
"สีสันราย็อง"เทศกาลกินไม้ผลกลยุทธ์กู้ชื่อผลไม้เมืองระยอง
ช่วงเกือบ 2 ทศวรรษ ภาพลักษณ์ของระยองในฐานะเมืองผลไม้ แหล่งท่องเที่ยวอันลือชื่อของภาคตะวันออกดูเหมือนจะเลือนราง เหตุเพราะภาพแห่งความทรงจำของจังหวัดนี้ปัจจุบันกลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หรือที่เรียกกันติดปากว่า
อีสเทิร์น ซีบอร์ด ที่มีการลงทุนจำนวนมากและทำรายได้แก่ประเทศไทยมหาศาล ดังนั้นการเข้ามานั่งเก้าอี้พ่อเมืองคนใหม่ของ นายสยุมพร ลิ่มไทย เรื่องของการเกษตร ท่องเที่ยว และการอุตสาหกรรม จึงถูกกำหนดเป็นยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัดทันที โดยประเดิมที่เทศกาล "สีสันราย็อง" ประกาศศักดาทวงคืนความเป็นเมืองไม้ผลอีกครั้งและอย่างยั่งยืน
นั่นจึงเป็นที่มาของการที่ผู้ว่าฯ เมืองระยอง ได้ขอความร่วมมือชาวสวนผลไม้ที่มีชื่อของจังหวัด เปิดรับทีมสื่อมวลชนทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น ลงพื้นที่เยี่ยมชมหลากสวนเหล่านี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการแสดงความพร้อมก่อนจะถึงเทศกาลสีสันราย็อง งานอิ่มอร่อยกับผลไม้หลากชนิดที่จังหวัดเป็นโต้โผจัดขึ้นตั้งแต่วันศุกร์ที่ 15-19 พฤษภาคม ณ ตลาดกลางตะพง อ.เมือง จ.ระยอง
“สมัยผมเป็นนักเรียน เคยมาเที่ยวหาดแสงจันทร์ ซึ่งขณะนั้นมีชื่อเสียงมาก เช่นเดียวกับผลไม้ของระยอง โดยเฉพาะทุเรียนถือเป็นที่นิยมของนักกินทุเรียนอย่างมาก เพราะรสหวาน อร่อย เนื้อแห้ง" ผู้ว่าฯ ระยองคนใหม่ ฟื้นอดีตและย้ำว่า ไม่เฉพาะทุเรียนเท่านั้นที่ขึ้นชื่อ มังคุด เงาะ ลองกอง และสับปะรด ถือเป็นผลไม้หลักในยุคนั้นเช่นเดียวกัน
ทว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม้ผลทั้ง 5 ชนิดที่เอ่ยถึงจะอยู่ในข่ายส่งเสริมการเพาะปลูกและพัฒนาอย่างต่อเนื่องในยุทธศาสตร์ด้านการเกษตร 1 ใน 3 แผนพัฒนาจังหวัดดังกล่าวข้างต้น ...ฉะนั้นแนวทางการฟื้นคืนชื่อเสียงผลไม้ระยองของผู้ว่าฯ สยุมพร คือ การจัดเทศกาลผลไม้ประจำปี ซึ่งเป็นศูนย์รวมผลไม้ของทั้ง 7 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.บ้านค่าย อ.ปลวกแดง อ.แกลง อ.นิคมพัฒนา อ.วังจันทร์ และ อ.เขาชะเมา ไว้ในงานเดียวกัน โดยจัดขึ้นที่เดียวคือ ตลาดกลางตะพง เขต อ.เมือง แทนการจัดกระจายทุกอำเภออย่างแต่ก่อน ซึ่งประเดิมงานแรกคือเทศกาลผลไม้สีสันราย็อง ดังกล่าว
ภายในงานนอกจากกิจกรรมต่างๆ แล้ว ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการขายที่น่าสนใจคือการเปิดท้ายรถขายผลไม้โดยตรงจากเกษตรกรชาวสวนถึงมือผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยกว่าวันละ 200 คัน ขณะที่ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อผลไม้สดๆ ในราคายุติธรรม แถมด้วยการจัดรายการนาทีทองวันละ 2 รอบ ลดราคา 40-50% ...ขณะที่การกวนทุเรียนด้วยกระทะยักษ์ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เมตร ใช้เนื้อทุเรียนสด 1 ตัน (1,000 กก.) น้ำตาลทราย 200 กก. ใช้คนกวนไม่น้อยกว่า 100 คน และกวนติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5-6 ชั่วโมง ถือเป็นอีกไฮไลท์ของงานก็น่าจะกล่าวได้
งานเทศกาลผลไม้หนนี้จะเดินไปไม่ได้หากขาดความร่วมมือจากเจ้าของสวนซึ่งนำผลไม้มาจำหน่ายในงานแล้ว หลายรายก็เปิดสวนเพื่อการท่องเที่ยว ให้ผู้มาเยี่ยมเยือนได้ชิมผลไม้ทุกชนิดแบบไม่อั้นในราคาถูก เฉลี่ยแล้วไม่เกินหัวละ 100 บาท อย่าง สวนลุงทองใบ สวนยายดา สวนปาหนัน ในเขตบ้านตะพง อ.เมือง ยกเว้นบางสวนที่ให้บริการรถรางชมสวน มีพื้นที่สวนขนาดใหญ่ เช่น สวนสุภัทราแลนด์ อ.บ้านค่าย หัวละ 200 บาท
สวนผลไม้เพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเหล่านี้ช่วยเพิ่มสีสันผลไม้เมืองระยองมากยิ่งขึ้น ผู้แวะเยี่ยมชมจะได้ประโยชน์หลายอย่าง ทั้งได้ชิมรสชาติสดๆ ของผลไม้จากต้น ได้ถ่ายภาพผลไม้ที่หลายหลากในสวนเดียวกัน ได้เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวสวน ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสวน การปรับปรุงพันธุ์ การเก็บเกี่ยว และการแปรรูป ถือเป็นความรู้ด้านการเกษตรที่คนไทยจำนวนไม่น้อยไม่เคยรู้มาก่อน อย่างสวนของผู้ใหญ่หญิง สมควร ศิริภักดี นอกจากมีไม้ผลหลากหลายแล้ว สวนแห่งนี้ยังมีต้นมังคุดอายุกว่า 100 ปื ที่ยังให้ผลผลิตไม่ขาดสาย
ไม่เพียงระยองจะเป็นเมืองผลไม้เท่านั้น พื้นที่นี้ยังก่อให้เกิดปราชญ์ชาวบ้านอันเป็นผลพวงจากภาคการเกษตรที่รุ่งเรืองในอดีต อาทิ ลุงทวี ไกรเดช ผู้นำในการตัดยอดต้นทุเรียนคนแรกของระยอง ลุงเสส ใจดี ที่โดดเด่นในการปรับปรุงพันธุ์ และผลผลิตทุเรียนของสวนส่งออกเกือบ 100% ลุงสุนทร ราชวัฒน์ เกษตรกรดีเด่นด้านการใช้เกษตรอินทรีย์ในสวนลองกองและทุเรียน ส่งผลให้ผลิตผลลองกองจากสวนขึ้นสู่ห้างดังในกรุงเทพฯ และมีคิวจองล้นทะลัก
สิ่งเหล่านี้ ผู้ว่าฯ สยุมพร ยืนยันจะได้พบในงาน "สีสันราย็อง" ในช่วงเวลาดังกล่าว พร้อมๆ กับอีก 7 อำเภอหลังปิดฉากงานนี้ ซึ่งแต่ละอำเภอจะทยอยจัดขึ้นไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้
"มีความคิดว่าจะดึงนักท่องเที่ยวที่มาพักที่พัทยาให้เพิ่มระยะเดินทางออกไป 50-60 กิโลเมตร ก็สามารถถึงสวนผลไม้ระยอง และท่องเที่ยวชมสวน รวมทั้งซื้อผลไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย เพราะถ้าไปที่อื่นอาจต้องใช้ระยะทางนับร้อยกิโล ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้การท่องเที่ยวระยองพลอยคึกคักไปด้วย”
ประสบการณ์จากการเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีในช่วง 2 ปี และช่วงสั้นๆ ที่จ.สตูล ทำให้การวางแผนพลิกฟื้นผลไม้ และแหล่งท่องเที่ยวเมืองระยอง ของ “สยุมพร ลิ่มไทย” ผู้ว่าราชการคนใหม่ ไม่น่าจะไกลเกินเอื้อม!
ธานี กุลแพทย์



