ข่าว

 ด่านเร็ว-ด่านช้า และอาชญากรรมบนแท็กซี่

ด่านเร็ว-ด่านช้า และอาชญากรรมบนแท็กซี่

01 มิ.ย. 2555

ด่านเร็ว-ด่านช้า และอาชญากรรมบนแท็กซี่ : เลียบค่าย โดย [email protected]

           ตั้งใจจะเขียนถึงด่านตรวจจับความเร็วตั้งแต่ต้นเดือนก็มีเหตุให้ต้องพูดถึงเรื่องสำคัญๆ ก่อน มาวันนี้ได้ทีเลยอยากจะพูดถึงสักนิด
 
              ต้นเดือนผมเดินทางขึ้นเหนือก่อนถึงทางเลี่ยงเมืองนครสวรรค์จู่ๆ ต้องเบรกกันตัวโก่ง เพราะรถติดวินาศสันตะโร นึกว่าเกิดอุบัติเหตุ แทบจะไม่ขยับ นึกว่าอยู่ในกรุงเทพฯ
 
              ขับมาได้เกือบ 1 กิโลเมตรถึงเจอต้นตอ ตำรวจทางหลวงนำกรวยมากั้นจากถนน 3 เลนกับอีก 1 ไหล่ทางเหลือแค่ช่องทางเดียว มีตำรวจ 3-4 นายมาคอยเรียกจับปรับ
 
              หันซ้ายหันขวาจะดูว่านายตำรวจสัญญาบัตรอยู่กันตรงไหนก็เห็นนั่งอยู่ในศาลาข้างทาง 2 นายนั่งคุยนั่งหัวร่อกันอยู่ โดยไม่รับรู้ว่าเจ้าด่านนี้มันส่งผลต่อการจราจรขนาดไหน
 
              ผมเข้าใจนะครับในการทำหน้าที่ แต่ควรจะพิจารณาดูข้อเท็จจริงด้วย !?!
 
              ด่านตรวจจับความเร็วใหญ่ๆ แบบนี้มีอีกที่ที่สีคิ้ว นครราชสีมา ที่นั่นดีหน่อยจาก 3 เลนเหลือ 2 เลน แล้วนำกรวยมาตั้งแบ่งเลนให้รถที่ไม่ผิดผ่านไปได้
 
              ส่วนขากลับนี่ยิ่งไปกันใหญ่ มีทั้งด่านตรวจเร็ว ด่านตรวจสิ่งผิดกฎหมาย จากนครสวรรค์ยังไม่ถึงอ่างทองปาเข้าไป 3 ด่าน ทั้งทางหลวงทั้งท้องที่ ลองโทรปรึกษากันก่อนดีไหมครับ ชาวบ้านจะได้ไม่เดือดร้อน
 
              อย่าหาว่าด่าเลยครับคิดว่าติเพื่อก่อกันดีกว่า !!?
 
              อีกเรื่องอยากเตือนบรรดาผู้หญิงสักหน่อย ช่วงนี้มีข่าวแท็กซี่ข่มขืนผู้โดยสารหญิงอยู่บ่อยๆ เวลาขึ้นแท็กซี่ให้อยู่กับตัวเองและปัจจุบัน
ไม่ใช่จมจ่อมอยู่กับโลกออนไลน์ ใจจดจ่ออยู่กับแป้นบีบี เรื่องนี้สำคัญนะครับ คอยสังเกตสังการอบๆ ข้างเอาไว้ ทั้งเลขทะเบียนรถภาษาไทย-ภาษาอังกฤษ ชื่อ-นามสกุลคนขับ และสถานที่รอบข้าง
 
              ที่สำคัญคือหมั่นสังเกตกิริยาอาการของคนขับเอาไว้ด้วย ทำอย่างไรก็ได้ให้เขารู้ว่า เรารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเขา รอบรู้และเท่าทัน
หากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นจะได้รับมือได้ทัน !!?
 
              พรหมจรรย์และเลือดเนื้อหญิงสาวไม่ได้มีไว้ให้ใครย่ำยี และเชื่อเถอะครับเมื่อเราสูญเสียหรือพลาดพลั้งไปแล้ว ชีวิตเราจะไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิม
จงเชื่อและอย่าได้พิสูจน์ด้วยตัวเอง
 
              ถ้าเราเพิกเฉยไม่ใส่ใจกับสิ่งรอบตัวก็คงไม่ผิดอะไรกับนายตำรวจสัญญาบัตรในศาลาริมทางที่ไม่รับรู้การดำรงอยู่ของปัญหานั่นแหละครับ !!!