ข่าว

'มาร์ค'เมินขอโทษ!เดินหน้าถอดปธ.สภาฯ

'มาร์ค'เมินขอโทษ!เดินหน้าถอดปธ.สภาฯ

31 พ.ค. 2555

'มาร์ค' เมินขอโทษ 'ปชป.'ป่วนสภา พร้อมเดินหน้าถอดถอน'ปธ.สภาฯ' อ้างต้องหยุดยั้งความเสียหาย อัด 'ยิ่งลักษณ์' อย่าลอยตัวหนีปัญหา ด้าน'สุเทพ'ขอปธ.กมธ.เปิดโอกาสตีความพรบ.ปรองดองเอี่ยวการเงินหรือไม่ 'จุรินทร์' ไม่ขอโทษ จวก 'ขุนค้อน' รับใบสั่งเพื่อคนเดียว

              31 พ.ค.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร  กล่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันที่จะคัดค้านร่าง พรบ. ปรองดอง  การเคลื่อนไหวของประชาชนนอกสภา และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสภา เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องตัดสินใจว่าควรถอนเรื่องนี้ออกไปจากวาระการประชุมสภา เพราะทำให้เกิดความแตกแยกจึงควรจะเอาเรื่องที่เป็นปัญหาออกไป นายกฯจะอยู่เหนือปัญหาไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของบ้านเมือง และนโยบายการสร้างความปรองดอง การรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นหน้าที่โดยตรงของรัฐบาล และกฎหมายฉบับนี้มีปัญหาเรื่องการเงิน ดังนั้นรัฐบาลต้องแสดงท่าทีให้ชัดว่าพร้อมที่จะคืนเงิน 4.6 หมื่นล้านบาทให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือกรณีมีการปรับทางอาญาอื่น ๆหรือไม่ และที่สำคัญกฎหมายนี้เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล จะพยายามใช้วิธีเอาพรรคการเมืองมาเสนอแล้วไม่ต้องรับผิดชอบมันไม่ได้

               เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิก็ไม่ร่วมประชุมทั้งที่เป็นผู้เสนอ พรบ.ปรองดอง นายอภิสิทธิ์ กล่ววว่า ตัวการต้นเรื่องก็ไม่อยู่ ไม่กล้าที่จะมาเผชิญเหตุและผล และการที่พยายามใช้อำนาจของประธานสภาปิดไม่ให้คนพูด แล้วสั่งคนลงมติเลยโดยไม่ต้องชี้แจง ซึ่งไม่ใช่กระบวนการของสภาที่ถูกต้อง จะเห็นได้ว่าเมื่อนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สองขึ้นมาทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้ใช้เหตุผล การประชุมสภาก็ดำเนินไปได้

              ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยพยายามจะบอกว่า พรรคประชาธิปัตย์จะต้องขอโทษเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสภา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น และพวกตนก็ไม่ได้ไปทำอะไรที่ผิดกฎหมายเหมือนกับที่เขาทำในช่วงที่เป็นฝ่ายค้าน แล้วยังมาขอนิรโทษกรรมในขณะนี้อีก ทั้งนี้ภาพที่ออกมาไม่มีใครอยากเห็น แต่ภาพลักษณ์ของพรรคก็ถูกกระทบบ้าง แต่ถ้าเราหยุดยั้งกฎหมายที่ทำความเสียหายให้กับประเทศชาติได้ ตนคิดว่าเราก็ต้องยอมรับตรงนั้น

               เมื่อถามว่า ถ้ารัฐบาลยังยืนยันเหมือนเดิมพรรคประชาธิปัตย์จะมีท่าทีอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคก็จะเรียกร้องว่าการประชุมประธานคณะกรรมาธิการสามัญจะต้องโปร่งใส ไม่ใช่เข้าไปถึงแล้วบอกว่าให้ลงมติว่าเป็นกฎหมายการเงินหรือไม่เป็นการเงิน แล้วมาสรุปว่าไม่ใช่กฎหมายการเงิน ดังนั้นนายกฯจึงไม่ต้องลงนาม แต่พอวันข้างหน้าก็ไปจ่ายเงินให้ พ.ต.ท.ทักษิณ

               ผู้สื่อข่าวถามว่า ต่อว่าการที่ไม่ให้นายกรัฐมนตรีลงนาม เพราะต้องการกันนายกรัฐมนตรีออกไปใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็คงทำนองนั้น เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนยังเจอแขกต่างประเทศที่มาประชุมเวิร์ลอีคอร์นอมิคฟอร์รั่มก็ยังสอบถามพอทราบว่า ในสภานายกรัฐมนตรีก็ไม่มาประชุม ตนถึงกับอึ้งเมื่อเขาถามว่ามีระบบที่นายกรัฐมนตรีอยู่เหนือรัฐสภาด้วยหรือ

              เมื่อถามว่า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ สามารถทำหน้าที่ต่อไปได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงต้องเปลี่ยนท่าทีถ้ายังใช้ท่าทีแบบเดิมก็ต้องเจอปัญหาแบบเดิมแน่นอน ซึ่งขณะนี้ก็มีการเคลื่อนไหวถอดถอนนายสมศักดิ์ ออกจากประธานสภากันอยู่

 

 

“สุเทพ"ขอปธ.กมธ.เปิดโอกาสตีความ พรบ.ปรองดอง เอี่ยวการเงินหรือไม่

               นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประชุมรัฐสภาในวันนี้ว่า การประชุมจะราบรื่นได้ ประธานสภาฯ ต้องทำหน้าที่ตามข้อบังคับการประชุมสภาอย่างเคร่งครัด ไม่ต้องไปฟังคำสั่งใคร โดยเฉพาะคนทางไกล ซึ่งหากทำได้เชื่อว่าการประชุมจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่เหตุการณ์เมื่อวานนี้จะเห็นว่าประธานไม่รับฟังเหตุผลของสมาชิกเลย กลับอ้างแต่อำนาจประธานสภาว่ามีอำนาจวินิจฉัยแล้วโดยที่ไม่ยอมให้คำอธิบายว่า พรบ.ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ พรบ.การเงิน ตาม มาตรา 143 หรือไม่ ทั้งนี้ต้องรอฟังการพิจารณาของประธานกรรมาธิการ ทั้ง 35 คณะจะมีความเห็นอย่างไร และแม้ว่ารัฐบาลจะมีสมาชิกเป็นประธานอยู่19คณะ แต่ตนยังหวังว่าจะมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ เปิดโอกาสให้สมาชิกได้หารือกันครบถ้วนก่อน

               "กระบวนการปรองดองนั้น ขณะนี้แสดงให้เห็นแล้วว่ายังคงเริ่มไมได้ ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ต้องพิจารณา เพราะมีปัญหาอื่นต้องแก้ไขและสำคัญกว่า อาทิ การเยียวยาผู้ประสบปัญหาอุทกภัย ข้าวของแพง อีกทั้งหากจะประกาศใช้ได้จริงก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สอดรับกันก่อน มิเช่นนั้น พรบ.ที่ออกมาจะขัดกับรัฐธรรมนูญ" นายสุเทพ กล่าว

 

 

“จุรินทร์” ไม่ขอโทษ จวก “ขุนค้อน" รับใบสั่งเพื่อคนเดียว

               นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ ประธานคณะกรรมการประสานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่านค้านกล่าวถึงกรณีที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำตามข้อเสนอของฝ่ายค้านโดยจะมีการนัดประชุมประธานคณะกรรมการวิสามัญของสภาฯทั้ง35 คณะเพื่อพิจารณาร่าง พรบ.ปรองดอง ทั้ง 4 ว่าเป็นกฎหมายที่เข้าข่ายการเงินหรือไม่ว่า  ฝ่ายค้านต้องการเห็นการดำเนินการในสภาที่เป็นไปอย่างถูกต้องตามข้อบังคับ โดยตนมองว่า กม.ปรองดอง ทั้ง 4 ฉบับเป็นกฎหมายที่ขัดต่อรธน.เอื้อประโยชน์เพื่อคนๆบางกลุ่มในการล้างผิด คืนทรัพย์ และคืนสิทธิ โดยใช้ขั้นตอนทางสภาฯอย่างไม่ชอบธรรม อีกทั้งหลายคนยังมองว่า ประธานสภาฯทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง ซึ่งหากมองจากต้นตอของปัญหาตนเชื่อว่าเรื่องนี้เกิดจากใบสั่ง ซึ่งทำให้ประธานสภา รวมถึบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อรับใช้ผลประโยชน์ของคนๆเดียว ตนจึงเกรงว่า เรื่องนี้อาจนำไปสู่วิกฤติของประเทศชาติ

              นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ส่วนการประชุมระหว่างประธานสภาและประธาน กมธ.ทั้ง 35 คณะนั้นทางพรรคได้มอบหมายให้ประธานกมธ.ชี้แจงด้วยเหตุผล โดยเรื่องนี้ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนให้ถูกต้อง เพราะเป็นกฎหมายที่ชัดเจนว่ามีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการคืนทรัพย์สินย์ ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีต้องเซ็นรับรอง จะอ้างว่า “หนูไม่รู้” จะมาทำเป็นทำไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ เพราะนายกรัฐมนตรี ก็ถือเป็น สส.บัญชีรายชื่อ ของพรรคเพื่อไทย และเป็นสมาชิกคนหนึ่งของสภาฯ และหากนายกฯต้องการที่จะยุติวิกฤติที่เกิดขึ้นก็ควรที่จะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมพรรคและให้สมาชิกถอนเรื่องดังกล่าวออกไป ซึ่งต้องติดตามว่า นายกรัฐมนตรีจะมีการดำเนินการเช่นใด

               ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยมีการเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ขอโทษประธานสภาในเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา นายจุรินทร์กล่าวว่า คนที่ต้องขอโทษคือคนๆ เดียวที่เป็นต้นตอของปัญหา โดยตนขอเรียกร้องให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าวได้แล้ว ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ทำเพื่อประชาชน และไม่ต้องการเห็นการใช้เสียงข้างมากเพื่อประโยชน์ของคนๆเดียว