ข่าว

'เมซู'อย่าทิ้งเราเสียงจากแรงงานพม่า

'เมซู'อย่าทิ้งเราเสียงจากแรงงานพม่า

31 พ.ค. 2555

'เมซู'อย่าทิ้งเราเสียงจาก..แรงงานพม่า : พรรณี อมรวิพุธพนิช รายงาน

              7 โมงเช้าของวันที่ 30 พฤษภาคม บรรยากาศรอบๆ โครงการบ้านเอื้ออาทรท่าจีน จ.สมุทรสาคร ดูคึกคักกว่าทุกวัน พี่น้องชาวพม่า มอญ แต่งตัวด้วยชุดประจำชาติทยอยเดินออกจากห้องพัก บางคนถือดอกไม้ ถุงขนม รูปภาพ เกาะกลุ่มคุยกันมุ่งหน้าไปยัง "ศูนย์พิสูจน์สัญชาติแรงงานพม่า" ด้านหน้าโครงการ
 
              "มะตาเท" หนึ่งในสาวโรงงานวัย 22 ปี ถือรูปถ่ายขนาดใหญ่ของ "ออง ซาน ซูจี" ไว้ด้านหน้าเช่นเดียวกับเพื่อนสาวพม่าอีกคนหนึ่ง "มะตาเท" เล่าว่า หลายวันมานี้ชาวพม่านับแสนคนในสมุทรสาครรู้สึกตื่นเต้นเมื่อรู้ข่าวว่า ออง ซาน ซูจี จะมาเยี่ยมเยียนพวกเขา แต่หลายคนยังไม่มั่นใจเรื่องนี้เป็นจริงหรือไม่ จนกระทั่งเมื่อคืนข่าวโทรทัศน์ยืนยันว่ามาแน่นอน ทำให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้นและนัดหมายกันตั้งแต่กลางดึกว่าต้องมาจองพื้นด้านหน้าตั้งแต่เช้าตรู่แม้ว่ากำหนดการจะเป็นเวลา 08.30 น.ก็ตาม เพื่อให้เห็นหน้าวีรสตรีเหล็กนักต่อสู้ในดวงใจชัดๆ 
 
              "วันนี้พวกเราหยุดงานกันเกือบทุกคน โรงงานเข้าใจนะ ไม่ว่ากัน เพราะใครๆ ก็อยากเห็นตัวจริง ถ้ามีโอกาสได้พูดกับแม่ซู จะบอกว่า ขอให้ช่วยประเทศพม่าด้วย ช่วยให้ดีขึ้นกว่านี้" เธอพูดด้วยน้ำเสียงสดชื่น ตาเป็นประกายเต็มไปด้วยความหวัง
 
              เกือบ 8 โมงเช้า กลุ่มนักเรียนประถมกว่าร้อยคนเดินเรียงแถวชูรูปพร้อมป้ายตัวอักษรที่เขียนว่า "ขอให้ ออง ซาน ซูจี สุขภาพดี อายุเกินร้อยปี" ใกล้เวลานัดหมายผู้คนเริ่มหนาแน่นขึ้น จากร้อยเป็นพันคนภายในเวลาไม่นาน มีบางกลุ่มร้องเพลงและเต้นรำตามประเพณีท้องถิ่น แต่พอถึงเวลา 08.40 น. เสียงประกาศจากไมโครโฟนดังก้องขึ้นมาเป็นภาษาพม่า ทุกคนหยุดฟังอย่างตั้งใจ พอสิ้นเสียงความเงียบเข้าปกคลุมทันที
 
              "มะตาเท" แปลเป็นภาษาไทยให้ฟังว่า เมซู หรือแม่ซู ขอยกเลิกนัดหมายที่จะมายังศูนย์แห่งนี้ แต่ไปแวะเยี่ยมตลาดกุ้งมหาชัยแทน สีหน้าผิดหวังของสาวพม่าผู้ยืนกำดอกกุหลาบสีแดงเฝ้าคอยวีรสตรีของพวกเขาตั้งแต่เช้าตรู่ ทำให้หนุ่มๆ ขี่มอเตอร์ไซค์ออกมาชวนให้ซ้อนท้ายมุ่งหน้าไปยังตลาดกุ้งที่ห่างไปประมาณ 5 กิโลเมตร บางคนชักชวนเพื่อนๆ กระโดดขึ้นรถกระบะเบียดเสียดกันไปจุดหมายใหม่อย่างไม่ย่อท้อ
 
              เวลา 09.30 น. บรรยากาศภายในตลาดกุ้งเต็มไปด้วยกองทัพสื่อมวลชนทั้งนักข่าวไทยและนักข่าวฝรั่ง หากประเมินแรงงานพม่าที่มารวมตัวกันในวันนี้คาดว่าตัวเลขไม่ต่ำกว่าหลักหมื่นคน เสียงร้องเพลงปลุกใจภาษาพม่ากระหึ่มไปทั่ว พร้อมป้ายของนายพลอองซานและลูกสาวที่กำลังอยู่ระหว่างเดินทางมาตามคำเรียกร้อง เวลาประมาณ 09.45 น. ขบวนรถของนางซูจีก็มาถึง รถบีเอ็มดับเบิลยูสีดำป้ายทะเบียน "ฌข 2408" เคลื่อนตัวช้าๆ เข้ามาพร้อมด้วยเสียงโห่ร้องแสดงความยินดี "เมซู เมซู เมซูๆๆๆๆๆๆๆ" ดังกึกก้องไปทั่ว
 
              ด้วยพลังมวลชนที่เบียดเสียดเข้ามาล้อมรอบ นางซูจีจึงทำได้แค่เพียงเปิดประตูรถลงมาโบกมือทักทายเป็นระยะๆ แต่เสียงร้องเรียกเมซู เมซูๆๆๆ ยังคงดังสนั่นเหมือนจะให้ได้ยินไปถึงเมืองหลวงของประเทศพม่า
 
              "อามู" กับ "ยิน นอ" สองสาวเมืองพะอ่าง เล่าว่า พวกเธอเดินทางมาทำงานในเมืองไทยนานเกือบสิบปีแล้ว ปัจจุบันรับจ้างทำงานบ้านอยู่ที่พุทธมณฑลสาย 2 วันนี้ตื่นตั้งแต่ตีห้าเดินทางมาที่ จ.สมุทรสาคร พร้อมด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บและผ้าถุง หวังว่าจะให้เป็นของฝาก "เมซู" แทนความรักและความเทิดทูน น่าเสียดายหน่วยรักษาความปลอดภัยไม่ยอมให้พวกเธอเข้าใกล้พอจะยื่นของฝากให้ หลายคนกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า แม้ไม่ได้เห็นหน้าชัดๆ เพียงแค่รู้ว่าเมซูอยู่ในรถคันนั้นแน่ๆ พวกเขาก็ปลื้มปีติดีใจที่ชีวิตนี้มีโอกาสได้ใกล้ชิดวีรสตรีของโลกในระยะไม่กี่เมตร สิ่งเดียวที่พวกเขาปรารถนาคือให้เมซูมีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว
 
              ภาพออง ซาน ซูจี ออกมายืนนอกรถโบกมือพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวานนั้น ช่างเป็นภาพตรึงตาตรึงใจ พวกเขาขอจดจำไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต!!
 
              เวลา 10.30 น. ขบวนรถเคลื่อนมาถึงจุดเยี่ยมสุดท้าย คือห้องสมุดศูนย์เรียนรู้แรงงานข้ามชาติ มหาชัยวิลล่า ซอย 9 สถานที่นัดหมายประชุมร่วมกับตัวแทนแรงงานชาวพม่า สตรีเหล็กผู้ท้าทายอำนาจเผด็จการทหาร จนโดนสั่งกักบริเวณนานกว่า 24 ปี ขึ้นไปยังระเบียงชั้น 3 เพื่อกล่าวปราศรัยนอกประเทศพม่าเป็นครั้งแรก
 
              เมื่อนางซูจีเดินออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง แต่หลังจากเริ่มกล่าวทักทายผ่านไมโครโฟนด้วยน้ำเสียงช้าๆ แต่หนักแน่น ทุกคนก็พร้อมใจกันอยู่ในความเงียบสงบเพื่อฟังข้อความปราศรัย
 
              “ติม ยู ตู” หญิงพม่าวัย 35 ปี อุ้มลูกสาวมายืนรอพร้อมชูป้ายให้กำลังใจตั้งแต่เช้า ช่วยแปลเป็นไทยให้ฟังว่า “แม่ซูขอให้พี่น้องแรงงานพม่าทุกคนที่อยู่ตรงนี้ ตั้งใจทำงานเต็มที่ เพราะที่นี่เป็นบ้านเมืองไทย เราต้องให้ความเคารพและรักเมืองไทย และขอให้เจ้าหน้าที่ไทยดูแลแรงงานทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ปัญหาส่วนใหญ่เป็นเรื่องกฎหมายแรงงาน เพราะชาวพม่าไม่ค่อยรู้กฎหมายและถูกเอาเปรียบจากนายจ้าง ขอให้ช่วยกันศึกษาหาความรู้ให้มากขึ้น และสุดท้ายขอให้ทุกคนแข็งแรงสุขภาพดี รู้สึกยินดีมากที่ได้มาวันนี้ และสัญญาว่าจะไม่ทอดทิ้ง จะดูแลกันตลอดไป”
 
              เวลา 11.10 น. "ติม ยู ตู" อุ้มลูกน้อยโบกมือให้ขบวนรถที่กำลังเคลื่อนกลับกรุงเทพฯ พร้อมพูดด้วยเสียงเบา ๆ ว่า...
   
              “เมซู ช่วยพวกเราด้วย อย่าทิ้งกัน...”

.........

(หมายเหตุ : 'เมซู'อย่าทิ้งเราเสียงจาก..แรงงานพม่า  :  พรรณี อมรวิพุธพนิช รายงาน)