ข่าว

'ปชป.-ชูวิทย์'ยื่นถอด'สมศักดิ์'พ้นเก้าอี้

'ปชป.-ชูวิทย์'ยื่นถอด'สมศักดิ์'พ้นเก้าอี้

31 พ.ค. 2555

ปรองดองพ่นพิษ! 127สส.ปชป. พร้อม 'ชูวิทย์' ยื่นถอดถอน 'สมศักดิ์' ไล่พ้นเก้าอี้ ปธ.สภาฯ หลังพบพฤติกรรมไม่เป็นกลาง-ทำผิดกม. เอื้อคืนเงิน 'ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์' ขัดรธน.125-143

                        31 พ.ค.55 นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำคณะส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้วุฒิสภาถอดถอน นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกจากตำแหน่งส.ส. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 โดยมีลายเซ็นต์ของส.ส.ฝ่ายค้านซึ่งเป็นส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์และพรรครักประเทศไทยรวมประมาณ 127 คน โดยพล.อ.ธีรเดช กล่าวว่า หลังจากรับหนังสือแล้ว ตนจะดำเนินตามขั้นตอนภายในกรอบเวลาต่อไป

                        นายถาวร กล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ของนายสมศักดิ์ ไม่เป็นกลางตามรัฐธรรมนูญมาตรา 125 เพราะเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ แต่กลับมีพฤติกรรมส่อว่า จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติดังกล่าว จนทำให้พวกตนหมดความอดทนต้องยื่นถอดถอนดังกล่าว ซึ่งเป็นการถอดถอนประธานสภาครั้งแรก จึงรู้สึกเสียใจ นอกจากนี้นายสมศักดิ์ ยังกระทำการขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 143 ที่วินิจฉัยว่าร่างพรบ.ปรองดองแห่งชาติ ไม่เป็นกฎหมายการเงิน ทั้งที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเงินแผ่นดิน หากพรบ.ดังกล่าวผ่านสภา จะต้องมีการคืนเงินจำนวน 4.6 หมื่นล้านบาท ให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และในเงินก้อนนั้นมีเงินของน.ส.ยิ่งลักษณ์ รวมอยู่ด้วยจำนวน 900 ล้านบาท

                        นอกจากนี้ยังผูกพันในเรื่องที่จำเลยถูกเรียกค่าปรับจากศาลกรณีกระทำผิด ซึ่งหากมีการนิรโทษกรรม รัฐบาลก็ต้องจ่ายเงินแผ่นดินคืนเงินค่าปรับกับผู้ได้รับการนิรโทษกรรมด้วย ที่สำคัญการปฎิบัติหน้าที่ของนายสมศักดิ์ ในการประชุมสภาวันที่ 30 พ.ค. ทำให้พวกตนเหลือทน จึงจำเป็นต้องปฏิบัติการนอกกรอบ เพราะไม่เช่นนั้นความเป็นกลางก็จะไม่เกิด

                        “พฤติกรรมของนายสมศักดิ์ ถือเป็นพฤติกรรมสะสม เพราะรองประธานสภา 2 คนก็ไม่เคยมีปัญหา เมื่อเข้าทำหน้าที่ประธานในการประชุม ซึ่งตนเข้าใจว่าก่อนเข้ารับตำแหน่งอาจมีข้อตกลงกับคนที่อยู่ต่างประเศหรือไม่ แต่พฤติกรรมดังกล่าว ตนไม่สามารถให้อภัยได้ เพราะนายสมศักดิ์ เป็นประธาน เป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งพวกผมได้วินิจฉัยแล้วเห็นว่าการทำหน้าที่ของนายสมศักดิ์ ไม่เหมาะสม ไม่เป็นกลางตามรัฐธรรมนูญมาตรา 125 และทำผิดกฏหมายตามมาตรา 143 “ นายถาวร กล่าวว่า

                        ขั้นตอนจากนี้หลังจากที่ประธานวุฒิสภาตรวจสอบเอกสารเสร็จแล้ว ก็จะส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช. ) เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตามมาตรา 270 คือการถอดถอนออกจากการเป็นส.ส. ซึ่งจะโยงถึงตำแหน่งของประธานสภาไปโดยปริยาย และเมื่อปปช. ตรวจสอบพบมูลเหตุ ก็จะส่งเรื่องกลับมาให้วุฒิสภา เพื่อพิจารณาลงมติถอดถอนในขั้นตอนสุดท้าย ส่วนที่ส.ส.พรรคภูมิใจไทยไม่ได้ร่วมลงชื่อด้วยนั้น เป็นเพราะเราเห็นว่าได้รวบรวมรายชื่อครบ 1 ใน 4 ตามจำนวนที่กฎหมายกำหนดแล้ว นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะเดินหน้ายื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพรบ.ปรองดอง ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากมีการร่างกฎหมายล้มคำพิพากษาของศาล เป็นการแทรกแซงฝ่ายตุลาการ