
กู้ภัยอิตาลีช่วยหญิงชราติดใต้ซากอาคาร
นาทีชีวิต! เจ้าหน้าที่กู้ภัยอิตาลีเร่งช่วยหญิงชราวัย 65 ปี ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารแห่งหนึ่ง หลังจากเกิดแผ่นดินไหวจนที่พักอาศัยหลายแห่งพังถล่ม
30 พ.ค.55 เจ้าหน้าที่กู้ภัยในเมืองคาเวซโซ่ของอิตาลี ได้ดึงร่างของหญิงชราวัย 65 ปี ที่ติดอยู่ใต้ซากห้องครัวของอาคารอพาทเม้นท์ที่เธอพักอาศัย หลังเกิดแผ่นดินไหวในแคว้นเอมิเลีย โรมัญญ่า ทางทางภาคเหนือของอิตาลี เมื่อช่วงเช้าของวันอังคาร ทำให้มีผู้เสียชีวิต 16 คน สูญหาย 1 คน และบาดเจ็บ 350 คน
เจ้าหน้าที่ดับเพลิง เปิดเผยต่อสถานีโทรทัศน์ สกาย ทีจี 24 ว่า หญิงผู้นี้ติดอยู่ใต้ซากอาคารนานถึง 12 ชั่วโมง และพวกเขาเข้าถึงตัวเธอเมื่อคืนวันอังคาร หลังจากเธอร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ และการที่มีเฟอร์นิเจอร์สุมกันอยู่ด้านบน ได้ช่วยทำให้เธอไม่ถูกซากอาคารทับโดยตรงซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำตัวเธอส่งโรงพยาบาลแล้ว
อาคารอพาทเม้นท์แห่งนี้ เสียหายมาตั้งแต่ช่วงที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งแรก เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม และอาคารได้ถูกทิ้งร้างมานับแต่นั้น ส่วนหญิงชราได้กลับเข้าไปในที่พักเมื่อช่วงเช้าวันอังคาร เพื่อไปเอาเสื้อผ้า และเป็นช่วงที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งล่าสุด สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐระบุว่า แผ่นดินไหวล่าสุด เกิดขึ้นหลังเวลา 09.00 น. ตามเวลาในท้องถิ่นเพียงไม่นาน โดยมีศูนย์กลางการเกิด อยู่ห่างไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองโบโลญญ่า เมืองเอกของแคว้นเอมิเลียโรมัญญ่า
จากภาพถ่ายทางอากาศ ที่เผยแพร่โดยตำรวจอิตาลี ได้แสดงให้เห็นความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือนขนาด 5.8 ริคเตอร์ โรงงาน , ยุ้งฉางและโบสถ์พังราบ และนับเป็นภัยพิบัติที่ซ้ำเติมแคว้นแห่งนี้ ในขณะที่ประชาชนหลายพันคนยังคงไร้ที่อยู่อาศัย ตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.0 ริคเตอร์เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม
ผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวครั้งล่าสุด เป็นคนงานที่อยู่ในโกดังสินค้าขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นโครงสร้างอาคารสำเร็จรูป ที่ใช้เป็นสถานที่ผลิตสินค้าด้วย เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่า สถานที่เหล่านี้ปลอดภัยพอที่จะกลับไปใช้งานได้อีกหรือไม่ แต่ด้วยเพราะแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ทำให้ต้องเร่งการผลิตแม้ว่าจะเร็วเกินไปก็ตาม
เอมิเลีย โรมัญญ่า เป็นแคว้นที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตทั้งสินค้าเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมของอิตาลี โดยเป็นที่ตั้งของนครขนาดใหญ่อย่าง โมเดน่า , มานตัว และโบโลญญ่า ซึ่งเป็นแหล่งผลิตรถยนต์ที่เรียกว่า ซูเปอร์คาร์ เช่น เฟอร์รารี่ , มาเซอราติ และแลมเบอร์กินี่ ทั้งยังเป็นแหล่งผลิตชีสที่มีชื่อเสียงของโลกอย่าง พาร์เมซาน และบริษัทผลิตเครื่องจักรที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ
แผ่นดินไหวครั้งนี้ ได้สร้างความเสียหายให้กับภาคเกษตรกรรม รวมทั้งโรงงานผลิตชีสพาเมซาน ที่เสียหายมาตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวครัร้งแรก และมูลค่าความเสียหายล่าสุดอยู่ที่ 500 ล้านยูโร หอการค้าในเมืองโมเดน่า ได้ประเมินว่า เฉพาะแค่แผ่นดินไหวครั้งแรกก็สร้างความเสียหายให้กับภาคธุรกิจแล้ว 1.5 ล้านยูโร แต่ยังไม่ได้ประเมินความเสียหายล่าสุด
รถยนต์หรู เฟอร์รารี่ , มาเซอราตีและแลมเบอร์กินี่ ต่างก็มีศูนย์กลางการผลิตในโมเดน่าแต่ไม่มีรายงานความเสียหาย คนงานได้รับคำสั่งอพยพก่อนหน้านี้ และได้รับอนุญาตให้กลับไปดูแลครอบครัวและตรวจสอบบ้านเรือน ส่วนแลมเบอร์กินี่ได้สั่งหยุดการผลิตจนถึงวันนี้
ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงค้นหาผู้รอดชีวิตต่อไป และต้องรื้อซากอาคารที่พังถล่มลงมา ซึ่งแผ่นดินไหวล่าสุดนี้ ทำให้มีผู้ไร้ที่อยู่อาศัย 14,000 คน แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวสามารถรู้สึกได้ถึงเมืองเวนิซ ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ รวมถึงประเทศออสเตรียที่อยู่ไกลออกไปด้วย หลังจากนั้น ได้เกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมาอีกหลายครั้ง บางครั้งวัดความรุนแรงได้ 5.0 ริคเตอร์



