
กทม.เล็งทุบ'BTSตากสิน'แก้ปัญหาคอขวด
'กทม.' เล็งทุบ 'บีทีเอส' สถานีตากสิน แก้ลำ 'ทช.' ไม่ร่วมมือขยายสะพาน ปม 'คอขวด' ข้ามเจ้าพระยา 'สุขุมพันธุ์' ระบุหาก 'มท.1' อนุมัติพร้อมทำทันที เผยโล่งอกต่อสัญญาจ้าง 'กฤษฎีกา-คลัง' เข้าใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 55 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผว.กทม.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกทม. ผู้บริหารจากบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) และผู้บริหารจากบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการระบบขนส่งมวลชน กทม. บริเวณสถานีสะพานตากสิน ซึ่งติดปัญหาคอขวด มีรางรถไฟฟ้าบีทีเอสเพียงรางเดียว ต่างจากสถานีอื่นที่มี 2 ราง รถไฟฟ้าสามารถวิ่งสวนทางกันได้
โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า บริเวณสถานีสะพานตากสิน (S6) มีสภาพเป็นคอขวดมีรางเดียว ทำให้รถไฟฟ้าวิ่งสวนกันไม่ได้ จากปัญหาดังกล่าวกทม.ได้ทำหนังสือไปยังกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เพื่อขอขยายสะพานตากสิน ซึ่งเป็นเจ้าของสะพาน แต่เมื่อวานนี้ (30 พ.ค.) ทช.ได้มีหนังสือตอบกลับมาว่า ไม่สามารถขยายสะพานได้ กทม.จึงจะแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการยกเลิกสถานีสะพานตากสิน เพื่อนำพื้นที่มาดำเนินการก่อสร้างรถไฟฟ้าอีกหนึ่งราง
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า การยกเลิกสถานีสะพานตากสิน จะกระทบกับประชาชนที่มาใช้บริการสถานีนี้ประมาณ 4 พันคนต่อวัน ซึ่ง กทม.จะไม่ยอมให้ประชาชนผู้ใช้บริการได้รับผลกระทบ ดังนั้น กทม.จะสร้างสะพานทางเดินยกระดับ (Sky walk) พร้อมมีทางเดินเลื่อนอัตโนมัติ (Walklator) ทั้งสองฝั่งไปยังสถานีสุรศักดิ์ (S5) ระยะทาง 700 เมตร ใช้งบประมาณ 600 กว่าล้านบาท คาดใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 5 นาที และจะสร้างระบบรางใหม่ใช้งบประมาณอีก 70 ล้านบาท ซึ่งสภา กทม.ได้อนุมัติงบประมาณทั้ง 2 ส่วนนี้เรียบร้อยแล้ว หากได้รับการอนุมัติจาก รมว.มหาดไทย ก็พร้อมดำเนินการทันที
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า การยกเลิกสถานีสะพานตากสิน จะช่วยให้ลดเวลาของรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย ในการข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ประชาชนสะดวกสบายยิ่งขึ้น และการแก้ปัญหาคอขวดนี้ชี้ให้เห็นว่า ทำไมจำเป็นต้องร่วมมือกับบีทีเอสอย่างใกล้ชิด เพราะระบบบีทีเอส จนถึงสะพานตากสิน ซึ่งรวมถึงสถานี S5 ด้วย เป็นระบบสัมปทานจากบีทีเอส ส่วนขยายไปแม่น้ำเจ้าพระยาจนไปจบที่บางหว้า เป็นส่วนต่อขยายของ กทม. เราจำเป็นต้องปรับสถานีสะพานตากสิน และสถานีสุรศักดิ์ ซึ่งอยู่ในระบบสัมปทาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน ที่ใช้ในส่วนต่อขยายของ กทม.
"ถ้าเราไม่ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับบีทีเอส เราทำไม่ได้หรอกครับ บีทีเอสไม่จำเป็นต้องให้ความร่วมมือในเรื่องนี้ก็ได้ เพราะอยู่ ๆ เราจะไปยุบสถานีของเขา ถ้าเขาไม่ยอมซะอย่างเราจะทำไง ดังนั้นจึงชี้ให้เห็นว่าทำไม เราจึงจับมือกับบีทีเอสมาโดยตลอด ยังไงเราก็ต้องจับมือต่อไป เพราะปัญหาเช่นนี้แก้ไม่ได้ถ้าเราไม่ร่วมมือกับบีทีเอส ส่วนต่อขยายของ กทม. ระบบเดิมเป็นระบบสัมปทานจะปรับเปลี่ยนอะไร เราต้องร่วมมือกับบีทีเอส จริง ๆ อยากให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่า ที่เราต้องร่วมมือกับบีทีเอสอย่างใกล้ชิด เพราะจะมีปัญหาเกิดขึ้นเรื่อย ๆ จำเป็นต้องแก้ไขร่วมกัน ดังนั้นถ้ากระทรวงมหาดไทยอนุมัติแล้ว เราก็จะดำเนินการทันที เพราะว่าสภา กทม.ได้ให้ความเห็นชอบเรื่องงบประมาณแล้ว"
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวถึงการชี้แจงเรื่องการต่อสัญญาจ้างเดินรถ กับบีทีเอสต่อคณะต่าง ๆ ว่า อะไรที่เป็นปัญหาก็ชี้แจงไปที่ละจุด ซึ่งล่าสุด กทม.ได้ไปชี้แจงยังคณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่น และค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า ประเด็นที่ถูกกล่าวหาในเรื่องข้อกฎหมายไม่เป็นจริง คณะกรรมการกฤษฎีกาและกระทรวงการคลังได้ยืนยันแล้วว่า ที่ กทม.ต่อสัญญาว่าจ้างกับบีทีเอสไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุน และจะชี้แจงไปเรื่อย ๆ จนหมดข้อกังขาทางกฎหมาย แต่อาจจะยังไม่หมดข้อกังขาจากฝ่ายโน้นก็ไม่เป็นไร เพราะนี่คือการเมืองก็ไม่เป็นไร เรื่องอะไรที่เกี่ยวกับกฎหมายก็ว่าไปตามเนื้อผ้าเราก็ชี้แจงไปหมดแล้ว
"เขาจะออกมาแถลงอะไรก็ให้เขาทำไปครับ ผมอยากทำงานอย่างเดียว ผมเหลือ 7 เดือนขอทำงานดีกว่า ผมไม่อยากใช้เวลาที่มีค่าตอบโต้ใคร เอาตอนแข่งลงผู้ว่าฯกันเถอะครับ จะด่าตอนนั้นก็ไม่ว่าอะไร เพราะตอนนั้นก็พ้นจากตำแหน่งแล้ว และถ้าผมเบื่อมาก ๆ ผมอาจจะด่ากลับก็ได้ แต่ตอนนี้ผมไม่อยากใช้เวลาของพี่น้องประชาชน ผู้เสียภาษีมาโต้แย้งทุกวัน ผมไม่ทำน่าเบื่อหน่าย และเป็นการเสียงบประมาณโดยใช่เหตุ แต่ถ้าจะมีคณะต่าง ๆ ให้ไปชี้แจงเรายินดีชี้แจงแต่ถ้าจะให้ผมตอบโต้นักการเมืองพรรคอื่น ผมไม่สนใจจริง ๆ ผมคิดว่าในชีวิตผมมีอะไรที่ทำที่เป็นประโยชน์มากกว่านั้น"
ด้านนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า จากนี้ กทม.จะนำเรื่องที่กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ไม่อนุญาตให้ขยายสะพานตากสิน เข้าแจ้งต่อที่ประชุมคณะกรรมการประสานงาน ตามสัญญาสัมปทานในสัปดาห์หน้า พร้อมทั้งจะนำเรื่องส่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเห็นชอบในการดำเนินการต่อไป
จากนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ และคณะได้เดินทางไปยังสถานีวงเวียนใหญ่ (S8) เพื่อเยี่ยมชมจุดก่อสร้างทางเดินยกระดับ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาอุบัติเหตุบริเวณทางเดินข้ามแยก ถนนกรุงธนบุรี-ถนนตากสิน-ถนนราชพฤกษ์ นอกจากนี้ กทม.ยังจะก่อสร้างจุดจอดแล้วจร (Park anf Ride) บริเวณใต้สะพานทางเดินยกระดับ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า ซึ่งสามารถจอดรถได้จำนวน 200 คัน โดยจะปรับปรุงพื้นที่ให้กลายเป็นสวนหย่อม รูปแบบใหม่เพื่อให้ประชาชนได้มาพักผ่อนอีกด้วย



