ข่าว

สภาฯป่วนหนัก!วาระพรบ.ปรองดอง

สภาฯป่วนหนัก!วาระพรบ.ปรองดอง

30 พ.ค. 2555

วาระพรบ.ปรองดองทำสภาฯป่วนหนัก ยังไม่เริ่มต้นพิจารณายกแรกก็วุ่นแล้ว "ส.ส.ปชป." ดาหน้าต้านยกเป็นกม.เกี่ยวกับการเงินประธานไม่มีอำนาจบรรจุเอง จี้ "บิ๊กบัง" ไขปมคืนเงิน 4.6 หมื่นล้าน "ทักษิณ" ต้องคืนหรือไม่ ปธ.สภาฯสั่งพักประชุม 15 นาที หลังหลุดปากรับไม่มีอำนาจ

             การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เริ่มได้ประชุมเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 30 พ.ค. โดยก่อนเข้าระเบียบวาระ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติขอให้เลื่อนเรื่องด่วนที่ 27-30 ว่าด้วยร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ.. (พรบ.ปรองดอง) ที่มีส.ส.ได้เสนอร่างพรบ.เข้าสู่วาระประชุม มาพิจารณาก่อนเป็นลำดับแรก จากนั้นได้ขอเสียงส.ส.ในห้องประชุมรับรอง ซึ่งส.ส.ของพรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่ได้ยกมือรับรองญัตติดังกล่าว

              จากนั้นนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ หารือว่าตนขอสอบถามนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนท์ ประธานสภาฯ ฐานะผู้มีอำนาจบรรจุระเบียบวาระว่าเป็นไปโดยชอบหรือไม่ เนื่องจากการบรรจุร่างพรบปรองดองไม่ถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน ที่ระบุไว้ในข้อบังคับการประชุมที่ให้สิทธิเฉพาะเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อแผ่นดินเท่านั้น อย่างก็ตามก่อนหน้านั้น พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ อดีตประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ (กมธ.ปรองดอง) ฐานะผู้เสนอร่าง พรบ.ปรองดอง เคยยืนยันว่าจะไม่เสนอกฎหมายนิรโทษกรรม หากยังไม่ได้สานเสวนา และรับฟังความเห็นของประชาชน แต่การกระทำในปัจจุบันเท่ากับว่าเป็นการกระทำที่ลับ ลวง พราง และก่อให้เกิดความแตกแยกรอบใหม่ของประเทศ

              นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ตามร่างพรบ.ปรองดองฉบับของพล.อ.สนธิ มาตรา 5 ระบุให้บุคคลที่เคยถูกพิพากษาว่ามีความผิดจากการดำเนินการขององค์กร หรือคณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งจากประกาศหรือคำสั่งคณะปฎิวัติให้ถือว่าไม่เป็นความผิด มีผลกระทบต่องบประมาณของแผ่นดิน คือการคืนทรัยพ์สินให้กับผู้ที่กระทำผิดและได้รับการนิรโทษกรรม

              อย่างไรก็ตามตนขอให้ประธานสภาฯให้พล.อ.สนธิชี้แจงต่อที่ประชุมว่าเนื้อหาของร่างกฎหมายที่เสนอหากคนทำผิดพ้นผิดก็จะต้องได้รับเงินคืนใช่หรือไม่ และโดยส่วนตัวมองว่าร่างพรบ.ปรองดองดังกล่าวนั้น เข้าข่ายเป็นกฎหมายว่าด้วยการเงิน และตามมาตรา 143 ระบุว่าก่อนบรรจุร่างกฎหมายเข้าสู่การประชุมให้นายกฯ รับรอง และหากนายกฯรับรองแล้ว ประธานต้องเรียกประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาฯ จำนวน 35 คณะมาพิจารณาชี้ขาดก่อนบรรจุวาระ

              โดยนายสมศักดิ์ ชี้แจงว่าตนใช้อำนาจวินิจฉัยและดำเนินการอย่างถูกต้องแล้วว่าร่างพรบ.ดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการเงิน ดังนั้นเมื่อมีผู้เสนอญัตติให้เลื่อนระเบียบวาระ และมีผู้รับรอง ขั้นตอนต่อไป ตนขอถามว่ามีส.ส.เห็นเป็นอื่นหรือไม่

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนั้นมีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกหารือโดยสนับสนุนคำหารือของนายจุรินทร์ แต่นายสมศักดิ์ ได้ย้ำ ว่า เป็นการทำหน้าที่ที่ถูกต้อง ทั้งนี้บรรยากาศได้ปั่นป่วนหนัก และมีเสียงตะโกนในห้องประชุมสภาฯ เพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.สนธิ ลุกชี้แจงว่าจะต้องคืนเงินให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ถูกยึดทรัยพ์ 4.6หมื่นล้านตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ โดยนายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ถามด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวว่า “ท่านประธานเอาอำนาจอะไรมาวินิจฉัยว่าไม่เป็นร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน เอาอำนาจอะไร ขอให้ชี้แจง” ซึ่งได้ย้ำหลายรอบ

              จากนั้นนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยประท้วงพฤติกรรมของนายวิทยา พร้อมระบุว่าเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งนี้ประธานสภาฯ ใช้อำนาจตามข้อบังคับ 42 และ 43 ในเรื่องการบรรจุวาระ

              ทั้งนี้นายสมศักดิ์ ชี้แจงว่า ได้ใช้อำนาจ ตามข้อบังคับที่ 42 และ 43 ซึ่งได้ให้อำนาจประธานสภาฯ วินิจฉัย ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเงิน

              ผู้สื่อข่าวรายงานช่วงที่นายสมศักดิ์ ชี้แจงมีเสียงส.ส.โห่ลั่นสภา ทำให้นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงโมโหว่า “หากมีข้อสงสัยก็ให้ไปยื่นตีความได้”

              จากนั้นบรรยากาศวุ่นวายเพิ่มดีกรีความร้อนแรง เพราะนายสมศักดิ์ไม่อนุญาตให้ส.ส.ที่ยกมือประท้วงได้ใช้สิทธิ์ จนมีเสียโห่ไล่ และตะโกนให้นายสมศักดิ์ ออกไป ทำให้นายสมศักดิ์กล่าวในที่ประชุมว่าขอให้รักษามารยาท แต่ด้วยเสียงโห่ และตะโกนของส.ส.ของฝ่ายค้านที่ต้องการให้ประธานในที่ประชุมให้สิทธิ์ผู้ประท้วง นายสมศักดิ์ จึงอนุญาตให้นายวิทยา อภิปรายต่อว่า ตนขอถามเหตุผลว่า ร่างพรบ.ปรองดอง มีประเด็นใดที่เป็นเรื่องด่วน ตนขอเหตุผล อย่างไรก็ตามสภาฯ เป็นสถานที่ต้องใช้เหตุผล และขอให้ให้ชะโงกไปดูหน้าสภาด้วย ว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะสร้างควมปรองดองได้หรือไม่

              “ประธานสภาฯ ไม่มีอำนาจวินิจฉัยว่าเป็นกฎหมายการเงิน ผมไม่ทราบว่าท่านสนธิจะเขียนเองหรือมีคนอื่นยัดใส่มือมา ผมขอให้ตอบสักคำว่าหาก พ.ร.บ.ปรองดอง ออกมาแล้ว เงินที่ศาลสั่งยึดจาก พ.ต.ท.ทักษิณ จำนวน 4.6 หมื่นล้านนั้น จะควักเงินภาษีประชาชนไปคืนหรือไม่ อย่างไรก็ตามขอให้เหตุผล อย่าใช้เสียงข้างมากมาขย่ม และหากเท้าข้างมากเดิน เสียงข้างน้อยก็จะเงียบไปเอง” นายวิทยา กล่าว

              จากนั้นนายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรคเพื่อไทย ใช้สิทธิ์ประท้วงและกล่าวว่า “คนที่เอาค่านายหน้าไปยึดทรัพย์ ต้องเอาเงินคืนหรือไม่” ทำให้บรรยากาศในสภาฯ ยังคงปั่นป่วน และไม่ยอมรับฟังคำชี้แจงของนายสมศักดิ์ ที่พยายามระบุว่าแนวทางการสร้างความปรองดอง เป็นสิ่งที่ประชาชนเขาต้องการ และปรากฎอยู่ในโพลล์ทุกโพลล์ โดยส.ส.ที่นั่งในสภาฯ ต่างตะโกนด้วยเสียงดังว่า “ออกไป ไปเลย ออกไป”

              ด้านนพ.ชลน่าน ลุกหารือว่า ตนได้เสนอญัตติขอเลื่อนไปแล้ว ก็ขอให้ดำเนนิการตามข้อบังคับ หากเขาไม่ขัดข้องก็ขอให้เลื่อน ไม่มีสิทธิ์ที่จะเอาเรื่องอื่นมาพิจารณา เราเป็นผู้ดี อย่านักเลง เราเป็นผู้ดี! กรุณาทำตามข้อบังคับ ขอให้ลงมติ


ส่งผลปธ.สภาฯสั่งพักประชุม15นาที

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการประชุมสภาฯ เป็นไปอย่างวุ่นวายกว่า 1 ชั่วโมง 20 นาที  จนกระทั่งเวลา  16.20 น. นายสมศักดิ์ ได้สั่งพักการประชุม 15 นาที เพื่อยุติความวุ่นวาย โดยก่อนการสั่งพักประชุมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์  ใช้สิทธิ์ประท้วงว่า ไม่สามารถพิจารณาญัตติที่เสนอได้ เพราะเป็น  เนื่องจากประธานสภาฯ ไม่มีอำนาจวิจินิจฉัยด้วยตัวเองได้ว่า เป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงินหรือไม่ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 143 กำหนดไว้ ว่าต้องใช้อำนาจร่วมระหว่างประธานสภาฯ และประธานกรรมาธิการสามัญประจำสภาฯ พิจารณา

               “ผมขอประท้วงว่าประธานทำผิดรัฐธรรมนูญ เมื่อทำผิดรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถบรรจุญัตติในวาระได้ และญัตตินี้ไม่ชอบ หากอ้างข้อบังคับการประชุม ผมขอบอกว่ารัฐธรรมนูญใหญ่กว่าข้อบังคับ หากท่านประธานไม่เคารพรัฐธรรมนูญ ผมก็ไม่เคารพท่านประธาน” นายสุเทพ กล่าว

               ด้านนายสมศักดิ์ ชี้แจงว่า "กรณีที่คุณสุเทพ ยกมานั้น เป็นกรณีที่ต่อเมื่อประธานวินิจฉัยว่าไม่เป็นร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน เมื่อมีผู้เสนอทักท้วง"   โดยระหว่างนั้น มี ส.ส.ตะโกนถามว่า “ใครจะทักท้วง” ทำให้นายสมศักดิ์ ตอบว่า “ก็หมายถึงพล.อ.สนธิ และคณะเป็นผู้ทักท้วง”  ทำให้เกิดเสียงหัวเราะชอบใจ ก่อนที่นายสมศักดิ์จะสั่งพักการประชุม

"อภิสิทธิ์"จี้รัฐบาลถอนร่างพรบ.ปรองดอง

                นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว่า พรรคประชาธิปัตย์เริ่มต้นจากความไม่เห็นด้วยกับการบรรจุเรื่องนี้เข้าสู่วาระการพิจารณาของที่ประชุมสภาฯว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนอย่างไร รวมทั้งปัญหาที่ว่ากฎหมายเหล่านี้ถือเป็นกฎหมายการเงินหรือไม่ เพราะจะมีผลให้รัฐบาลต้องจ่ายเงิน 4.6 ล้านบาท หรืออาจจะมากกว่านั้น ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนระเบียบวาระในบรรยากาศของการมีความคิดที่แตกต่างอย่างในขณะนี้

                 เมื่อถามว่าคิดว่ารัฐบาลกำลังทำลายบรรยากาศของประเทศหรือไม่ เพราะกำลังเสนอร่างกฎหมายที่กำลังเป็นปัญหา ขณะที่ไทยกำลังเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเศรษฐกิจโลกว่าด้วยเอเชียตะวันออก (ดับเบิ้ลยูอีเอฟ ออน อีสต์ เอเชีย) นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลเลือกทั้งสิ้น และตนอยากให้รัฐบาลแสดงจุดยืนว่าเมื่อบรรยากาศบ้านเมืองเป็นอย่างนี้ ถ้าไม่อยากสร้างปัญหาให้กับประเทศ ก็ขอให้ถอนร่างกฎหมายเหล่านั้นกลับไป ทั้งนี้รัฐบาลต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งตนรู้สึกเสียดายโอกาสแทน เพราะเวทีการประชุมดังกล่าวเป็นสิ่งที่ประเทศไทยพยายามอย่างมากที่จะให้เขามาจัดในประเทศไทย แต่เมื่อมีการจัดประชุมในประเทศไทยแล้วรัฐบาลกลับสร้างบรรยากาศอย่างในขณะนี้ 

                 ผู้สื่อข่าวถามว่าความตึงเครียดทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้จะกระทบอย่างไร นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ไม่เป็นผลดี และจะเป็นการตอกย้ำว่าปัญหาต่างๆ ยังไม่มีแนวทางที่เป็นที่ยอมรับกับทุกฝ่าย