ข่าว

'ป๋าเหนาะ'นำทีมปล่อยนกพิราบ111ตัว

'ป๋าเหนาะ'นำทีมปล่อยนกพิราบ111ตัว

30 พ.ค. 2555

ทำบุญฉลองคืนสิทธิ 'บ้านเลขที่ 111' ปล่อยนกพิราบ 111 ตัว 'ป๋าเหนาะ' บอกขอให้เสนียดจัญไรพ้นประเทศ 'สมศักดิ์' โผล่ร่วมงาน แจงมาตามมารยา ลั่น ไม่เลิกเล่นการเมือง ด้าน'จาตุรนต์'แจง'ธรรมรักษ์'ติดคุกชี้ให้เห็นผิดแค่คนเดียวไม่เกี่ยวกับพรรค

                  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. กลุ่มสมาชิกอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย  ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งได้จัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสได้คืนสิทธิเลือกตั้ง ณ ที่ทำการ  "มูลนิธิ 111 ไทยรักไทย"  โดย มีการทำบุญ และเลี้ยงเพลพระ จากนั้น ในเวลา 11.11 น. นายเสนาะ เทียนทอง ได้เป็นประธานปล่อยนกพิราบ 111 ตัว  ที่ขังในกล่องสีขาวมีข้อความว่า "111 5 ปีเป็นแรงใจสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง"  จากนั้นก็ไปปล่อยลูกโป่งสีขาว 111 ลูก กลางถนนนครสวรรค์

                   นายเสนาะ กล่าวก่อนปล่อยนกพิราบว่า ต่อไปนี้ขอให้เกิดสิ่งดีๆกับบ้านเมือง ปณิธานของสมาชิก 111 ขอให้ไปช่วยมีส่วนบริหารประเทศ การปล่อยนกวันนี้ขอให้เสนียดจัญไรออกจากประเทศ หมดทุกข์หมดโศก

                   ทั้งนี้่ มีการตั้งบูธอาหารเลี้ยงผู้ที่มาร่วมงานด้วย โดยงานนี้มีสมาชิกบ้านเลขที่ 111 มาร่วมงานประมาณ 20 คน อาทิ นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา นายโภคิน พลกุล  นาย เสริมศักดิ์ พงษ์พาณิช นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล และนายสมศักดิ์๋ เทพสุทิน แกนนำพรรคภูมิใจไทย ก็ได้มาปรากฏตัวในงานนี้ด้วย
 
                   ด้านนายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนยังไม่ใช่สมาชิกพรรคภูมิใจไทย  และไม่รู้ว่าใครอยู่ที่ไหน ตนมาที่นี่เพราะได้รับคำเชิญตามารยาท มาทำบุญ ทางพุทธศาสนา เพื่อศิริมงคล จึงจำเป็นต้องมาร่วมงาน  ตนเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ วันนี้จึงมีความชัดเจน  ส่วน จะร่วมงานเลี้ยงในช่วงเย็นหรือไม่นั้นขอดูภาระกิจจก่อน ทั้งนี้อนาคตทางกรเมืองของสมาชิก  111 นั้น  ยังไม่ได้คุยกันชัด เพราะเราโดนห้ามทำกิจกรรมการเมือง แต่หลังจากนีคงคุยกันและชัดเจน  ส่วนตนจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพราะไม่คิดเลิกเล่นการเมือง และขอทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์

                   ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ไม่รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเพราะจะมาร่วมกับพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ใช่ วันนี้ได้รับเชิญ จึงจำเป็นต้องมาร่วมงาน แต่ มองว่า นายอนุทิน  ชาญวีรกูล เหมาะสมที่จะเป็นหัวหน้าพรรคมากกว่า และไม่มีปัญหาขัดแย้งใดๆ

                   นายสมศักดิ์ ยังกล่าวถึงการเสนอร่าง พรบ.ปรองดอง ว่า ตอนนี้ทราบว่ามีกฎหมายหลายร่าง ที่นำมาปรับปรุง  ร่างแรกคงต้องเห็นชอบรับหลักการ และพิจารณาร่างอื่นประกอบเพื่อความเหมาะสม   ส่วนเรื่องที่ว่ามีปัญหาอะไรบ้างนั้น  ถามตนไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นนักกฎหมาย แต่คิดว่า หากแต่ละฝ่ายยอมรับ ก็มาดูว่าประโยชน์จะได้กับใครบ้าง ก็ถอยคนละก้าว

                   เมื่อถามว่า เงื่อนเวลาที่เสนอเหมาะสมหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า สภาเปิดก็ทำได้ สภาปิดก็ทำไม่ได้ การพิจารณากฎหมายก็ใช้เสียงข้างมาก วันนี้บ้านเมืองขัดแย้งมานานน่าจะจตกลงกันได้  และไม่น่าจะเกิดความขัดแย้ง  

                   ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้่ทั้งเสื้อเหลือง และ เสื้อแดง ไม่พอใจร่างของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน  นายสมศักดิ์กล่าวว่าร่างแรกไม่พอใจ แต่หากดูร่างอื่นประกอบน่าจะพอใจเพราะต้องถอยกันคนละก้าว

                   ขณะที่ นายโภคิน พลกุล กล่าวว่า แนวทางการทำงานต่อจากนี้ต้องคุยว่าภาระกิจพวกตนที่โดนตัดสิทธิจะสู้ว่ามันไม่ยุติธรรม ถูกลงโทษไม่มีความผิดไม่เปิดโอกาสชี้แจง ฉะนั้นกฎหมายแบบนี้ต้องแก้ไข เช่น ม.309  ม.237 ขัดกับ รัฐธรรมนูญ ม.3 ที่ให้ยึดหลักนิติธรรม  รัฐธรรมนูญฉบับ 2550 คือ กฎหมาย 2 มาตรฐานในตัวเองตนเสียใจว่า การรัฐประหารล้ม ประชาธิปไตยชั่วข้ามคืน แต่เหตุใดฝ่ายประชาธิปไตย  แก้ได้ยากเย็น เราต้องสร้างกฎหมายใหม่ เพื่อให้ของที่ไม่ดีถูกเลิกไป

                   ผู้สื่อข่าวถามว่า พรบ.ปรองดองจะทำให้ขัดแย้งหรือไม่ นายโภคิน กล่าวว่า เรื่องนี้มีสามประเด็น หนึ่งคือเรื่องนิรโทษกรรมการชุมนุม ทางอาญาก็ทำได้เพราะช่วง 14 ต.ค. 2516  ก็เคยทำ  สองคือการคืนความชอบธรรม เพราะที่ผ่านมามีการตั้งองค์กรพิเศษ ขึ้นมาจัดการบางกรณีเป็นพิเศษ  สิ่งเหล่านี้ต้องคืนความชอบธรรม ทำไม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางได้ทั่วโลกแต่เข้าประเทศไทยไม่ได้ หลักนิติธรรมของประเทศไทยสูงกว่าประเทศอื่นหรือ  และเรื่องนี้ไม่ใช่การทำลายระบบศาล เพราะที่ผ่านมา เป็นการทำลายระบบศาลมากกว่า เนื่องจากเป็นการนำสิ่งผิดปกติให้ศาลพิจารณา หากนำสิ่งที่ถูกเสนอศาลทั่วโลกก็จะยอมรับมากกว่า และสามการตัดสิทธิการเมือง เนื่องนี้มาจากเผด็จการมาบังคับกับสิ่งที่ถูกต้องไม่ได้ หากทำกันแบบนี้บ้านเมืองไม่ตีกันตายหรือ ฉะนั้นต้องมีหลักการ นิติธรรม และเป็นธรรม

                   ด้านนายพงษ์เทพ กล่าว่า ในวันพรุ่งนี้ตนจะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ยืนยันจะทำการเมืองต่อไป หากมีการเลือกตั้งก็จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ขอยืนยันจะไม่เร่งรัดตำแหน่งหน้าที่ทางการเมือง ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามปกติ เพราะตนเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นอีกนาน

                   เมื่อถามว่าจะเป็น สสร.หรือไม่  นายพงษ์เทพกล่าวว่า ไม่คิด เพราะเคยเป็นเมื่อ ปี 2540  มาแล้ว