
'สุกำพล'เชิดชู'บิ๊กบัง'ลูกผู้ชายกล้าทำกล้ารับ
"สุกำพล" เชิดชู "บิ๊กบัง" ลูกผู้ชายกล้าทำกล้ารับ ทำแล้วรับผิดชอบ และได้แก้ตัวในสิ่งที่ทำมา ก็น่าชื่นชม พร้อมแจง ยังไม่ถอนทหารจากพื้นที่ทับซ้อน "ไทย - กัมพูชา"
วันที่ 30 พ.ค.55 เวลา 08.00 น. พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่ออกมาคัดค้าน พรบ.ปรองดองความมั่นคงแห่งชาติว่า เป็นไปตามกระบวนการตนไม่อยากให้ความคิดเห็นมาก ยิ่งพูดไปก็ยิ่งทำให้เกิดปัญหา เพราะมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
เมื่อถามว่า พรบ.ปรองดองดังกล่าว เพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ก็ดูเอาเองว่าเป็นไปได้หรือไม่ คำตอบมีอยู่แล้ว มีคนกลุ่มหนึ่งที่มุ่งว่าไล่จับหนูตัวนี้ ไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่นเลยจะจับหนูอย่างเดียว มีวิสัยทัศน์แคบก็มองแค่นั้น ซึ่ง พรบ.ปรองดอง ดังกล่าวคนที่เห็นด้วยเขามองเห็นว่าจะสามารถใช้แก้ไขปัญหาของประเทศชาติ ทั้งนี้การที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ที่เสนอขึ้นไปนั้น ตนบอกตรง ๆ ว่า พล.อ.สนธิ กับตน แต่ก่อนไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ แต่วันนี้ตนเห็นว่า พล.อ.สนธิ เป็นลูกผู้ชาย ทำแล้วรับผิดชอบ และได้แก้ตัวในสิ่งที่ทำมา ก็น่าชื่นชม พวกที่ทำเฉย ๆ ก็อีกเรื่องหนึ่ง ส่วนที่มีการกล่าวหาว่า พล.อ.สนธิ เขียนด้วยมือลบด้วยเท้า ก็อยู่ที่มุมมอง แต่ พล.อ.สนธิ กล้าที่จะกลับมาที่เดิม ถือว่าเป็นทหาร
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นห่วงการชุมนุมของกลุ่มม็อบต่าง ๆ หรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ทหารก็เฝ้าติดตามสถานการณ์ ซึ่งจุดยืนของทหารคือไม่อยากออกไป เป็นเรื่องของตำรวจที่จะเข้าไปดำเนินการ ทหารคงไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง และไม่มีความคิดที่จะทำ เมื่อถามว่า พรบ.ปรองดอง ให้ละเว้นโทษการแสดงออกทางการเมืองที่ผิดกฎหมาย โดยไม่เอาผิดนั้น พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ตนไม่ใช่นักกฎหมายอย่าให้วิจารณ์ ถ้า พรบ.ปรองดอง เข้าสภาก็จะต้องยำกันเอง ตนคงจะไม่บอกว่าดีหรือไม่ดี เมื่อถามว่า การที่ออกมาชุมนุมหลายกลุ่มจะส่งผลกระทบต่อการบริหารงานของรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า คงจะแยกกันคนละส่วน คนที่มีหน้าที่บริหารก็บริหารกันไป ส่วนคนแสดงออกก็แสดงออก ต้องแยกกันให้ออกอย่าเอามาพันกันเพราะจะทำอะไรไม่ได้ แต่การแสดงออกจะต้องอยู่ในขอบเขต ส่วนกรณีที่บ้านเลขที่ 111 ปลดล็อกทางการเมืองนั้น ก็ยินดีด้วย
"สุกำพล" แจง ยังไม่ถอนทหารจากพื้นที่ทับซ้อน "ไทย - กัมพูชา"
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ผลการเดินทางเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนที่ประเทศกัมพูชาว่า สิ่งทีได้ตกลงและตัดสินใจไปในครั้งนี้ที่ผ่านมาที่จะดำเนินการร่วมกันก็ขอให้ทำอย่างจริงใจ และจริงจัง เพราะที่ผ่านมาเมื่อมีการประชุม และได้ข้อตกลงแล้วมักจะไม่ทำกัน ทั้งนี้ตนได้เสนอว่าในประเทศอาเซียนมีหลายประเทศที่มียุทโธปกรณ์ที่คล้ายกัน เช่น ซี-130 และการบินก็คล้าย ๆ กัน ถ้าหากเอามารวมกันและทำเป็นฝูงบิน หรือ หน่วยบิน ในอาเซียนที่ประกอบด้วยเครื่องบิน 1-2 ตัว และ ลูกเรือ ที่ปะปนกัน และฝึกให้เกิดความชำนาญก็จะเป็นหน่วยบินที่จะเข้าไปช่วยเหลือสหประชาชาติในเรื่องของมนุษยธรรม หรือแม้แต่ช่วยเหลือในประเทศอาเซียนเอง
เมื่อถามว่า เดือนหน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JWG และหลังจากนั้นจะมีการถอนออกจากทหารในพื้นที่ 17.3 ตารางกิโลเมตรของทั้งสองประเทศ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ไม่เห็นมีใครพูด เขาก็ว่ากันไปเรื่อย เพราะยังไม่มีการถอนกำลังทหาร และเดือนหน้านี้ก็จะมีการพูดคุยในเรื่องขอ JWG เพราะเราเคยได้บอกกัมพูชาไปแล้วว่า การแก้ไขปัญหาและการดำเนินการตามคำสั่งชั่วคราวของศาลโลกถือเป็นช่องทางหนึ่งในการพูดคุย เพราะการพูดคุยในหลายช่องทางจะทำให้เกิดความสับสน ซึ่งไทยและกัมพูชาก็พร้อมที่จะให้จัดการประชุม โดยเฉพาะเราได้ทำหนังสือไปยังกัมพูชาให้เร่งรีบในการจัดประชุม ซึ่งกัมพูชาก็ให้คำตอบมาว่าจะให้มีการประชุมในช่วงกลางเดือน มิ.ย.นี้ สำหรับหัวข้อในการประชุมได้เน้นไปว่าประเทศไทยไม่ได้ดึงเรื่องให้ช้า อย่างที่เขาเข้าใจ ก็ต้องเข้าใจตรงนี้ด้วย เราไม่ได้ดึงเรื่องแต่มีรายละเอียดเยอะแยะ ตนทราบดีว่าการแก้ไขปัญหาช้าไม่ดีกับทั้ง 2 ฝ่าย ขณะนี้ยังมีเวลาในการเจรจาระหว่างไทยกับกัมพูชา เพราะไม่ได้มีการกำหนดจะทำกี่เดือนกี่วัน มีรายละเอียดเยอะที่ต้องดำเนินการ และการถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่จะต้องเข้าสู่มาตรา 190 เพื่อผ่านการพิจารณาของรัฐภา ซึ่งทำให้การดำเนินการช้า ซึ่ง สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาเข้าใจดี ว่ากฎหมายไทยไม่เหมือนกับกัมพูชา โดยเฉพาะของกัมพูชาหากสมเด็จฮุนเซน ยกหูสั่งการก็ถอนออกได้เลย
ผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุม JWG ที่ให้ปฏิบัติตามคำสั่งชั่วคราวของศาลโลก ยังยึดกรอบ 5 ข้อ ของ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี หรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ที่ประชุมจะเสนออะไรขึ้นมา เมื่อประชุมแล้วจะได้ข้อสรุปออกมาก็ต้องเป็นไปตามนั้น กรอบที่ว่าคือหลักใหญ่ ๆ ในการดำเนินการก็เหมือนกับศาลโลกที่ได้ขีดกรอบเอาไว้
เมื่อถามถึงปัญหาชุมชน วัด ที่ทางกัมพูชา บุกรุกอาศัยในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ เคยพูดว่าถ้ากัมพูชาไม่ถอนออกก็จะเอาคนไทยไปอยู่ด้วยตอนนี้ยังยึดกรอบเดิมหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า นั่นคือรายละเอียดให้เขาคุยกันในที่ประชุม JWG แต่คงเป็นไปไม่ได้ว่าที่จะไปทำอย่างนั้น
เมื่อถามต่อว่า แต่ก่อนหน้านั้น เคยระบุว่าจะสานนโยบายเดิมต่อ พล.อ.ยุทธศักดิ์ นั้น พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ก็คงจะไม่สานต่อทั้ง 100 ข้อ อันไหนที่เป็นประโยชน์ก็สานต่อ แต่อันไหนที่เป็นปัญหาก็แก้ไขปัญหากันไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้พูดคุยกับ สมเด็จฮุน เซน ในการละเมิดเอ็มโอยู 2543 ที่ให้คนกัมพูชาเข้าไปอยู่ในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้พูดคุยกัน เพราะถ้าคุยจะทะเลาะกัน



