ข่าว

เก่า-ใหม่ปะปนเสน่ห์กรุงเทพฯ230ปี

เก่า-ใหม่ปะปนเสน่ห์กรุงเทพฯ230ปี

29 พ.ค. 2555

เก่า-ใหม่ปะปน เสน่ห์กรุงเทพฯ 230 ปี

                      "กรุงเทพมหานคร" เป็นอาณาจักรศูนย์กลางทางด้านเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม และเป็นนครที่เกิดการเปลี่ยนแปลงมาอย่างโชกโชน ไม่แปลกถ้าจะมีการสงสัยว่าอันที่จริงแล้วเป็นอย่างไรกันแน่?...และด้วยความต้องการทำความเข้าใจความเป็นมาของกรุงเทพฯ ให้มากขึ้นกว่าเดิม สำนักพิมพ์เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ได้จัดทำหนังสือฉบับพิเศษ “BANGKOK : 230 ปี มหานครหลากชีวิต” ขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 230 ปีแห่งการสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นราชธานี พร้อมเปิดตัวทีมผู้จัดทำโดยมี ว่าที่ร้อยตรี เศวตชัย ทรัพย์บุญมี ผู้ช่วยปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงาน

                      เนื้อหาในหนังสือที่ประกอบด้วยประวัติศาสตร์ พัฒนาการ นับแต่แรกสถาปนากรุงเทพมหานคร เมื่อปีพุทธศักราช 2325 จวบจนปัจจุบัน อาทิ วิถีชีวิตของผู้คน สถาปัตยกรรมคู่บ้านคู่เมือง ตลอดจนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของชนชาติต่างๆ ผ่านข้อมูลทางประวัติศาสตร์และภาพถ่ายทั้งเก่าและใหม่ โดยได้รับการถ่ายทอดจากของนักเขียนและช่างภาพสารคดีชื่อดังมากมาย พร้อมเปิดเวทีเสวนาเกี่ยวกับชีวิตที่หลากหลายของกรุงเทพมหานคร ตลอดระยะเวลา 230 ปี

                      อเนก นาวิกมูล นักเขียนสารคดี บอกว่า ที่ตั้งของกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมกับการทำมาหากิน อยู่ระหว่างเมืองหลวงเก่า (อยุธยา) และปากอ่าว มีการเดินเรือส่งสินค้าจากต่างประเทศผ่านเข้ามาได้สะดวก ประชาชนก็ใช้การพายเรือค้าขายตามคลองต่างๆ ไปมาหาสู่กันง่าย ทำให้มีการพัฒนาทางวัฒนธรรมจากหลายที่เข้ามาเรื่อยๆ คนกรุงเทพฯ สมัยก่อนจึงมีเชื้อสายจีนเป็นส่วนมาก แล้วจึงมีวัฒนธรรมจากคนภาคอื่นๆ ที่อพยพมาอยู่ในกรุงเทพฯ ทีหลัง

                      "ปัจจุบันพื้นที่ในกรุงเทพฯ ที่เปลี่ยนแปลงจนหน้าตกใจมากๆ คือสยาม เพราะตอนนี้มีรถไฟฟ้า มีห้างสรรพสินค้าเกิดขึ้นเต็มไปหมด ทั้งที่อดีตตรงนี้เคยเป็นทุ่งนามาก่อน จากนั้นก็วังและวัดในรัชกาลที่ 4 ส่วนหนึ่งก็เป็นวังของพระราชโอรสองค์โต ของรัชกาลที่ 5 ซึ่งต่อมาโดนรื้อกลายเป็นสนามกีฬาแห่งชาติ และมีวังอีกหลายแห่งในย่านนี้ ที่ตอนนี้กลายเป็นพื้นที่ของห้างสรรพสินค้าไปแล้ว” เอนก เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงเหมือนเทียบจากภาพถ่าย

                      ด้าน อธิษฐ์ พีระวงศ์เมธา ช่างภาพมือรางวัลระดับนานาชาติ เล่าถึงความประทับใจในการถ่ายภาพมุมมองปัจจุบันของกรุงเทพฯ ว่า ภาพที่ชอบที่สุดคือภาพวิวรอบๆ วัดภูเขาทองในหน้าปก ที่ใช้เวลาในการขอสถานที่และรอถ่ายอยู่นาน แต่มุมนั้นสะท้อนถึงความเก่าใหม่ผสมกัน มีย่านสลัมชุมชนอยู่ด้านหน้า มีวัดเก่าแก่ที่สวยงาม มองเห็นความทันสมัยของตึกใหญ่ ซึ่งเสน่ห์ความเป็นกรุงเทพฯ ทั้งหมดได้ผสมกันอยู่ในภาพนี้อย่างลงตัว

                      ปิดท้ายด้วยนักเขียนหนุ่ม ราชศักดิ์ นิลศิริ สรุปความเป็นกรุงเทพฯ ได้อย่างลงตัวว่า เป็นเมืองที่มีเสน่ห์เพราะคนมีความหลากหลายจึงทำให้มีชีวิต ชีวิตของคนแต่ละสมัยขับเคลื่อนกรุงเทพไปข้างหน้าได้ คนที่ชอบท่องเที่ยวไปหลายๆ ย่านของกรุงเทพฯ หารู้ไม่ว่าจิตวิญญาณของการท่องเที่ยวแบบนี้ไม่ได้อยู่ที่สถานที่อย่างเดียว ถ้าลองเข้าไปคุยกับคนเฒ่าคนแก่ สอบถามเรื่องราวในอดีตว่าย่านนี้เป็นอย่างไร ดูของเก่าของเขา เราจะไม่ได้แค่ความรู้อย่างเดียว แต่เราจะได้ประสบการณ์และมิตรภาพดีๆ กลับมาด้วย อาจมองว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งการต่อสู้ แก่งแย้ง ชิงดี แต่ที่จริงแล้วก็ยังมีอีกมุมหนึ่งที่มีแต่น้ำจิตน้ำใจ อยู่ในชุมชนที่ไม่ต่างจากต่างจังหวัดแฝงอยู่ด้วย