ข่าว

หักดิบเลื่อนร่าง'พรบ.ปรองดอง'

หักดิบเลื่อนร่าง'พรบ.ปรองดอง'

31 พ.ค. 2555

สภาฯหักดิบเลื่อนร่างพรบ.ปรองดองนัดถก 1 มิ.ย.นี้ หลังที่ประชุม "ประธาน กมธ." ชี้ขาดไม่ใช่กฎหมายการเงิน ปชป. วอล์คเอาท์ หลังถูกบีบปิดอภิปราย พล.อ.สนธิประกาศชัด"ไม่เกี่ยวกับการคืนเงิน 4.6 หมื่นล้านให้ทักษิณ"

              31พ.ค.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมประธานกรรมาธิการสามัญประจำสภาฯทั้ง 35 คณะ เพื่อวินิจฉัยว่าร่าง พรบ.ปรองดองทั้ง 4 ฉบับเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงินหรือไม่ โดยที่ประชุมได้ใช้เวลาในการพิจารณาว่า 5 ชั่วโมง จึงมีมติมติ 22 ต่อ 1 เสียง เห็นว่า พรบ.ปรองดองทั้ง 4 ฉบับไม่เป็นกฎหมายการเงิน จึงไม่ต้องดำเนินการตามที่ฝ่ายค้านต้องการต้องการ

               ทั้งนี้ในตอนท้ายของการประชุม ประธานกรรมาธิการฯซีกพรรคประชาธิปัตย์เดินออกจากห้องประชุม เนื่องจากหลังจากถกเถียงกันเป็นวลานานและประธานกรรมาธิการซีกพรรคเพื่อไทยขอปิดอภิปรายและลงมติ ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่พอใจ  โดยเหลือกเพียงนายเชน เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ไว้เพียงคนเดียวเท่านั้น

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการประชุมในวันที่ 31 พ.ค.นี้เป็นไปอย่างเคร่งเครียดเพราะ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์มองว่าร่างกฎหมายปรองดองเกี่ยวกับการเงิน ขณะที่ผู้เสนอร่าง  คือ นายสามารถ แก้วมีชัย  นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ  พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน  ยืนยันว่าร่างดังกล่าวเพื่อต้องการให้ความยุติธรรมแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายแต่ไม่เกี่ยวกับการคืนทรัพย์สิน

               จนในที่สุดพรรคประชาธิปัตย์พยายามให้พล.อ.สนธิประกาศให้ชัดว่า พรบ.ปรองดอง ไม่เกี่ยวกับการคืนเงิน 4.6 หมื่นล้านบาท จน พล.อ.สนธิยืนยันว่า "เจตนารมณ์กฎหมายนี้ไม่เกี่ยวกับการคืนเงินให้ทักษิณ"  แต่พรรคประชาธิปัตย์พยายามขอให้เขียนกำกับลงไปในร่างกฎหมายด้วย ซึ่งทางฟากเพื่อไทยบอกว่าการเขียนกำกับต้องไปเขียนในขั้นตอนตอนแปรญัตติ


หักดิบเลื่อนร่าง"พรบ.ปรองดอง"

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.30 น. การประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้กลับมาพิจารณาในญัตติของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ที่ขอให้เลื่อนระเบียบวาระประชุม เรื่องด่วนที่ 27-30 ว่าด้วยร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ... (พรบ.ปรองดอง)  อีกครั้ง แต่ก่อนการเข้าสู่การพิจารณา  นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้แจ้งมติของการหารือระหว่างประธานสภาฯ และประธานกรรมาธิการสามัญประจำสภาฯ จำนวน 35 คณะว่าที่ประชุมมีมติ 22 ต่อ 1 ว่าร่าง พรบ.ปรองดองไม่ใช่ร่างกฎหมายว่าด้วยการเงิน

              จากนั้นได้ขอให้เข้าสู่การพิจารณาในญัตติ ทำให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกประท้วงและขอให้เปิดโอกาสให้ ส.ส.ในสภาฯ ได้ซักถามในประเด็นการหารือระหว่างประธานสภาฯ และประธานกรรมาธิการฯ 35 คณะ โดยนายธนา ชีรวินิจ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตนสงสัยในประเด็นการคืนเงินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ถูกศาลสั่งให้ยึดทรัพย์ จำนวน 4.6 หมื่นล้านบาท ว่าต้องนำเงินภาษีของประชาชนคืนให้หรือไม่

              ด้านส.ส.พรรคเพื่อไทย อาทิ นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายพีรพันธ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร ได้ลุกอภิปรายคัดค้านข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์ และขอให้เดินหน้าพิจารณาในญัตติขอเลื่อนวาระด่วน
       
              อย่างไรก็ตามเมื่อมีผู้ประท้วงและมีการอภิปรายของนายธนาค้างอยู่ ช่วงชุลมุนนั้น นายสมศักดิ์ ได้กล่าวตัดบทว่า การประชุมกรรมาธิการฯ 35 คณะใช้เวลา 4 ชั่วโมง 45 นาที และได้มติแล้ว ดังนั้นการอภิปรายในประเด็นนี้ใช้เวลามาพอสมควรแล้ว ตนขอวินิจฉัยให้เลื่อนญัตติด่วน ร่าง พรบ.ปรองดอง
       
              ทำให้นายธนา ซึ่งอภิปรายค้างอยู่ กล่าว่า ขอให้ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของข้อบังคับ อย่าได้รวบรัดอำนาจ เมื่อโมโหก็ใช้อำนาจรวบรัด  ซึ่งนายสมศักดิ์ ยืนยันว่าขอให้เลื่อนญัตติด่วน ทำให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ยกมือประท้วงกันเป็นจำนวนมาก ทำให้นายสมศักดิ์ วินิจฉัยให้สิทธิ์ส.ส.ฝั่งละ 2 คนประท้วง แต่ก่อนที่จะมีการประท้วงนั้น นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวผ่านไมโครโฟน ว่า “มีตำรวจติดอาวุธในสภาฯ ขอให้ประธานสั่งปลดอาวุธก่อน”

              ทั้งนี้บรรยากาศการประชุมได้ตึงเครียดมากขึ้น เมื่อนายสมศักดิ์ วินิจฉัยว่าขอให้ดำเนินการประชุมต่อ โดยขณะนี้มีผู้ยื่นญัตติให้เลื่อนเรื่องด่วน ตนขอถามว่ามีใครเห็นเป็นอื่นหรือไม่  โดยระหว่างนั้นมี ส.ส.ฝ่ายค้านตะโกน ว่า “มีๆๆๆๆ”
       
              จากนั้นนายสมศักดิ์ กล่าวว่า มีคนเห็นเป็นอื่นนะครับ ผมขอลงมติเลย และได้กดสัญญาณเรียกส.ส.เข้าห้องประชุมเพื่อนับองค์ประชุม ท่ามกลางเสียงตะโกน โห่ ด่า ว่านายสมศักดิ์เป็นเผด็จการ สำหรับผลการนับองค์ประชุมพบว่ามีคนมาแสดงตน 276 เสียง จากนั้นประธานสภาฯ ได้สั่งให้ลงมติ และได้ผลว่า เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการเลื่อนญัตติเรื่องด่วน ด้วยเสียง 272 เสียง ไม่เห็นด้วย 2 เสียง  งดออกเสียง 1 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง จากนั้น นายสมศักดิ์ กล่าวว่า “ถือว่าที่ประชุมเห็นด้วยในญัตติให้เลื่อนวารด่วน ผมขอปิดการประชุม และนัดประชุมสภาฯ วันที่ 1 มิ.ย.เวลา  09.30 น.

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนั้น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่พอใจในการให้ลงมติ อาทิ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม และ นายอรรถพร พลบุตร  ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้ปาเอกสารการประชุม ไปยังที่นั่งของนายสมศักดิ์ ส่วนส.ส.ประชาธิปัตย์คนอื่นตะโกนด่า พร้อมโห่ร้อง และมีการขว้างปาหนังสือข้อบังคับการประชุม และ แฟ้มเอกสารขึ้นไปบนบัลลังก์ประธานสภาผู้แทนราษฎร จนโดนตัวของนายสมศกัด์  โดยระหว่างนั้นมีตำรวจรัฐสภาซึ่งเข้ามาคุ้มกันนายสมศักดิ์อยู่แล้วก็เข้ามารุมล้อมประธานสภา  และพานายสมศกัดิ์เข้ามาคุ้มกันนายสมศักดิ์ ออกไปทางด้านหลัง

 

"ปู"ลอยตัวอ้างไม่เห็นรายละเอียด"ร่างปรองดอง"

              ที่โรงแรมแชงกรี-ลา น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  กล่าวถึงเหตุการณ์วุ่นวายในสภาฯเมื่อวันที่ 30 พ.ค.ว่า ต้องขอความร่วมมือส.ส.ทุกคน เพราะต้องถือว่าเป็นสภาอันทรงเกียรติก็อยากให้ทุกคนเคารพในกติกาของสภาอันนี้ก็คงต้องขอความร่วมมือ

              ผู้สื่อข่าวถามว่า  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบนี้ควรที่จะชะลอหรือทบทวนอะไรบางอย่างหรือไม่  น.ส.ยิ่งลักษณ์  กล่าวว่า  ต้องให้สภาหารือกันเพราะสภาเป็นตัวแทนของประชาชน แต่สำหรับรัฐบาลก็จะทำหน้าที่ดูแลความสงบ ความมั่นคง ก็ขอความร่วมมือทุกๆส่วน ทำให้เกิดความสงบสุข  แต่ขอความกรุณาให้อยู่ในขอบเขตของกฎหมาย

              ผู้สื่อข่าวถามว่า  เนื้อหาในร่างพรบ.ปรองดอง มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับกฎหมายการเงิน ที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากนายกฯก่อน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบจริงๆแล้วในขึ้นตอนของสภานั้นเป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการ 35 คณะที่จะต้องไปลงมติกัน

              ผู้สื่อข่าวถามว่า  เมื่อคณะกรรมาธิการมีมติออกมาอย่างไรนายกฯก็จะปฏิบัติตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า  ใช่ค่ะ ต้องเรียนว่าเนื้อหาทั้งหมด ตนยังไม่เห็นแต่จริงๆแล้วตามหลักขั้นตอนของสภา จะเป็นขั้นตอนของคณะกรรมาธิการ 35 คณะที่ประธานแต่ละคณะจะร่วมกันโหวตในสภา

              เมื่อถามว่า ในความคิดเห็นของนายกฯแล้วไม่ควรจะถอดร่างพ.ร.บ. ปรองดอง ออกไปช่วงนี้ใช่หรือไม่  น.ส.ยิ่งลักษณ์ เลี่ยงตอบว่า จากนี้ก็ต้องช่วยกัน มีความร่วมมือให้อยู่ภายใต้ของกฎหมายแล้วก็ขอบเขตการแสดงออก  อย่างไรก็ตาม เห็นด้วยที่จะให้สภาเป็นทางออกในการพูดคุยกัน  ก็ต้องเป็นมติของสภา ซึ่งตนไม่สามารถที่จะก้าวล่วงในส่วนของสภาได้


 “3ส.ส.หญิงเพื่อไทย"ยันทำถูกต้องแล้วยื้อเก้าอี้ปธ.สภา 

              นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ส.ส.เลย นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ส.ส.มหาสารคาม และน.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงถึงกรณีการบุกเข้าแย่งเก้าอี้ประธานสภากับน.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ โดยนางเปล่งมณี กล่าวว่า เนื่องจากเห็นว่าส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์หลายคน ขึ้นมาขวางทางขึ้นบัลลังก์ของประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นเจตนาในการขัดขวาง ตนจึงได้เข้าไปขอร้องผู้นั่งขวาง ตนจึงได้เข้าไปปกป้องเพราะเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง และตนต้องการปกป้องศักดิ์ศรีของประธานสภาผู้แทนราษฎร
              “ดิฉันคิดว่าสิ่งที่ทำถูกต้องแล้ว บางคนก็คิดว่าน้อยไปเสียด้วยซ้ำ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจว่า ข้อเท็จจริงในการปกป้องศักดิ์ศรีของสภา ขอวิงวอนให้ประชาชนอย่าเพิ่งเบื่อการเมืองและการกระทำของนักการเมืองบางคน” นางเปล่งมณี กล่าว


พธม.เคลื่อนตัวประชิดรั้วรัฐสภา

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 16.30 น. กลุ่มผุ้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ได้เคลื่อนตัวเข้าไปประชิดรั้วรัฐสภา และอยู่ในลักษณะที่พร้อมจะบุกเข้าไป    ขณะที่บนเวทีก็ปราศรัยสลับกับการร้องเพลงเพื่อปลุกเร้า  โดยผู้ชุมนุมได้เขย่ารั้วตามจังหวะเพลง  อย่างไรก็ตามในรัฐสภาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เคยตรึงกำลังได้สลับเปลี่ยนออกไปพักผ่อน


“วิสุทธิ์”ไม่โทษตำรวจสภาฯดูแล“สมศักดิ์”ช้า

              นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ซึ่งกำกับดูแลงานด้านรักษาความปลอดภัยสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัย นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ หลังจากที่ถูกส.ส.ฝ่ายค้านบุกขึ้นมาประชิดตัวถึงที่นั่งบนบังลังก์ อย่างไรก็ตามตนไม่โทษหรือลงโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาที่เข้าไปมาดูแลประธานสภาฯล่าช้าตามที่หลายฝ่ายวิจารณ์ เนื่องจากว่าตามข้อบังคับเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาไม่สามารถเข้าห้องประชุมได้หากไม่มีคำสั่งของประธานสภาฯ โดยช่วงที่เกิดเหตุนั้นนายสมศักดิ์ ไม่ได้เรียกให้เข้าห้องประชุม

 

"ปุระชัย"แนะ"แม้ว"เอาอย่างแมนเดลา

                ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์สันติ กล่าวถึงเหตุการณ์ความวุ่นวายในสภาฯเมื่อวันที่30พ.ค.ที่ผ่านมาว่า สาเหตุเพราะต่างฝ่ายไม่มีใครฟังใคร จึงทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น

                "ส่วนพรบ.ปรองดองนั้น ผมเห็นว่าขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาเนื่องจากรัฐบาลควรที่เดินหน้าบริหารประเทศให้ดีทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เสียก่อน ที่จะเสนอพรบ.ฉบับนี้ และเนื้อหาหลักในร่างนี้ไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการทำลาย ลบล้างคำตัดสินของศาลถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง"  ร.ต.อ.ปุระชัย กล่าวและว่า

                ทั้งนี้ตนเห็นว่าพรบ.ฉบับนี้เกี่ยวกับการเงินแน่นอนเพราะเมื่อมีการยกเลิกคดีต่างๆที่เกี่ยวเนื่องกับคณะกรรมการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) นั่นหมายความว่าคดียึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องถูกยกเลิกไปหรือเริ่มต้นใหม่ ซึ่งจะต้องมีการนำไปสู่การตั้งงบประมาณในการคืนเงินต่อพ.ต.ท.ทักษิณ

                ร.ต.อ.ปุระชัย กล่าวอีกว่า พ.ต.ท.ทักษิณควรยอมรับคำตัดสินของศาล กลับมาสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม หากต้องติดคุกก็ต้องยอม ไม่ต้องกลัวการติดคุก ดูตัวอย่างจากนายเนลสัน แมนเดลา อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ ที่ยอมติดคุกก่อน จนถึงอายุ 70 ปีและออกมาก็ได้รับการยกย่องเป็นผู้นำการต่อสู้ เช่นเดียวกันกับพ.ต.ท.ทักษิณ หากยอมติดคุกออกมาก็อาจจะได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ซึ่งอาจเป็นที่ชื่นชมของคนอื่นอีกจำนวนมากและตนเชื่อว่าความยุติธรรมในประเทศไทยยังมีอยู่