
แท็กซี่หื่น...ข่มขืนซ้ำซาก
แท็กซี่หื่น...ข่มขืนซ้ำซาก : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ
สาวๆ ที่เรียกใช้บริการรถแท็กซี่ ควรพึงระวังถึงภัยร้ายที่มาถึงตัว...เพียงแค่วันเดียวมีหญิงสาวตกเป็นเหยื่อคนขับแท็กซี่หื่นถึง 2 รายเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา
รายแรกเป็นเหยื่อสาววัย 26 ปี เธอเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ สหกรณ์แท็กซี่ไทยจำกัด ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโรลล่า ทะเบียน ทน 5547 กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลาประมาณ 1 ทุ่มจากคอนโดมิเนียมในซอยพัฒนาการ 25 เพื่อให้ไปส่งที่โรงแรมคิงปาร์ค ถนนศรีนครินทร์ ระหว่างทางซึ่งการจราจรติดขัดคนขับแท็กซี่ อ้างว่าจะพาไปทางลัดแล้วขับรถเข้าซอยพัฒนาการ 32 เมื่อถึงจุดเปลี่ยวกลางซอยคนขับก็ลงจากรถแล้วเปิดประตูห้องโดยสารด้านหลังเข้าจู่โจมล็อกตัวผู้โดยสารสาวและลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่
ระหว่างที่หญิงสาวถูกข่มขืนบริเวณเบาะหลังรถแท็กซี่ โทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น ด้วยไหวพริบเธอกดรับสายโดยที่คนขับแท็กซี่หื่นไม่รู้ตัว จนกลายเป็นเบาะแสสำคัญที่ทำให้ตำรวจสามารถติดตามจับกุมคนขับแท็กซี่หื่นรายนี้ได้ทันควันที่บ้านเช่ากลางซอยอ่อนนุช 17 แยก 20 แขวงและเขตสวนหลวง กทม.
"เห็นผู้โดยสารสาวนุ่งกางเกงขาสั้นแล้วทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศ จึงวางแผนออกอุบายพาไปทางลัด เมื่อถึงจุดเปลี่ยวกลางซอยจึงลงมือข่มขืน แล้วปล่อยตัวผู้เสียหายลงจากรถให้เดินเท้าออกจากซอยมาเอง ช่วงที่กำลังข่มขืนอยู่ ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แต่ไม่คิดว่าผู้เสียหายจะกล้ารับสาย" นายนพดล หรือเค ตะบ้านไร่ คนขับแท็กซี่วัย 30 ปี รับสารภาพ
หลังจาก พ.ต.อ.สิทธิภาพ ใบประเสริฐ ผกก.สน.คลองตัน ตรวจสอบประวัติของโชเฟอร์แท็กซี่หื่นรายนี้ พบว่าเมื่อปี 2550 เคยก่อเหตุทำร้ายร่างกายและพยายามข่มขืนผู้โดยสารสาวชาวฟิลิปปินส์ ในพื้นที่ สน.คลองตัน มาแล้วครั้งหนึ่ง ถูกศาลตัดสินจำคุกนาน 5 ปี เพิ่งพ้นโทษออกมาได้ประมาณ 3 เดือน ก็ย้อนกลับมาก่อเหตุซ้ำ
รายที่สองเป็นเหยื่อสาววัย 22 ปี เธอเรียกใช้บริการรถยนต์แท็กซี่สีชมพู หมายเลขทะเบียน ทร 724 กรุงเทพมหานคร ในช่วงเย็นบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านราษฎร์บูรณะ เพื่อเดินทางกลับบ้านภายในซอยแม่โฮ้ หมู่ 6 อ.พระประแดง ระหว่างทางโชเฟอร์แท็กซี่ชวนคุยและอ้างตัวว่าเป็นร่างทรงปู่ฤาษีและร่างทรงกุมารทอง โดยลวงผู้โดยสารสาวว่ากำลังจะมีเคราะห์ใหญ่ให้รีบสะเดาะเคราะห์ ด้วยการทำบุญถวายสังฆทานให้เจ้ากรรมนายเวร
หญิงสาวหลงเชื่อและรับปากว่าพรุ่งนี้จะไปทำบุญที่วัด แต่โชเฟอร์แท็กซี่อ้างว่า กุมารทองกระซิบบอกให้รีบทำภายในวันนี้ ไม่เช่นนั้นจะมีเคราะห์หนัก เมื่อจวนจะถึงบ้านของเธอ โชเฟอร์แท็กซี่ย้ำถึงเรื่องสะเดาะเคราะห์อีกครั้ง เหยื่อสาวเริ่มลังเลและตัดสินใจให้พาไปส่งที่วัดจากแดง แต่โชเฟอร์อ้างว่าชื่อไม่เป็นมงคล เดี๋ยวจะพาไปที่วัดคู่สร้าง แต่ยังไม่ทันจะถึงวัด โชเฟอร์ก็ออกอุบายว่าไม่ต้องเดินทางไปถึงวัดจะทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้เอง แล้วบอกให้เหยื่อลงไปซื้อดอกไม้ธูปเทียน หมากพลู และเหล้าขาว แล้วพาไปเปิดห้องโรงแรมในซอยสุขสวัสดิ์ 64 เพื่อทำพิธี
เมื่อเข้ามาภายในห้องพัก โชเฟอร์คนดังกล่าวได้นำผ้าขนหนูมาปูบริเวณหัวเตียงก่อนเอาเศียรปู่ฤาษี ที่ตั้งอยู่หน้ารถพร้อมด้วยกุมารทองออกมาวาง และจุดธูปเทียนและนั่งสวดมนต์ครู่ใหญ่ ได้สั่งเบียร์ของโรงแรม 2 ขวดมานั่งดื่ม พร้อมสั่งให้เหยื่อสาวไปถอดเสื้อนุ่งผ้าขนหนูเพื่อจะทำพิธีล้างกรรม หลังจากนั้นก็ให้ดื่มเหล้าขาวที่ซื้อมา 6 อึกใหญ่และให้จิบเบียร์ 2 แก้ว ก่อนจะสั่งให้นอนหงายพนมมือและหลับตา
หลังจากนั้นโชเฟอร์ในคราบร่างทรง นำพวงมาลัยมาคล้องที่มือและนำหมากพลูมาทำพิธีประพรมน้ำทั่วร่างกาย...จังหวะนี้ เหยื่อสาวเริ่มสะลึมสะลือและเกิดอาการชาไปทั้งตัวจากพิษเหล้า แม้ว่าเธอจะพยายามลืมตาและลุกขึ้น ก็ถูกสั่งห้ามอ้างว่ายังทำพิธีไม่เสร็จ พร้อมทั้งบอกให้ถอดสร้อยข้อมือและสร้อยคอที่หนักเส้นละ 1 สลึงออกและเอาไปห้อยไว้ที่กุมารทองเพื่อให้เพิ่มทรัพย์
"ระหว่างทำพิธีกรรม รู้สึกว่าโชเฟอร์เอาพวงมาลัยออกจากข้อมือและจับแขนทั้ง 2 ข้างวางไว้ข้างตัวและมีความรู้สึกเหมือนถูกถอดผ้าขนหนูออกและถูกลูบคลำไปทั้งตัว ก่อนที่จะลงมือข่มขืน แม้ว่าจะพยายามขัดขืนแต่ไม่มีแรง จังหวะนี้เองได้ยินเสียงโทรศัพท์โชเฟอร์แท็กซี่จึงลุกขึ้นมารับโทรศัพท์ จึงตัดสินใจคว้าสร้อยทั้ง 2 เส้นและเสื้อผ้าวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือจากพนักงานโรงแรม โชเฟอร์แท็กซี่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งขึ้นรถและขับหลบหนีไปแต่พนักงานโรงแรมจดทะเบียนรถไว้ได้" เหยื่อสาวให้การต่อตำรวจ
เมื่อ พ.ต.อ.วัชรินทร์ ประสพดี ผกก.สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จึงตรวจสอบเลขทะเบียน ทราบชื่อ นายธวัช บุญสะอาด อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76 หมู่ 1 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังเข้าจับกุม จากการตรวจสอบประวัติพบว่า มีหมายจับในข้อหาเดียวกันอยู่ที่ สภ.พระสมุทรเจดีย์ และอีกหลายพื้นที่!!
.............
(หมายเหตุ : แท็กซี่หื่น...ข่มขืนซ้ำซาก : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)



