่พบเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นพนักงานสอบสวนอยู่ในสน.เลย จึงให้สัมภาษณ์กับทางสื่อมวลชนแล้วเดินทางกลับไป

 นายชูวิทย์กล่าวว่า วันนี้ตนได้พาลูกชายทั้ง 2 คนมารับทราบข้อกล่าวหา พร้อมให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในเรื่องนี้ตนไม่ขอพูดอะไรมาก เพราะตนนั้นเลี้ยงลูกได้ดีที่สุดแล้ว แต่เด็กมาบอกว่าจะไปกินหมูกะทะกัน  ตนเลยปล่อยให้ไป จะให้ไปตามเฝ้าดูตลอด 24 ชั่วโมงคงเป็นไปไม่ได้  ก็แล้วแต่สังคมจะคิดว่าลูกตนกับทางร้านค้าใครผิดกว่ากัน  ตนก็ไม่ได้ว่าสังคมแต่ที่เป็นเรื่องขึ้นมา เพราะเป็นลูกชูวิทย์  ลูกชายตนคนโตเรียนอยู่เอแบค ส่วนคนรองเพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยศิลปากรก็อยากจะวอนให้ท้องที่เข้มงวดกวดขันกับทางร้านค้าสถานบันเทิงให้มากกว่านี้  ส่วนลูกของตนจะถูกหรือผิดก็ว่าไปตามนั้น  เพราะลูกของตนก็เป็นลูกชาวบ้าน  ซึ่งวันนี้เดินทางมาถึงตั้งแต่เช้า ยังไม่พบเจ้าหน้าที่ตำรวจยศ พ.ต.ต. ขึ้นไปอยู่ในสน. เห็นแล้วรู้สึกเศร้าใจ 

 ด้านนายต้นตระกูล กล่าวว่า  ก่อนเกิดเหตุตนกับน้อง ได้เข้าไปในร้านกรุ๊ฟรูม เพราะรู้จักกับเพื่อนกลุ่มเด็กจุฬาฯในวันนั้นนิสิตจุฬาฯ ได้มาเช่าร้านจัดงานการกุศล หาเงินไปออกค่ายอาสาต่างจังหวัด โดยมีการเปิดขายบัตรบริเวณหน้างานในราคา 600 บาท  เมื่อไปถึงตนก็นั่งอยู่อยู่บริเวณชั้น 1  แล้วได้ยินเสียงดังขึ้นมาเหมือนมีการทะเลาะวิวาทกันเกิดขึ้นเลยเข้าไปดู  แล้วถูกลูกหลงเข้ามีแผลแตกที่ศีรษะ อีกทั้งเมื่อรปภ. ของร้านเข้ามาระงับเหตุยังนำเครื่องช็อตไฟฟ้า มาช็อตตนกับน้องอีก  หลังจากนั้นจึงรีบกลับบ้านทันที ตื่นมาตอนเช้าเห็นข่าวว่าตนไปมีเรื่องในร้าน รู้สึกงงมาก จึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อฟัง จากนั้นก็ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลพระราม 9 พ่อยังบอกว่าไม่ต้องไปแจ้งความหรอกไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่โต 

ผกก.ขอร้อง"ชูวิทย์"อย่าเข้าใจตำรวจผิด

ด้าน พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ อรัญวัฒน์ ผกก.สน.คลองตัน กล่าวถึงกรณีที่นายชูวิทย์กล่าวหาว่าไม่มีเจ้าหน้าตำรวจระดับสูงอยู่ในโรงพักหลังจากที่พาบุตรชายทั้ง 2 คนคือนายต่อตระกูลกับนายต้นตระกูล กมลวิศิษฎ์ เข้ารับทราบข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายนายอิทธิ ว่า ตามที่นายชูวิทย์กล่าวถึงกรณีที่ไม่มีตำรวจระดับสูงอยู่ในโรงพักในระหว่างที่พาบุตรชายทั้ง 2 คนเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับทางพนักงานสอบสวนนั้นเรื่องนี้ตนไม่ได้รับการประสานจากนายชูวิทย์ว่าจะพาบุตรชายทั้ง 2 คนเข้ามาพบพนักงานสอบสวนในวันนี้( 17 พ.ค.) แต่มาทราบจากพนักงานสอบสวนในภายหลังว่านายชูวิทย์เดินทางมาที่โรงพักจึงได้มอบหมายให้ทางรองผกก.สืบสวนสอบสวนมาดูแลความเรียบร้อยพร้อมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบคดีดังกล่าวให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย

 "ตำรวจที่อยู่โรงพักรายงานให้ผมทราบว่านายชูวิทย์เดินทางมาโรงพักจริงแต่กลับไปแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่หน้าโรงพักหลังจากแถลงข่าวเสร็จนายชูวิทย์ก็พาลูกชายทั้ง 2 คนเดินทางกลับทันทีโดยไม่ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด ส่วนผมเมื่อทราบข่าวตอนแรกก็ได้มอบหมายให้รองผกก.สืบสวนสอบสวนเดินทางมาทันทีแต่ก็ไม่ทันนายชูวิทย์กลับไปเสียก่อน และเรื่องนี้ก็อยู่ระหว่างการออกหมายเรียกเท่านั้นไม่ได้เป็นการออกหมายจับเป็นคดีเพียงเล็กน้อยไม่มีอะไรเลย" พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ กล่าว

 ผกก.สน.คลองตัน กล่าวในตอนท้ายว่า อยากจะฝากไปถึงนายชูวิทย์ด้วยว่าอย่าเข้าใจตำรวจผิดไปเลยขอให้เข้าใจว่าตำรวจก็ทำตามหน้าที่ ผู้เสียหายคือนายอิทธิ ที่ถูกบุตรชายทั้ง 2 ของนายชูวิทย์ทำร้ายร่างกายนั้น นายอิทธิก็ได้นำใบรับรองแพทย์และรูปถ่าย มาเป็นหลักฐานในการแจ้งความดำเนินคดีกับบุตรชายนายชูวิทย์ และขอยืนยันว่าเรื่องนี้ตำรวจไม่ได้จัดฉากแต่อย่างใด