ข่าว

'สนธิ'ประกาศลั่นจะสู้จนกว่าได้ชัยชนะ

'สนธิ'ประกาศลั่นจะสู้จนกว่าได้ชัยชนะ

30 พ.ค. 2555

พธม. รอหารือท่าที หลังรู้มติเลื่อนพิจารณา พรบ.ปรองดอง 31 พ.ค.นี้ 'สนธิ' ขึ้นเวทีประกาศลั่นจะสู้จนกว่าได้ชัยชนะ เตือนมวลชนให้ฟังแกนนำ ม็อบ'พันธมิตร'เคลื่อนขบวนไปหน้ารัฐสภาแล้ว 'จำลอง' ลั่น 'ยิ่งลักษณ์' อยู่ต่อยาก พร้อมท้าอย่าถอน พรบ.ปรองดอง จะได้จบไวๆ

                เมื่อเวลา 13.53 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย  ได้ขึ้นเวทีปราศรัยระบุว่าจุดเริ่มต้นของพันธมิตรฯ เริ่มเมื่อ ก.พ. 2549 มีการเคลื่อนขบวนจากสวนลุมพินี มายังลานพระบรมรูปทรงม้าแต่ระหว่างนั้นเจอพวกกุ๊ยรังแก จากประชาชนที่มาฟังความรู้ จึงแปรรูปมาเป็นมวลชนสู้่แบบพันธมิตรครั้งแรก  จากนั้น 6 ปีที่ผ่านมา พธม. ย้อนมาที่นี่อีกครั้ง ซึ่งรูปแบบจะไม่ยืดเยื้อเหมือนปี 2549  แต่บอกว่าไม่มีพลังใดจะชนะพลังศีลธรรมได้ นอกจากนี้ ตอนพ่อของตนได้ตั้งชื่อ สนธิ ก็ไม่เชื่อว่ามีอีกคนตั้่งชื่อสนธิ เหมือนกัน "สนธิ" คนหนึ่งเป็นลูกเจ๊ก แต่อีกคนเป็นลูกแขก ซึ่งคนหนึ่งขายสมบัติเพื่อชาติ อีกคนกลับขายชาติเพื่อสมบัติ  คนหนึ่งเติบโตมาเพื่อทำงานประจำ อีกคนเรียนโรงเรียนที่สาบานต่อธงชัยเฉลิมพล แต่สุดท้ายก็มาขายชาติ ใช่หรือไม่

                 นายสนธิ กล่าวว่า วันนี้มีข่าวลือว่า สนธิ รับเงิน จึงอยากรู้ว่า สนธิ ไหนกันแน่ การชุมนุมครั้งนี้จะทิ้งข้อบาดหมาง 1 ปี ที่ผ่านมาเพื่อจับมือเดินหน้าต่อไปสำหรับเวทีพันธมิตรฯ เท่านั้น ให้ทุกคนให้สัจจะว่าใครมาทำลายสถาบันได้เจอกันแน่ และเมื่อใดมีการออกกฎหมายให้พ้นผิดจะได้เจอกัน ซึ่งพันธมิตรจะไม่เคยถอยจากสองเรื่องนี้อย่างแน่นอน ขณะเดียวกันภายหลังการตั้งรัฐบาล เมื่อเดือน ก.ค. ปีที่แล้วจนถึงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พธม. ถูกถามว่าทำไมไม่ยอมออก แต่ตอนนี้ยืนยันได้ว่า พธม. คือทัพหลวง จะออกมาเมื่อมีการผิดสัจจะ จะสู้จนกว่าจะได้ชัยชนะ การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้เพื่อส่วนตัวแต่เพื่อความศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดิน

                 "การยกเลิกคำพิพากษาเป็นการละเมิดพระราชอำนาจของในหลวง เพราะศาลได้ตัดสินภายใต้พระปรมาภิไธย งานนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวเป็นเรื่องบ้านเมืองล้วนๆ เพราะนักการเมืองไม่มีศีล ไม่มีจริยธรรมกันแล้ว ส่วนจะชุมนุมกี่วันจะเป็นวันนี้วันพรุ่งนี้หรือจนกว่าจะได้ชัยชนะ ขอให้ฟังแกนนำ ทั้งสี่คนเท่านั้น หากแกนนำให้เคลื่อนขบวนก็ขอให้เคลื่อน เพื่อบอกว่าจะขอเข้าไปใช้ห้องนำ แต่ถ้าขอใช้ห้องน้ำ ก็ขอให้ฉี่กลางถนนได้เลย"

                 นายปานเทพ พัวพงศ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรฯ กล่าวว่า ขณะนี้แกนนำรับทราบมติวิปรัฐบาลที่จะให้เลื่อนวาระพิจารณาร่าง พรบ.ปรองดอง เป็นพรุ่งนี้ว่า เบื้องต้นจะเคลื่อนไปหน้าสภาอย่างแน่นอน ส่วนท่าทีการเคลื่อนไหวจะเป็นอย่างไร ขอให้แกนนำหารือกันอีกครั้งว่าจะปักหลักค้างคืนชุมนุมต่อพรุ่งนี้หรือไม่

                 สำหรับบรรยากาศการชุมนุมขณะนี้มีมวลชนทยอยมาร่วมชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก เต็มลานพระบรมรูปทรงม้าที่ร้อนอบอ้าว เพื่อเตรียมเคลื่อนขบวนไปยังหน้าสภา เวลา 15.00 น. ขณะเดียวกันมีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนรักษาความปลอดภัยบริเวณแยกต่างๆอย่างเข้มงวด

 

ม็อบ พธม.เริ่มทยอยเข้าพื้นที่ชุมนุม


                ผู้สื่อข่าวรายงานการชุมนุมของกลุ่มผู้คัดค้าน พรบ.ปรองดอง บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มทยอยเดินทางเข้ามามากขึ้นแล้ว ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนระอุ ส่วนบริเวณรอบ ๆ ลานพระบรมรูปกลายเป็นที่จอดรถของกลุ่มผู้ชุมนุมเต็มพื้นที่ ทำให้การเจรจรบนถนนศรีอยุธยา เริ่มชะลอตัวและยังส่งผลกระทบไปยังถนนราชดำเนินนอก โดยเฉพาะเส้นคู่ขนานเป็นที่จอดรถของกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณดังกล่าวก็ไม่มีมาดำเนินการตรวจสอบแต่อย่างใด มีเพียงคนของกลุ่มพันธมิตรหรือการ์ด พธม.เท่านั้นที่จัดการ ส่วนการรักษาความปลอดภัยที่รัฐสภา ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 7 กองร้อยดูแลทั้งภายในและรอบนอกรัฐสภา

 

 "พันธมิตร"เคลื่อนขบวนไปหน้ารัฐสภาแล้ว  "จำลอง" ลั่น "ยิ่งลักษณ์" อยู่ต่อยาก

                เมื่อเวลา 14.25 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ขึ้นเวทีปราศรัย โดยระบุว่าครั้งแรก พธม. ชุมนุมเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  และคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ ปี 2550  รวมทั้งเรียกร้องให้ นายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ ซึ่งก็สำเร็จ เราจึงเป็นนักไล่นายกฯมืออาชีพ ดังนั้นขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ฟังไว้ เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ คือนายกฯหุ่นเชิดคนที่ 4 หากจะอยู่ในตำแหน่งต่อไปคงทำได้ยากเพราะ พธม.มาแล้ว นอกจากนี้ การชุมนุมครั้งนี้ เพื่อคัดค้าน ร่าง พรบ.ปรองดอง ทั้งสี่ฉบับเพราะถือว่าเป็นกฎหมายทำลายชาติ พธม. จึงยอมไม่ได้ ซึ่งวันนี้มีข่าวจากสภา เรายืนยันจะชุมนุมต่อไปและสู้ให้ถึงที่สุด

                 พล.ต.จำลอง กล่าวต่อว่า การชุมนุมจะสำเร็จหรือไม่ขอให้ผู้ร่วมชุมนุมทำตามประกาศการชุมนุมดังนี้ 1.ขอให้ผู้ชุมนุมยึดมั่นในสิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 โดยให้ผู้ชุมนุมเข้าร่วมโดยปราศจากอาวุธ  2.ให้ผู้ชุมนุมยึดแนวทางเคลื่อนไหวตามเวทีหลักแห่งเดียวเท่านั้นและระมัดระวัง ไม่เชื่อผู้ที่ไม่ประสงค์ดี มาชวนผู้ชุมนุมไปก่อเหตุความวุ่นวายนอกแนวทางเวทีชุมนุมหลัก และ 3.พธม. จะเคลื่อนมวลชนจากลานพระบรมรูปทรงม้าไปยังหน้ารัฐสภาเท่านั้น ส่วนพื้นที่อื่นไม่ใช่พื้นที่และความรับผิดชอบของ พธม.  หากมีความเปลี่ยนแปลงอย่างใดขอให้ฟังมติจากแกนนำเท่านั้น

                 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น นายปานเทพ พัวพงศ์พันธ์ โฆษก พธม. ได้ประกาศว่าขณะนี้มติวิปรัฐบาลได้เลื่อนวาระพิจารณาร่าง พรบ.ปรองดอง ขึ้นมาเป็นพรุ่งนี้เช้า ดังนั้นขอให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปยังหน้าสภาในทันที  โดยทันทีที่ประกาศก่อมีการตั้งขบวน และเริ่มเดินหน้าไปยังรัฐสภาทันที

 

พธม. รื้อแผงเหล็กประชิดรั้วสภา  ตร.แตกกระเจิง

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.52 น.หัวขบวนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตน ได้เคลื่อนมาถึงหน้าอาคารรัฐสภาเพื่อสมทบกับกลุ่มเสื้อหลากสี ที่มี น.พ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ เป็นแกนนำ  โดยขณะนี้มวลชนทั้งสองกลุ่มยืนแน่นเต็มพื้นที่ถนนอู่ทองใน  ซึ่งผู้ชุมนุมรื้อแผงเหล็กรั้วเหล็กเพื่ออยู่ประชิดกำแพงรัฐสภา ทำให้ตำรวจที่ยืนรักษาการอยู่ถึงกับแตกกระเจิง 

              ขณะเดียวกัน รถเครื่องเสียงที่ใช้เป็นเวทีปราศรัย ได้นำมาตั้งขวางถนน  ติดทางเข้าสวนสัตว์ดุสิต ซึ่งมีการปราศรัยว่าจะไม่ให้มวลชนปีนเจ้าไปในสภาแน่นอน ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ชุมนุมได้ตะโกนส่งเสียงเป็นระยะๆ

             ขณะที่ด้านในอาคารรัฐสภามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรึงกำลังด้านในชิดกับรั้วกำแพงรัฐสภา ท่ามกลางข้าราชการของสภาได้มายืนดูการชุมนุมเป็นจำนวนมาก

 

 

'จำลอง' ท้าอย่าถอน พรบ.ปรองดอง จะได้จบไวๆ

           เมื่อเวลา 15.10 น.พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย  กล่าวว่าไม่มีกฎหมายฉบับใดเป็นกฎหมายทำลายชาติเท่าร่าง พรบ.ปรองดอง ตนขอให้ สส. ในสภาอย่าถอนร่าง พรบ.ฉบับนี้ออกขอให้ทำถึงที่สุดจะได้จบไว และขอให้รีบเร่งพิจารณาออกมาโดยเร็ว พธม. จะสู้ให้ถึงที่สุด เป็นอย่างไรเป็นกัน ส่วนการชุมนุมจะเป็นอย่างไรแกนนำจะพิจารณาเป็นขั้นตอน แต่จะต่อสู้ไม่หยุดชะงักแต่จะมีจังหวะรอขั้นตอน ซึ่งมีวันเผด็จศึกแน่นอน ส่วนจะเป็นวันไหน อาจจะเป็นวันนี้วันพรุ่งนี้หรือไม่ก็ได้ แกนนำนำจะพิจารณาอย่างรอบคอบ