ข่าว

หนังซ้ำของไทย-ค่าครองชีพสูงขึ้นอีกแล้ว?(จบ)

หนังซ้ำของไทย-ค่าครองชีพสูงขึ้นอีกแล้ว?(จบ)

01 มิ.ย. 2555

หนังซ้ำของไทย - ค่าครองชีพสูงขึ้นอีกแล้ว? (จบ) : คอลัมน์ รู้ทันกระแสเศรษฐกิจและพลังงาน : โดย ... ดร.โชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่นโยบายและเศรษฐกิจพลังงาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

          มาว่ากันต่อเรื่องเงินเฟ้อ-ค่าครองชีพที่กำลังเป็นปัญหารุมเร้าอยู่ในขณะนี้นะครับ...แน่นอนว่าหากไม่สามารถควบคุมระดับราคาได้ จะมีผลต่อผู้คนโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและยากจน ที่สินทรัพย์เล็กๆ น้อยๆ ของพวกเขาส่วนใหญ่ถือค​​รองเป็นเงินสด ที่มูลค่าถูกกัดเซาะไปแต่ละวัน นอกจากนี้ พื้นที่ชนบทมีแนวโน้มที่จะมีอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นกว่าในเมืองในภาวะเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อทั้งอาหาร อีกทั้งเกือบร้อยละ 90 ของคนยากจนอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทราคาอาหารที่เพิ่มขึ้นจึงเป็นภัยคุกคามต่อสถานการณ์โดยรวมของความยากจนและการกระจายรายได้ในประเทศไทย 

          ด้วยเหตุนี้ผลกระทบที่อาจจะมีทั้งบวกและลบขึ้นอยู่กับว่าชาวชนบทเป็นผู้ซื้อสุทธิหรือขายสุทธิของอาหารที่มีราคาเพิ่มขึ้น สำหรับข้าวที่มีทั้งเกษตรกรผู้ปลูกข้าวส่วนเกินและเกษตรกรผู้ปลูกข้าวขาดดุล ในครัวเรือนยากจน เมื่อการเพิ่มขึ้นของราคาข้าว จึงมีผู้ได้รับประโยชน์ (gainers) และผู้เสียประโยชน์ในหมู่คนยากจน ทำให้ผลกระทบต่อความยากจนค่อนข้างยากที่จะวัดได้ แต่เป็นที่น่าสนใจว่า การกระจายตัวของการเกินดุลข้าวมักจะกระจุกตัวในกลุ่มเกษตรกรที่มีฐานะดีอยู่แล้ว ทำให้ได้รับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของราคาหรือนโยบายการสนับสนุนของราคาข้าวอย่างไม่เป็นธรรม

          อย่างไรก็ตาม ประชาชนคนธรรมดาจะมีการปรับตัวเมื่อราคาสูงขึ้น ข้อมูลจากการสำรวจการใช้จ่ายในภาคครัวเรือนพบว่า ครัวเรือนที่ยากจนจะลดปริมาณการบริโภคอาหารของพวกเขา แต่จะยังต้องมีการใช้จ่ายในเชิงมูลค่าอาหารเท่าเดิม กลุ่มคนใต้เส้นความยากจนจึงอาจจะมีการบริโภคปริมาณสารอาหารของพวกเขาไม่เพียงพอ ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบทางสุขภาพและสังคมทั้งระยะสั้นและระยะยาว  

          แต่น่าเสียดายที่นโยบายเพื่อช่วยคนจนในประเทศไทยมักจะประสบปัญหาการกำหนดเป้​าหมาย (targeting) อย่างจริงจัง หนึ่งในโครงการจัดการปัญหาเงินเฟ้อที่รู้จักกันดีคือ "6 มาตรการ  6เดือน" นโยบายซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินอุดหนุนการบริโภคสินค้าและบริการที่ใช้โดยประชากรมีรายได้ที่ต่ำเป็นส่วนใหญ่ (ยกเว้นการอุดหนุนภาษีสรรพสามิตเชื้อเพลิงที่คนใช้ส่วนใหญ่ไม่ได้ยากจนและซึ่งคิดเป็นเงินงบประมาณก้อนที่ใหญ่ที่สุดของเงินอุดหนุนรวมของมาตรการนี้) 

          ปัญหาที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงการกำหนดเป้​​าหมายและข้อบกพร่องพื้นฐานในการกำหนดนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจน ที่ประเทศไทยไม่เคยมีกลไกในการกำหนดเป้​​าหมายนโยบายที่มีต่อคนยากจนอย่างเป็นระบบ ดังนั้น จึงต้องมีขั้นตอนที่จำเป็นต้องทำเพื่อเอา​​ชนะปัญหานี้และวางรากฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศในการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ ประเทศไทยจะต้องสร้างระบบสารสนเทศด้านรายได้ในระดับครอบครัวและบุคคล 

          วิธีการหนึ่งที่เป็นไปได้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลรายได้ที่สมบูรณ์คือ ให้คนในวัยทำงานทั้งหมดต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเป็นประจำทุกปีโดยไม่คำนึงถึงสถานะการจ้างงาน ซึ่งเป็นวิธีของประเทศพัฒนาแล้วดำเนินการอยู่ รัฐบาลควรบังคับการขยายโครงการประกันสังคมของพนักงานทุกคนที่อยู่ในภาคเอกชน ขจัดปัญหาแรงจูงใจที่ทำให้นายจ้างและลูกจ้างไม่เข้าร่วมโครงการ 

          ประการที่สอง รัฐบาลควรเสริมสร้างความสามารถในการช่วยเหลือประชาชน (Outreach capacity) ซึ่งสามารถทำได้โดยการปรับปรุงการจัดสรรงบประมาณตามพื้นที่ (area-based budget allocation) การประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการส่งมอบความช่วยเหลือให้ผู้ขาดแคลน มอบหมายงานสังคมบางอย่างให้องค์กรที่ไม่ใช่ราชการที่มีความเชี่ยวชาญในการเข้าถึงและการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายเจาะจง  

          สำหรับมาตรการระยะยาวอื่นๆ เช่น การส่งเสริมการจัดการความเสี่ยงผ่านกลไกตลาด เช่น ตลาดล่วงหน้าสินค้าเกษตรและการประกันความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง เสริมด้วยการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถ​​าบันเกษตรกร สิ่งเหล่านี้คือบางส่วนของนโยบายสำคัญหลายอย่างที่ประเทศไทยจะต้องดำเนินการ เพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืนในยุคของความผันผวนของราคาและอัตราเงินเฟ้อต่อไปครับ

 

 

----------

(หมายเหตุ : หนังซ้ำของไทย - ค่าครองชีพสูงขึ้นอีกแล้ว? (จบ) : คอลัมน์ รู้ทันกระแสเศรษฐกิจและพลังงาน : โดย ... ดร.โชติชัย สุวรรณาภรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่นโยบายและเศรษฐกิจพลังงาน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) <[email protected]>)

----------