
พบหญิงชาวอุตรดิตถ์ป่วยผิวแห้งติดกระดูก
พบหญิงป่วยโรคประหลาด ผิวแห้งติดกระดูก นอนรอความตายใต้ถุนบ้านนานนับ 3 ปี แพทย์ระบุป่วยโรคหนังแห้ง พบ 1 ในล้านคน
ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีหญิงวัยกลางคนนอนป่วยอยู่ใต้ถุนบ้าน ที่ชุมชนท่าอิฐบน ซอย 7 ถนนสำราญรื่น ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ มานานกว่า 3 ปี ไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้เหมือนคนปกติทั่วไป หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปสำรวจพบบ้านไม้ยกพื้นสูงสภาพเก่า ที่บริเวณใต้ถุนเจ้าของบ้านใช้อิฐกั้นทำเป็นห้องนอน 1 ห้อง ส่วนของหน้าต่างมีเพียงกรอบไม้แต่ไม่มีบานหน้าต่าง หากมองจากถนนหน้าบ้านจะสามารถมองเห็นภายในห้องนอนได้อย่างทะลุปุโปรง
บรรยากาศทั่วไปเงียบเหมือนไม่มีคนอาศัยอยู่ แต่เมื่อเดินเข้าไปใต้ถุนบ้าน บริเวณประตูทางเข้าห้องนอนพบหญิงในสภาพซูบผอม เหลือเพียงกระดูก ใส่เสื้อผ้าเก่าๆ นอนอยู่บนเปลทะเล มีผ้าเช็ดตัวสีเขียวห่ม มือขวาจับไม้พลาสติกสำหรับตีแมลงวัน ค่อยไล่แมลงวันที่บินมาต่อมตนเอง แม้จะมีพัดลมเปิดเป็นตัวช่วยก็ตามและบริเวณหน้าห้องนอนมีแคร่ไม้สำหรับวางอาหาร ผลไม้และน้ำอยู่ใกล้ๆ สามารถที่จะหยิบรับประทานได้เวลาหิว
จากการสอบถามทราบหญิงที่นอนอยู่บนเปลทะเล คือ เจ้าของบ้าน ชื่อ นางวารินทร์ ม่วงทิม อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 759 ถ.สำราญรื่น ต.ท่าอิฐ อ.เมืองอุตรดิตถ์ สามารถพูดโต้ตอบได้แต่มีอาการหอบและเหนื่อยเห็นได้อย่างชัดเจน
นางวารินทร์ กล่าวว่า เดิมมีอาชีพรับจ้างทั่วไปอยู่กินกับสามี โดยมีลูกด้วยกันทั้งหมด 3 คน แต่เสียชีวิต 2 คน ปัจจุบันอยู่กับลูกชายคนกลางเป็นคนงานอยู่โรงเลื่อยแห่งหนึ่งของ จ.อุตรดิตถ์ ส่วนสามีได้แยกทางกันตั้งแต่ลูกๆยังเด็ก ตนนอนป่วยมาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปี หรือตั้งแต่อายุ 53 ปี ไม่รู้สาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร เท่าที่จำได้ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2549 ขณะเกิดน้ำท่วมใหญ่ที่ จ.อุตรดิตถ์บ้านของตนก็ถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลาหลายวัน ก็ได้ออกไปเล่นน้ำและหาจับปลากับเพื่อนบ้าน หลังจากนั้นประมาณ 1-2 เดือน รู้สึกเกิดอาการคันในร่มผ้า เมื่อเกาก็เกิดผืนสีแดง ได้แวะไปหาหมอที่คลินิกโรคผิวหนังในตลาดเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ หมอจ่ายยาหลอดชนิดครีมทามาให้ ทาอยู่หลายวันก็ไม่หาย
จากนั้นจึงกลับไปที่คลินิกอีกครั้งหมอแนะนำให้ฉีดยาเข้มละ 200 บาท ฉีดอยู่ 2 เข็มอาการคันและผืนไม่ดีขึ้น กลับขยายวงกว้าง ผิวหนังเริ่มแข็ง เป็นสะเก็ด กระด่างกระดำ ต่อมาไม่นานก็เกิดอาการปวดเมื่อยตามร่างกายทั่วไปหมดตัว และเริ่มมีอาการขัดยอก ปวดตามกระดูกและข้อทำให้ต้องหายากินแก้ปวดอยู่ตลอดเวลา ภายใน 1 ปี อาการเกิดลุกลามไปทั่วตัว ไม่เว้นแม้แต่ศีรษะผมเริ่มเป็นสีขาวและร่วง
ต่อมาจึงตัดสินใจไปหาหมอที่คลินิกเดิมอีกครั้ง พร้อมระบุว่าตนป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่หาย และมีเพียง 1 ในล้านคนที่เป็นป่วยโรคนี้ จึงเกิดความท้อใจ ประกอบกับคนรอบข้าง เพื่อนบ้านต่างไม่กล้าเข้าใกล้เพราะกลัวจะติดโรคจากตน ทุกวันนี้ ทุกข์ทรมารเป็นอย่างมากไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนเหมือนคนธรรมดาหรือช่วยเหลือตัวเองได้เพราะต้องนอนอยู่แต่บนเตียงนอนตลอดทั้งวัน จะลุกจากที่นอนเพื่อไปเข้าห้องน้ำเพื่อทำการอาบน้ำหรือขับถ่ายก็ไม่สามารถทำได้ ผิวหนังทั้งตัวตึงและแข็งมาก ที่บริเวณนิ้วเท้า แขน ขา ลำตัว โดยเฉพาะที่บริเวณนิ้วมือจะหงิกงอ และมีอาการเจ็บปวดที่บริเวณข้อกระดูก นิ้วมือ นิ้วเท้า ข้อศอก อาการคันจะเป็นอยู่ถาวร
"ระยะหลังเวลาเกาเริ่มมีแผลพุพอง เน่า มีกลิ่น ทำให้แมลงวันบินมาต่อม หากวันไหนอากาศร้อนยิ่งเจ็บปวด จำเป็นต้องเปิดพัดลมตลอด 24 ชั่วโมง การพูดการเจรจาก็ไม่ชัดเพราะลิ้นเริ่มแข็ง สภาพร่างกายน่าเกียจไม่เหมือนคนธรรมดา เหมือนคนตายทั้งเป็น เพียงแต่นอนรอความตายให้มาถึง”นางวารินทร์กล่าวพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้ม
นางวารินทร์ กล่าวต่อว่า ระยะเวลากว่า 3 ปีที่ล้มป่วย รู้สึกสงสารลูกชายที่ต้องคอยหาน้ำหาข้าวจัดเตรียมไว้ให้ก่อนไปทำงานทุกเช้าและเย็น ฐานะทางครอบครัวก็ยากจน รายได้ของลูกชายมีไม่มาก ตนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แต่ละเดือนต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มซื้อแพมเพิร์ตใส่และแป้งฝุ่น เนื่องจากไม่สามารถเคลื่อนย้ายตัวได้ แผลเริ่มเน่าและคัน จึงนำแป้งมาโรคบรรเทาอาการ รู้สึกท้อต่อชีวิตตนเอง ทำเวรกรรมอะไรไว้ ร่างกายถึงได้มาเป็นแบบนี้ ทุกครั้งที่ท้อจะหลับตาตั้งสติ ระลึกถึงบารมีขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถในช่วยปกปักรักษา ดลบันดาลให้หายป่วยจากโรคร้ายชนิดนี้ในเร็ววัน
นายแพทย์ขจร วินัยพาณิช รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า จากการทราบถึงอายุของผู้ป่วยเบื้องต้นเป็นลักษณะของโรคหนังแข็ง ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของเนื้อเยื่อของร่างกาย ไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่มียารักษา แต่จะสามารถรักษาตามอาการของโรคให้อาการดีขึ้น การแทรกซ้อนของโรคจะน้อยลง ทำให้ความเป็นอยู่ในชีวิตดีขึ้น โดยโรคดังกล่าวจะกระทบต่อการทำงานของร่างกายทั้งระบบ เช่น ผลต่อปอดจะแข็ง กลืนอาหารยากลำบาก หรือไตวายในระยะสุดท้าย โดยอาการของโรคจะเกิดขึ้นพร้อมๆกัน แต่แสดงออกให้เห็นด้วยสายตาทางผิวหนัง ซึ่งอาการของโรคผิวหนังจะเริ่มแข็ง คัน เป็นสะเก็ด ถ้าไม่ได้รับการรักษาหรือ ไม่อยู่ในการดูแลของแพทย์ อาการจะลุกลาม ในระยะ 3-5 ปี ผู้ป่วยอาจเสียชีวิต
“อาการป่วยที่บ่งบอกว่าอยู่ในขั้นรุนแรงหรือระยะสุดท้าย ผู้ป่วยจะเดินไม่ได้ รับประทานอาหารได้น้อยเพราะหลอดอาหารแข็งตัว กลืนอาหารลำบาก จะรู้สึกเจ็บเวลากลืน มีกรดไหลย้อนหรือหลอดอาหารอักเสบ ผู้ป่วยจะมีอาการเหนื่อยง่าย หอบหืด มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ และมีการอักเสบตามข้อ และจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของ ไต หัวใจและปอด หากไตวายก็จะเสียชีวิตในที่สุด จาการแพทย์โรคหนังแข็งจะพบน้อยมาก ที่ผ่านมาจังหวัดอุตรดิตถ์ พบผู้ป่วยที่รับการรักษาจากแพทย์ไม่ถึง 10 คนกรณีของนางวารินทร์ น่าจะอยู่ในระยะรุ่นแรงของโรค เพราะมีอาการป่วยมานานกว่า 3 ปี ที่สำคัญไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง จะมีการนำทีมแพทย์ลงพื้นที่ตรวจดูอาการเบื้องต้น การรักษาขึ้นอยู่กับผู้ป่วยจะยินยอมหรือไม่”นายแพทย์ขจร กล่าว



