
ภารกิจ'ซูจี'ต่อความหวังแรงงานพม่าในไทย
ภารกิจ'ซูจี'ต่อความหวังแรงงานพม่าในไทย
การเดินทางมาเยือนไทยของนาง "ออง ซาน ซูจี" หัวหน้าพรรคพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ในฐานะผู้นำพรรคฝ่ายค้าน เพื่อเข้าร่วมประชุมการพัฒนาในระดับภูมิภาค (World Economic Forum on East Asia : WEF) อันเป็นเวทีที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม-1 มิถุนายน ทั้งนี้นอกเหนือจากการเข้าร่วมประชุมในระดับสากลแล้ว นางซูจียังมีภารกิจเพิ่มเติมด้วยการจะเดินทางมายังศูนย์พิสูจน์สัญชาติแรงงานพม่าใน จ.สมุทรสาคร จากนั้นจะไปดูงานที่ตลาดค้าสัตว์น้ำใน ต.มหาชัย ซึ่งบริเวณดังกล่าวถือเป็นย่านที่พักอาศัยขนาดใหญ่ของแรงงานพม่า ตามด้วยการเดินทางสังเกตการณ์ศูนย์ศึกษาเรียนรู้แรงงานต่างด้าว ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยภารกิจทั้งหมดเกิดขึ้นโดยมี "เครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชน" เป็นผู้ประสานงาน
จากภารกิจทั้งหมดของนาง "ซูจี" สิ่งที่น่าสนใจและต้องจับตามองอย่างยิ่ง คือการให้น้ำหนักเรื่องการทำงานของ "ศูนย์พิสูจน์สัญชาติแรงงานพม่า" ซึ่งศูนย์ดังกล่าวมีภารกิจหลังในการทำหน้าที่ขึ้นทะเบียนพิสูจน์สัญชาติแรงงานจากพม่าที่เข้ามาทำงานใน จ.สมุทรสาคร ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 14 มิถุนายน ตามเส้นตายของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา แต่ในความเป็นจริงด้วยจำนวนแรงงานพม่าที่หลั่งไหลเข้ามาลงทะเบียนพิสูจน์สัญชาติมากกว่าวันละ 2,000 คนต่อวันต้องประสบปัญหาเรื่องข้อจำกัดในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่พม่าที่มีเพียง 10 คน ทำให้แต่ละวันศูนย์ดังกล่าวสามารถพิสูจน์สัญชาติแรงงานพม่าได้เพียง 700 คนเท่านั้น ทั้งนี้หากคิดเป็นตัวเลขเฉลี่ยจะพบว่าแต่ละวันมีแรงงานพม่าตกค้าง 1,300 คนต่อวัน และคาดว่าเมื่อถึงวันครบกำหนดที่วางเอาไว้ จะเกิดปัญหาแรงงานไม่ผ่านกระบวนการพิสูจน์สัญชาติตกค้างมากกว่า 4 หมื่นคน
ขณะเดียวกันตัวเลขรวมของแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในบัญชีของการยื่นเรื่องพิสูจน์สัญชาติเพื่อการได้รับสิทธิในการทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องมีมากกว่า 9 หมื่นคน ขณะที่ตัวเลขรวมของแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในสมุทรสาครมีกว่า 1.2 แสนคน นั่นหมายความว่า จะมีส่วนหนึ่งที่ต้องถูกผลักดันออกไป รวมไปถึงในกรณีที่ไม่สามารถขึ้นทะเบียนการพิสูจน์สัญชาติได้
ดังนั้นการเดินทางมาเยือนศูนย์พิสูจน์สัญชาติแรงงานพม่า จ.สมุทรสาคร ของนาง "ซูจี" ในครั้งนี้เปรียบเสมือนการ
จุดประกายให้แก่แรงงานพม่าในประเทศไทยที่หวังพึ่งพิงหญิงแกร่งเพื่อนร่วมชาติให้ช่วยเหลือแบ่งเบาปัญหาต่างๆ รวมไปถึงการเป็นคนกลางยื่นมือเข้าช่วยเจรจากับรัฐบาลไทยในฐานะผู้นำฝ่ายค้านเพื่อผ่อนปรนต่อลมหายใจให้แก่บรรดาแรงงานพม่าจำนวนหลายหมื่นคนที่กำลังจะกลายเป็นแรงงานเถื่อนในทันทีหากไม่สามารถพิสูจน์สัญชาติได้ทันตามเดดไลน์ที่รัฐบาลไทยกำหนดไว้ รวมไปถึงการรับฟังข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับแรงงานพม่า เพื่อนำกลับไปผลักดันเสนอเป็นนโยบายต่างๆ ต่อรัฐบาลพม่าเพื่อให้ชาวพม่าทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ต้องตกระกำลำบากออกมาทำงานในต่างประเทศเหมือนทุกวันนี้
นอกจากภารกิจที่ จ.สมุทรสาครแล้ว ผู้นำฝ่ายค้านพม่ายังได้รับเชิญให้เดินทางไปที่ จ.ตากด้วย ตามคำเชิญของ พญ.ซินเธีย หม่อง แพทย์อาสมัครชาวพม่า เจ้าของคลินิกแม่ตาว ต.แม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก ที่รักษาผู้ป่วยชาวพม่าตามแนวชายแดนมานานกว่า 20 ปี ซึ่งการพบปะกันในครั้งนี้จะเป็นโอกาสที่นางซูจีจะได้รับทราบปัญหาต่างๆ
"นางซูจีเป็นผู้นำของเรา เชื่อว่าหลังจากรับทราบปัญหาของคลินิกแม่ตาวแล้ว ซูจีจะสามารถนำปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ประสานกับรัฐบาลพม่าได้ ปัจจุบันมีชาวพม่านับแสนคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และตามแนวชายแดนไทย-พม่า พวกเขาไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีสัญชาติ ซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไข" พญ.ซินเธียกล่าว
ขณะที่นายเหน่ เมียว อู ผู้ช่วยครูใหญ่โรงเรียนซีดีซี กล่าวว่า การเดินทางมายังชายแดนไทย-พม่าของซูจี นับเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับชาวพม่า เพราะหลังจากทราบข่าวนี้ ทุกคนต่างแสดงความดีใจ และทุกคนต่างเชื่อว่าซูจีจะสามารถเข้ามาขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้
...............
(หมายเหตุ : ภารกิจ'ซูจี'ต่อความหวังแรงงานพม่าในไทย)



