
'ซูจี'พบ'เฉลิม'ฝากรบ.ดูแลแรงงานพม่า
'ซูจี'พบ'เฉลิม'ฝากรบ.ไทยช่วยดูแลคุ้มครองแรงงานพม่า ระบุหากสถานการณ์ในประเทศพม่าดีขึ้นจะเรียกแรงงานพม่ากลับประเทศ แถมออกปากชมรบ.ไทยยอมให้เด็กพม่าเข้าเรียนรร.ไทย เชื่อจะช่วยทำให้ความสัมพันธ์'ไทย-พม่า'ดีขึ้น ด้าน'บิ๊กเฉลิม'โปรยยาหอมกลับแรงงานพม่ามีความสำคัญ
เมื่อเวลา 15.45 น. นางออง ซาน ซูจี หัวหน้าพรรคสันติบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ( NLD ) ได้เดินทางเข้าพบร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้เข้าพบปะหารือที่ห้องสีฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาแรงงานข้ามชาติชาวพม่าที่ผิดกฎหมาย โดยการหารือในครั้งนี้เป็นการหารือแบบเปิด โดยอนุญาตให้สื่อมวลชนสามารถเข้ารับฟังการหารือได้ ซึ่งการหารือครั้งนี้ได้ใช้หารือเวลาประมาณ 45 นาที
ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ในขณะนี้ประเทศไทยมีแรงงานชาวพม่าทั้งหมด ประมาณ 8 ล้านคน โดยในทั้งหมดนี้มีแรงงานพม่าที่ได้รับการพิสูจน์สัญชาติเป็นเรียบร้อยแล้ว 800,000 คน ซึ่งที่เหลือทางการไทยต้องการให้ทางการพม่าให้ความร่วมมือในการช่วยพิสูจน์สัญชาติด้วย ทั้งนี้ที่ผ่านมารัฐบาลไทย และรัฐบาลพม่าได้มีการดำเนินการร่วมกันในการพิสูจน์สัญชาติ เพื่อให้เห็นมีการนำเข้าแรงงานพม่าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อที่จะให้แรงงานชาวพม่ากลุ่มดังกล่าว จะได้รับการจ้างงานอย่างถูกกฎหมาย และจะได้รับสวัสดิการและเข้าสู่ระบบการประกันสุขภาพตามที่กฎหมายไทยกำหนดไว้ นอกจากนี้รัฐบาลไทยอนุมัติเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทให้กับแรงงานทั่วประเทศ ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2556 โดยแรงงานชาวพม่าก็จะได้รับประโยชน์ในส่วนนี้ด้วย
ด้านนางซูจี กล่าวว่า ตนต้องการให้รัฐบาลไทยดูแลแรงงานชาวพม่าที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยในด้านต่างให้ดีขึ้น ซึ่งเมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้รับการสะท้อนปัญหาจกาตัวแทนแรงงานพม่าที่ทำงานอยู่ที่ จ.สมุทรสาคร ทราบว่ามีการรีดไถเงินแรงงานพม่า ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวชี้แจงว่า ยอมรับว่า ปัญหานี้เคยเกิดขึ้น แต่เวลานี้ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขแล้ว ดังนั้น ตนจึงอยากฝากเตือนไปยังแรงงานงานชาวพม่าว่า อย่าไปฝากเงินไว้กับนายจ้าง หลังจากนั้น นางซูจี กล่าวต่อว่า ในเวลานี้ยังแรงงานชาวพม่าที่ถูกนายจ้างยึดพาสสปอร์ตเอาไว้ ส่งผลให้ลูกจ้างไม่สามารถเปลี่ยนนายจ้างหลังจากที่ครบสัญญาการทำงาน รวมทั้งเมื่อได้รับอุบัติเหตุขึ้นแรงงานชาวพม่าก็ไม่ได้รับยการชดเชยและดูแล ตามที่กฎหมายแรงงานได้กำหนดไว้ นายเฉลิม กล่าวตอบว่า เรื่องดังกล่าวนี้ได้มีการแก้ไขปัญหามาเป็นระยะๆ แล้ว อย่างไรก็ตามตนรับปากว่าจะนำปัญหานี้ไปแก้ไขให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
นางซูจี กล่าวต่อว่า หากสถานการณ์ในประเทศพม่าเข้าสู่สภาวะที่ดีขึ้น ตนคาดว่าคงจะมีเรียกแรงงานชาวพม่ากลับประเทศ อย่างไรก็ตามกรณีที่รัฐบาลไทยได้เปิดโอกาสให้เด็กพม่าที่เกิดในประเทศสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนไทยได้ น่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่จะช่วยสร้างความไทยพม่าดียิ่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ และเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องดีที่เด็กชาวพม่าได้รับการเรียนรู้ภาษาไทยก็จะช่วยเป็นสื่อกลางทำความเข้าใจให้พ่อแม่กับนายจ้างได้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า แรงงานชาวพม่าที่ทำงานประเทศไทยถือว่าเป็นแรงงานต่างชาติมากที่สุด ดังนั้นหากประเทศไทยไม่มีแรงงานพม่า ตนเชื่อว่านายจ้างของไทยก็อาจจะประสบปัญหาดำเนินกิจการได้
นางซูจี กล่าวถึงกรณีการส่งตัวผู้หลีกภัยชาวพม่า ไปยังประเทศที่สามว่า เรื่องนี้ตนอยากจะขอให้รัฐบาลไทยเข้ามาดูแลในเรื่องนี้ด้วย โดยเฉพาะการส่งตัวนั้นจะต้องมีความสมัครใจด้วย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตั้งแต่ ปี 2518 รัฐบาลไทยได้มีการดำเนินการส่งผู้หลีกภัยชาวพม่าไปยังประเทศที่สาม จำนวน 7,700 คน ซึ่งรัฐบาลไทยเองก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องทักษะอาชีพ และการศึกษาให้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ตนขอยืนยันว่าในขณะที่ผู้หลี้ภัยยังอยู่ในประเทศไทยได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากรัฐบาลไทย นอกจากนี้ยังมียูเอ็นเอชอาร์ ได้เข้ามาช่วยดูแลในเรื่องดังกล่าวนี้ด้วย ทั้งนี้ตนขอย้ำว่าการส่งตัวผู้หลีกภัยไปนั้นจะต้องเป็นความสมัครใจแทบทั้งสิ้น



