ข่าว

วิปรัฐมีมติเลื่อนพรบ.ปรองดองถก31พ.ค.

วิปรัฐมีมติเลื่อนพรบ.ปรองดองถก31พ.ค.

30 พ.ค. 2555

"วิปรัฐบาล"มีมติเลื่อนพรบ.ปรองดองวาระแรกถก 31 พ.ค. ยันทุกพรรคเสนอด้วยความรับผิดชอบ

               ทั้งนี้เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 พ.ค.2555 นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แถลงผลการประชุมวิปรัฐบาลว่าประชุมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดอง แห่งชาติ พ.ศ.(….) ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของประชาชน ที่เสนอโดย พล.อ.สนธิ รวมถึงร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองที่ได้รับบรรจุไว้ในระเบียบวาระแล้วอีก 3 ร่าง

               ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ประเด็นสำคัญคือการจะนำร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ.(….)เข้ามาพิจารณานั้น ตามข้อบังคับแล้วถึงแม้ว่าจะเลื่อนการพิจารณาในวันที่ 30 พ.ค.นี้ออกไปแต่ก็จะต้องนำไปพิจารณาต่อในวันที่ 31 พ.ค.2555 ดังนั้นมติที่ประชุมพรรคร่วมรัฐบาลจึงได้เห็นชอบให้คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลพิจารณาเลื่อนระเบียบวาระร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ.(….)ขึ้นมา โดยจะมีการบรรจุเข้าสู่การพิจารณาขั้นรับหลักการวาระที่ 1 ในวันที่ 31 พ.ค. ต่อจากญัตติตอบกระทู้ในสภาตามปกติ

               เมื่อถามว่าเหตุผลในการเลื่อนระเบียบวาระร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ.(….)ขึ้นมา มีความจำเป็นเร่งด่วนขนาดไหนถึงต้องเลื่อนขึ้นมาพิจารณาเร็วขึ้น นายอุดมเดช กล่าวว่า จากความเห็นของที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นว่าถ้ามีร่างกฎหมายใดที่สามารถสร้างความปรองดอง ความสามัคคีและจะทำให้บ้านเมืองกลับไปอยู่ในสภาวะการณ์ปกติเหมือน 6- 7 ปีก่อนได้ก็คงเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ

               “ส่วนในช่วงเวลาของการเสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ.(….)ที่อาจก่อให้เกิดความเห็นแตกต่างกันบ้าง ไม่ว่าจะเป็นในรายละเอียด หรือมีความกังวลใดๆในเรื่องของผู้ที่จะได้รับโอกาสนั่นก็เป็นเรื่องของการใช้เหตุผล ที่จะต้องมาพูดกันในสภาตามระบอบประชาธิปไตย” ประธานวิปรัฐบาล กล่าว

               ผู้สื่อข่าวถามถึงความมั่นใจว่าภายหลังจากการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ.(….)ว่าสถานการณ์ต่อไปยังคงอยู่ในสภาวะปกติ นายอุดมเดช กล่าวว่า ถ้าหากว่ามีกฎหมายที่ให้โอกาสทุกๆฝ่ายที่ถูกดำเนินคดีออกมาได้แล้วคิดว่าทุกอย่างจะสงบสุขได้ และต่างคนก็ต่างไปประกอบอาชีพช่วยกันทำให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้ โดยเรื่องต่างจะไปพูดทำความเข้าใจกันในสภาซึ่งตนได้บอกไปแล้ว

               เมื่อถามว่าทางวิปนั้นไม่ได้มีความเป็นห่วงหรือให้ความสนใจกับผู้ที่คัดค้าน นายอุดมเดช กล่าวว่า “ห่วงและสนใจครับ” แต่ความห่วงแลความสนใจก็อาจจะมีเหตุผลน้ำหนักน้อยกว่าสิ่งที่เราคิดว่าประเทศชาติน่าจะได้รับ อย่าบอกว่าไม่ห่วงอย่าบอกว่าไม่สนใจ

               เมื่อถามว่าทางวิปจะยึดพิจารณาร่างพรบ.ปรองดอง ฉบับไหนอย่างไร นายอุดมเดช กล่าวว่า ในส่วนของวิปรัฐบาลได้พิจารณาร่วมกันแล้วในส่วนของร่างต่างๆนั้นมีหลักการคล้ายกัน จะแตกต่างกันบ้างในรายละเอียด โดยในเบื้องต้นที่ประชุมเห็นว่าจะให้เกียรติร่างของพล.อ.สนธิซึ่งเป็นร่างที่มีพรรคร่วมรัฐบาลร่วมลงชื่อให้การสนับสนุน ถึงแม้ว่าร่างของพรรคเพื่อไทยจะมีจำนวนสมาชิกเซ็นต์มากกว่าแต่ว่าเป็นร่างที่เสนอโดยพรรคเดียว ถ้าเป็นไปตามนั้นก็จะมีในรายละเอียดที่แตกต่างกันในกรณีของการนิรโทษกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างร่างของกลุ่มนปช. และร่างของพรรคเพื่อไทยที่บอกว่าจะไม่ยกเว้นความผิดให้กับผู้ที่สั่งฆ่าประชาชน โดยในส่วนนี้ยังอยู่ในขั้นรับหลักการถ้าหากเนื้อหาสาระรายมาตราใดที่ยังไม่สมบูรณ์ยังไม่ครอบคลุมก็สามารถที่จะไปปรับแก้ไขได้ในชั้นกรรมาธิการ จะมีการเปิดโอกาสให้แปรญัตติกันอยู่ด้วย โดยการพิจารณากฎหมายชั้นกรรมาธิการก็จะไปลงรายละเอียด

               นายอุดมเดช กล่าวอีกว่า การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดอง แห่งชาติ พ.ศ.(….) นั้นไม่ได้เป็นการพิจาณา 3 วาระ แต่จะเป็นการพิจารณาตามปกติ มีการตั้งกรรมาธิการ และสัดส่วนกรรมาธิการตามปกติเช่นกัน หลังจากที่มีกระแสข่าวออกมาว่าจะมีการพิจารณาเป็น 3 วาระซึ่งไม่ใช่อย่างนั้น

               เมื่อถามว่าสุดท้ายแล้วถ้าเกิดความวุ่นวายอันเกี่ยวเนื่องมาจากการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดอง แห่งชาติ พ.ศ.(….) ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ขึ้นนั้นทุกพรรคที่เกี่ยวข้องจะมีการรับผิดชอบอย่างไร นายอุดมเดช กล่าวว่า “ทุกพรรคที่เสนอนั้นเสนอด้วยความรับผิดชอบ แต่ผู้ที่ออกมาคัดค้านถ้าคัดค้านด้วยความรับผิดชอบมันก็น่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวาย วันนี้เราเริ่มที่จะมองหาคนรับผิดชอบ แต่ก็ต้องดูด้วยว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นมันก็น่าจะเกิดขึ้นไปในแนวทางที่มาพบปะมาพูดคุยตรามวิถีทางประชาธิปไตย”

               เมื่อถามว่าทำไมไม่ฟังความคิดเห็นจากผู้ที่คัดค้านก่อน นายอุดมเดช กล่าวว่า ตนได้ฟังมาตลอดอยู่แล้ว ความคิดเห็นที่คัดค้านก็มีอยู่ตลอด ไม่มีพ.ร.บ.ใด หรือความคิดใดๆที่มีความเห็นพ้องต้องกันร้อยเปอร์เซ็นต์ เพียงแต่ว่าวันนี้เรามีกระบวนการตามประชาธิปไตยในระบอบรัฐสภาแบบนี้ เพราะฉะนั้นเราก็ควรที่จาพูดคุยกันในสภา ผู้คัดค้านก็ยังคให้ข้อมูลได้ผ่านตัวแทนของทุกๆท่านที่ทำหน้าที่อยู่ในสภา ซึ่งตนเชื่อว่าวันนี้(30พ.ค) เองก็ต้องมีเช่นกัน

               เมื่อถามว่าทางความปรองดองนำไปสู่การล้มกระบวนการตุลาการจะมีการอธิบายให้สังคมอย่างไร นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย เป็นผู้ตอบว่าว่า”ยังไม่ได้พูดถึงตรงนั้นเลย ตอนนี้เราพูดแต่ในเบื้องต้น เนื้อหานี้ยังไม่ได้พูดกัน” เมื่อถามย้ำอีกว่าเนื้อหาในร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดอง แห่งชาติ พ.ศ.(….) นั้นมีเนื้อหาบ่งชัดว่าจะต้องมีการล้มกระบวนการตุลาการเพื่อนับหนึ่งใหม่ไปสู่ความปรองดอง นายพีรพันธุ์ กล่าวว่า “ก็บอกแล้วตรงนี้เป็นข้อเสนอ แน่นอนเมื่อมีการพิจารณาแล้ว๕ณะกรรมาธิการก็จะไปดูอีกครั้งหนึ่งสิ่งที่มีการพูดเป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่”

               ด้านนายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าพรรคอื่นๆจะไปเดินเคลื่อนไหวอยู่นอกสภา ถ้าเราทำตามกติกาของประชาธิปไตยตนเชื่อมั่นว่าจะไม่ทำให้เกิดปัญหาต่อการทำงานของสภา ตนเคารพต่อพลังประชาชนที่สะท้อนความเห็นต่างๆ ในการชุมนุม และขอเรียกร้องไปยังทุกพรรคให้ใช้กระบวนการทางสภาในการแก้ปัญหาในเรื่องการปรองดอง