
ได้เวลาทางใครทางมัน
ได้เวลาทางใครทางมัน 'แดงก้าวหน้า-แดงอำมาตย์'
ไม่เพียงจะมีแต่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ชุมนุมวันครบรอบ 2 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม เท่านั้น แต่ยังมีเวทีคนเสื้อแดงขนาดย่อม จัดเวทีปราศรัย ทำกิจกรรมคู่ขนานกับเวทีใหญ่
แม้จะเรียกว่า 'เวทีเล็ก' แต่จำนวนคนที่เข้าร่วมในบริเวณลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี ก็ดูจะหนาตาอยู่พอควร เพราะเวทีนี้เกิดจาก เครือข่ายประชาธิปไตย (คปต.) ซึ่งเป็นการวมตัวของกลุ่มนักกิจกรรมกว่า 30 กลุ่ม อาทิ กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.), แดงสยาม, สมัชชาสังคมก้าวหน้า, องค์กรครู, นักวิชาการ, เสื้อแดงภาคเหนือ ภาคตะวันตก ภาคใต้ รวมถึงกลุ่มปฏิญญาหน้าศาล ที่กำลังเคลื่อนไหวในกรณีอากง
แรกเริ่มเดิมทีเครือข่ายประชาธิปไตย เกิดขึ้นเพื่อการขับเคลื่อนการปฏิรูปมาตรา 112 และการเรียกร้องสิทธิให้เหยื่อกฎหมายหมิ่น ภายหลังจากที่ สมยศ พฤกษาเกษมสุข เลขาธิการเครือข่าย คปต. ถูกจับกุมด้วยข้อหามาตรา 112
สำหรับการเคลื่อนไหวของเวทีเล็ก ยังคงมีสาระสำคัญไม่แตกต่างไปจากแนวทางเดิมมากนัก คือยังต้องการต่อสู้เกี่ยวกับปัญหามาตรา 112 การเอาผิดผู้บงการสังหารหมู่ประชาชนในเหตุการณ์สลายการชุมชุม และได้มีการจัดงานต่อเนื่องในวันที่ 20 พฤษภาคม ในวาระ '35-53' 20 ปี พฤษภาทมิฬ 2 ปี พฤษภาเลือดที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว อีกด้วย
โดยการจัดงานรำลึกถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมในปีนี้ ได้จัดที่บริเวณพระบรมรูป ร.6 ต่อเนื่องเป็นปีที่สองแล้ว และส่วนหนึ่งก็เกิดขึ้นเพื่อรำลึกถึงการตายของ เสธ.แดง ที่บริเวณนี้ด้วย
ไฮไลท์สำคัญคือ การปราศรัยที่มีเนื้อหาการต่อสู้ของคนเสื้อแดงที่เวทีใหญ่ ไม่มีให้รับฟัง...
บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเย็นของเครือข่ายประชาธิปไตย คือกิจกรรมการเคลื่อนขบวนเดินเท้าของคนเสื้อแดงจากสวนลุมฯ มายังเวที นปช. ที่สี่แยกราชประสงค์ เพื่อรณรงค์ปล่อยตัวนักโทษการเมือง 'คืนความเป็นธรรมให้คนตาย คืนอิสรภาพให้คนเป็น'
ในช่วงค่ำมีการร่วมร้องเพลงนักสู้ธุลีดินและยืนไว้อาลัย และการปราศรัยตั้งคำถามกับรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเรื่องความล่าช้าในการดำเนินการเรื่องสิทธิการประกันตัวของนักโทษการเมือง ยืนยันไม่ได้สู้เพื่อทักษิณ แต่ต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมและความถูกต้อง
เยี่ยมยอด ศรีมันตะ รักษาการเลขาธิการเครือข่ายประชาธิปไตย (คปต.) กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของเครือข่ายประชาธิปไตยเกิดจากข้อจำกัดของ นปช. ซึ่งเป็นองค์กรใหญ่ เป็นแนวร่วมของรัฐบาล ทำให้หลายกลุ่มเสื้อแดงเกิดความคลางแคลงใจและไม่เห็นด้วยกับแนวทางความเคลื่อนไหวของ นปช.ใหญ่ ดังนั้น กระบวนการต่อสู้จำเป็นจะต้องมีองค์กรเล็กๆ อื่นๆ เพื่อขับเคลื่อนการต่อสู้ จากผู้มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่ไม่ผูกขาดไว้กับ นปช.เท่านั้น
แนวร่วมคนเสื้อแดง ในนามเครือข่ายประชาธิปไตย จึงมีแนวคิดในการเคลื่อนไหวต่างจาก นปช.ใหญ่ ที่เวทีราชประสงค์อย่างเด่นชัด
เพราะแม้เวทีใหญ่ที่ราชประสงค์ ธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. จะกล่าวถึงการทวงความยุติธรรม การทำให้ความจริงปรากฏ แต่คงไม่มีน้ำหนักไปกว่าการวิดีโอลิงก์ปราศรัยจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในโอกาสครบ 2 ปี ที่คนเสื้อแเดงต่างเฝ้ารอ และมีแต่เนื้อหาการสร้างความปรองดองนิรโทษกรรมกันของทุกฝ่าย เพื่อเปิดทางให้ตนกลับบ้าน การไม่แตะต้องมาตรา 112 ซึ่งส่งผลให้แนวร่วมแดงบางกลุ่มออกมาแสดงความไม่พอใจ โดยเฉพาะ สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ 'บก.ลายจุด' ที่ออกอาการเบรกแตกกับวาทะเปรียบเปรย 'เสื้อแดงเป็นดั่งเรือ'
หรือแม้จะยังไม่เกิดความแตกแยก แต่รอยร้าวก็ได้เกิดขึ้นแล้ว
โดยเฉพาะประเด็นการนิรโทษกรรมและการปรองดอง แนวทางของนักวิชาการนิติราษฎร์ ปิยบุตร แสงกนกกุล แสดงความไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมทุกฝ่าย คือเราจะไม่นิรโทษกรรมกับเจ้าหน้าที่และผู้สั่งการทั้งหลาย เพราะประเทศไทยเกิดเหตุการณ์แบบนี้หลายครั้งหลายหน ถ้าเรายอมให้ทำแบบนี้ต่อไปก็จะเกิดการฆ่าหมู่ทางการเมืองอีก ครั้งนี้ต้องยืนยันว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีกต่อไป หมายความว่าเราเสนอให้สืบสวนข้อเท็จจริง และดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่และผู้สั่งการให้หมด ซึ่งไม่ใช่การนิรโทษกรรมแบบเหมารวมหมด
เชื่อแน่ว่า การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงที่ต้องการออกจากข้อจำกัดของพรรคและรัฐบาลเพื่อไทย คงมีอีกมากโข



