
พีมูฟแนะปรับ'กม.ที่ดิน'กันฝรั่งสวมสิทธิ
วงเสวนา พีมูฟ" เสนอปรับกฎหมายที่ดินเพิ่มกระจายถือครอง หวั่นลามทุ่งเปิดช่องต่างชาติสวมสิทธิรุกที่ ทวงสัญญา "ยิ่งลักษณ์" เร่งนโยบายโฉนดชุมชนอย่าดีแต่ยาหอมช่วงหาเสียง จังหวัดภูเก็ตเร่งล้อมคอกแก้ปัญหา ขยะ น้ำเสีย รุกที่สาธารณะบนเกาะ
28 พ.ค.2555 ที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) จัดสัมมนาวิชาการเรื่อง “กระบวนการยุติธรรมกับการแก้ไขปัญหาที่ดินของคนจน” โดยนายนิพนธ์ พัวพงศกร ประธานสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งว่า ทุกรัฐบาลยังไม่มีมาตรการจำกัดการถือครองที่ดินขนาดใหญ่เพื่อเก็งกำไร และหน่วยงานราชการที่มีอำนาจอยู่ในมือก็ไม่ได้ปกป้องสิทธิ์ให้กับประชาชน
นายนิพนธ์ กล่าวว่า แม้จะมี ส.ส.พยายามผลักดันกฎหมายที่ดินสงวนหวงห้ามเพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ในที่ดินของรัฐและเอกชนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ได้ แต่ประเด็นนี้เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลก็ไม่ได้ถูกดำเนินการต่อ เช่นเดียวกับนโยบายโฉนดชุมชน ที่รัฐบาลชุดก่อนเคยผลักดัน แต่ก็เป็นได้เพียงระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งประกาศโฉนดชุมชนเป็นจุด ๆ ไปเท่านั้น ไม่ใช่กฎหมายที่มั่นคงถาวร
"ทั้งนี้ผมขอเสนอให้ผลักดันนโยบายธนาคารที่ดินต่อ อย่างไรก็ตามธนาคารที่ดินจำเป็นต้องมีกฎหมายภาษีทีดินเป็นกลไกหลัก เพื่อให้เจ้าของที่ดินซึ่งไม่ได้ใช้ประโยชน์ ยอมปล่อยที่ดินเข้าสู่ธนาคารมากขึ้น และต้องสร้างตลาดที่ดินที่เป็นธรรม เพื่อให้คนจนสามารถเข้าถึงที่ดินได้ โดยสามารถเลือกที่ดินในราคาเหมาะสมได้ด้วยตนเอง ซึ่งเรื่องการผลักดันภาษีที่ดินนั้น คล้ายกับการเข็นครกขึ้นภูเขา ยากที่จะสำเร็จ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้" นายนิพนธ์ กล่าว
คปก.ชี้กระบวนการยุติธรรมเรื่องที่ดินต้องปรับหวั่นนายทุนต่างชาติสวมสิทธิ์
ขณะที่นายไพโรจน์ พลเพชร คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย กล่าวว่า กระบวนการยุติธรรมในเรื่องนี้ที่ต้องปรับมุมมองใหม่เช่นกัน เพราะความผิดในเรื่องสิทธิชุมชน สิ่งแวดล้อม มีบริบทที่มากกว่าคดีอาญาทั่วไป จะไปพิจารณาเหมือนกันไม่ได้ โดยการพิจารณาต้องคำนึงถึงเหตุผลอื่นมากกว่าจะถามหาเอกสารโฉนดที่ดินเท่านั้น เพราะหากไม่มีการเชื่อมโยงนำหลักฐานอื่นมาเป็นข้อมูลแล้ว ความยุติธรรมซึ่งประกอบด้วยข้อเท็จจริงในหลายด้านจะถูกมองข้าม ทั้งนี้ตัวกฎหมาย พนักงานสอบสวน อัยการ ที่เป็นบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมก็ต้องเป็นกลาง ปรับแนวคิดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะอัยการที่จะพิจารณาสำนวนโดยยึดความเชื่อแบบเก่าที่การมีที่ดินที่ถูกต้องคือต้องมีเอกสารสิทธิ์เท่านั้นไม่ได้แล้ว
นักเศรษฐศาสตร์ยันประเทศต้องมียุทธศาสตร์ถือครองที่
ส่วนนายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวย้ำว่า นอกจากเรื่องความเป็นธรรมแล้ว การจัดการถือครองที่ดินเกี่ยวข้องกับหลายมิติทางเศรษฐกิจ และเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ประเทศ ว่าจะจัดการที่ดินในประเทศอย่างไรบ้าง และจะใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์ ไม่ถูกทิ้งรกร้าง ทั้งนี้เป็นการบริหารประเทศอย่างเป็นระบบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วงเสวนายังหารือถึงกรณีที่ชาวบ้านใน จ.ลำพูน ที่ชาวบ้านถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุก และศาลจังหวัดลำพูน จะอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในวันที่ 6 มิถุนายนนี้
พีมูฟทวงสัญญานายกฯ โปรยยาหอมแจกโฉนดชุมชนช่วงหาเสียง
นายประยงค์ ดอกลำไย แกนนำขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) เปิดเผยว่า ในวันที่ 6 มิ.ย.ซึ่งศาลฎีกาจะตัดสินคดีคดีที่ชาวบ้านและแกนนำเครือข่ายปฏิรูปที่ดิน 3 รายนั้นเครือข่ายปฏิรูปที่ดินทั่วประเทศจะนำชาวบ้านจำนวน 500 คนมาชุมนุมหน้าศาลฎีกา เพื่อให้กำลังใจแกนนำทั้ง 3 ราย พร้อมกับทวงถามความชัดเจนจากรัฐบาลชุดนี้ เนื่องจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศในวันแถลงนโยบายว่าจะกระจายการถือครองที่ดิน และเดินหน้านโยบายภาษีที่ดิน โฉนดชุมชน รวมถึงธนาคารที่ดินต่อ แต่จนถึงขณะนี้ผ่านมา 9 เดือน กลับไม่มีความคืบหน้า ทำให้ชาวบ้านที่ถูกดำเนินคดี ยังคงตกอยู่ในชะตากรรมแบบเดิม
นายประยงค์ กล่าวว่า ภายในปีนี้เครือข่ายจะยื่นข้อเสนอให้ยกร่างกฎหมาย 3 ฉบับได้แก่ 1.พรบ.ภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้า 2.พรบ.จัดตั้งธนาคารที่ดินที่เชื่อมโยงกับประชาชน และ 3.ยุติการดำเนินคดีเรื่องที่ดินกับประชาชน โดยจะมีการ ล่ารายชื่อ 1 ล้านรายชื่อเพื่อเสนอร่างกฎหมายดังกล่าว เพื่อนำเข้าสู่สภาให้สำเร็จ เพื่อสร้างหลักประกันว่าในอนาคตประชาชนจะเข้าถึงที่ดินอย่างเป็นธรรมนอกจากนี้จะร่วมกับภาคเอกชนในการผลักดันการปฏิรูปการถือครองที่ดิน โดยเฉพาะเรื่องภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้าและแบ่ง 5% มาเพื่อบริหารจัดการโครงสร้างธนาคารที่ดิน ทั้งนี้ ทราบดีว่าจะต้องได้รับแรงต้านจากนักลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์ และนายทุนเจ้าของที่ดิน แต่จำเป็นต้องทำ เนื่องจากขณะนี้คนกว่า 58 ล้านคนมีที่ดินเพียงคนละไม่ถึง 1 ไร่ ต่างจากคนจำนวนเพียง 10% ที่ถือครองที่ดินกว่า 90% ของประเทศ และเชื่อว่าน่าจะสามารถทำให้รัฐบาลสามารถตัดสินใจได้
สำหรับชาวบ้าน 3 รายที่กำลังจะถูกพิพากษาในคดีรุกลำพื้นที่นั้น ได้แก่ 1.นายประเวศน์ ปันป่า แกนนำชาวบ้าน ซึ่งศาลชั้นต้นลง 6 ปี ต่อมาศาลอุทธรณ์ยืนตามนั้น นายรังสรรค์ แสนสองแคว ประธานสหกรณ์การเกษตรโฉนดชุมชนป่าซาง ถูกศาลอุทธรณ์ตัดสินจำคุก 4 ปี และ 3.นายสืบสกุล กิจนุกร เจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชน สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ(สกน.) ถูกศาลอุทธรณ์ตัดสินจำคุก 4 ปีเช่นเดียวกัน ในคดีบุกรุกที่ดินบ้านพระบาท อ.ป่าซาง จ.ลำพูน โดยที่ชาวบ้านอยู่อาศัยมาก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 29พ.ค. เครือข่ายจะรวมตัวหน้าบริเวณศาลฎีกา สนามหลวงเพื่อแสดงสัญลักษณ์ ก่อนจะเดินทางไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาลในเวลา 11.00น.
ชาวบ้านรุกป่าดงใหญ่บุกพบผู้ว่าฯบุรีรัมย์
เมื่อเวลา 11.30 น.ตัวแทนผู้บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำลำนางรอง, กลุ่มบ้านดงเย็น ตลาดควาย และกลุ่มบ้านเก้าบาตร กว่า 100 คน เดินทางไปที่ศาลากลางจังหวัด และขอพบผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมกับได้นำเอกสารและหลักฐานเป็นภาพถ่ายที่อ้างว่าเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเหยียบย่ำทำลายพืชผลการเกษตร ไร่มันสำปะหลังที่ชาวบ้านปลูกไว้ เพื่อร้องเรียนขอความช่วยเหลือ ให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีคำสั่งการ ไม่ให้เข้าหน้าที่รัฐเข้าไปทำลายพืชผลการเกษตร ตามที่ได้ให้สัญญาไว้เมื่อวันที่ 14 - 16 พ.ค.ที่ผ่านมา
นายสมนึก ปัดชา อนุกรรมการกรณีปัญหาป่าไม้และที่ดินป่าดงใหญ่ อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ แกนนำชาวบ้าน 0กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ยุติการจับกุมและดำเนินคดี ข่มขู่คุกคาม ทำลายทรัพย์สิน รื้อถอนและทำลายพืชผลการเกษตร ระหว่างรอการแก้ไขปัญหาของทางภาครัฐ เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งที่รุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับผู้บุกรุก
ต่อมา พ.อ.ประจักษ์ ประเมศรี รอง ผอ.กองรักษาการความมั่นคงภายในจังหวัดบุรีรัมย์ และนายนิรันดร์ สุรัสวดี ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ได้เรียกแกนนำ ทั้ง 3 กลุ่ม เข้าหารือถึงปัญหาความเดือดร้อน แต่ไม่สามารถหาข้อยุติปัญหาได้ จึงรับเรื่องร้องเรียนไว้ เสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบต่อไป โดยทางจังหวัดจะได้มีการเรียกแกนนำพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกกล่าวหามาประชุมหารือ ในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ ผู้เดือดร้อนจึงพากันแยกย้ายกลับ
ภูเก็ตจี้หน่วยงานรับผิดชอบแก้ปัญหารุกที่สาธารณะเกาะราชา
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต น.ส.สมหมาย ปรีชาศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่งเกาะราชา จังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 2/2555 เพื่อติดตามการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของเกาะราชา โดยมีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 (จ.ภูเก็ต) เจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 เป็นต้น เทศบาลตำบลราไวย์ และตัวแทนภาคประชาชน เข้าร่วม
ทั้งนี้ได้มีการรายงานผลการตรวจสอบปัญหาน้ำเสียและขยะบนเกาะราชาใหญ่ โดยในเรื่องของน้ำแม้จะมีสถานประกอบการบางแห่งสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย แต่ปรากฏว่ามีขนาดเล็กเกินไปไม่เพียงพอรองรับปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้น ส่งผลให้มีน้ำล้นออกมาและไหลลงสู่ลำคลองสาธารณะทำให้เกิดปัญหาเน่าเสีย และน้ำดังกล่าวก็ไหลลงทะเล ส่งผลกระทบต่อปะการังและสัตว์น้ำในทะเลบริเวณดังกล่าว ซึ่งปัญหาดังกล่าวพบว่ามีอยู่หลายจุดบนเกาะ โดยเฉพาะบริเวณฝั่งตะวันตกของอ่าวสยาม แม้ในช่วงที่มีการลงไปตรวจสอบจะมีความเจือจางไปบ้างแล้วเพราะฝนตก



