ข่าว

เรื่องอื้อฉาวทางเพศกับภาพลักษณ์กองทัพ

เรื่องอื้อฉาวทางเพศกับภาพลักษณ์กองทัพ

28 พ.ค. 2555

เรื่องอื้อฉาวทางเพศกับภาพลักษณ์กองทัพ : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook : ruarob.muangman

                 มีกลุ่มบุคคลอยู่สองประเภทในสังคมไทยที่ถ้ามีเรื่องพิกลหรือไม่งามทีไรเป็นได้ขึ้นหน้าหนึ่งของสื่อทุกที โดยไม่ต้องเคยดังเป็นดารามาก่อน ไม่ต้องร่ำรวยหรือมีระดับสูงแต่อย่างใด นั่นคือ พระกับทหาร ที่เป็นเช่นนี้เพราะสองอาชีพนี้ เป็นที่น่าจับตาของสังคมอยู่ ถูกคาดหวังไม่เหมือนคนธรรมดาอื่น หากปฏิบัติผิดบรรทัดฐานที่สังคมตั้งไว้ ก็มักโดนเหมารวมเป็นหมู่คณะ  ว่านั่นไงเสื่อมอีกแล้ว เรื่องนี้บางทีก็ต้องโทษตัวก่อเหตุเอง บางทีก็ต้องโทษการเข้มงวดกวดขันของหน่วย ส่วนการหาประโยชน์จากภาพลักษณ์เสียๆ นั้นก็อาจต้องโทษด้วย เพราะมีจริง
   
              ช่วงที่ผ่านมามีภาพหลุดที่เกี่ยวกับกำลังพลของกองทัพระดับล่างอยู่สองสามชุด ทั้งสวิงกิ้งและจ้ำบ๊ะ ซึ่งเป็นเรื่องไม่เหมาะสมแน่ทั้งในแง่ของพฤติกรรมทางเพศและสถานที่ แต่การจัดการกับเรื่องเล็กแต่ละเอียดอ่อนเช่นนี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความสามารถในการดำเนินการมากกว่าเอาแต่ประโคมโหมกันไป แล้วคิดเอาเองว่าสังคมจะบีบให้พฤติกรรมแบบนี้หายไปเอง คนอื่นนอกวงการจะไม่ช่วยอะไรกองทัพได้นอกจากมองทหารในภาพลบเป็นส่วนรวม
   
              ในอดีตพฤติกรรมทางเพศของทหารเกณฑ์ไม่เป็นที่ควบคุมของผู้บังคับบัญชานัก เพราะถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว คลายเครียดกันไปโดยไม่ส่งผลเสียต่อการรบ ตอนนั้นที่กล้องยังเป็นของหายากสำหรับพลทหารและไม่มีอินเทอร์เน็ต เรื่องเช่นนี้ไม่ค่อยหลุดออกจากค่าย แต่ในยุคที่ยูทูบหรือเฟซบุ๊กเป็นเรื่องสามัญ และคนในรั้วก็มีวิถีชีวิตคล้ายคนเมือง พฤติกรรมแผลงๆ ยิ่งต้องระวังให้หนัก การสร้างสำนึกในเรื่องเพศที่ถูกต้องให้แก่กำลังพลจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น มากกว่าการปล่อยให้แล้วแต่ปัจเจกคิดเองทำเอง เป็นที่น่ายินดีว่าสังคมไทยที่ปรับตัวเข้ากับโลกาภิวัตน์ได้เร็ว ในค่ายทหารก็ปรับตัวได้ไม่น้อยหน้ากัน ทหารส่วนใหญ่รู้แล้วว่าการปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานที่ต่างเพศนั้นต้องทำอย่างไรจึงจะไม่กลายเป็นการคุกคามทางเพศ ภาพวับแวมไม่มีติดโจ๋งครึ่มบนโต๊ะทำงานหรือในร้านตัดผม การจัดงานเลี้ยงที่เป็นกึ่งทางการก็ไม่มีการปลุกใจทางเพศ แต่แน่นอนว่าไม่มีอะไรสมบูรณ์เป๊ะ โอกาสเกิดภาพไม่งามนั้นยังมีได้เสมอ
   
              เรื่องชั่วร้ายไม่ควรปล่อยปละเพียงเพราะกลัวว่าความอื้อฉาวจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ขององค์กรนั้นเป็นบรรทัดฐานของสังคม เราควรส่งเสริมให้ผู้อ่อนแอกล้าลุกขึ้นสู้เอาผิดกับผู้เข้มแข็งกว่าที่ทำผิด แต่กับกรณีที่เรื่องผิดเล็กน้อยอย่างที่ปรากฏเป็นข่าวถูกเผยแพร่กระจายไปอย่างเมามันนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะเกิดประโยชน์น้อยต่อสังคม แต่เกิดผลเสียมากต่อสถาบันทหาร ในที่นี้ทหารเองต้องรู้การปฏิบัติตนในกรอบ ผู้บังคับบัญชาก็ต้องหมั่นสั่งสอน ขณะที่ผู้เอาความจริงมาเผยแพร่ก็ต้องไม่ใช่มุ่งทางด่าทอสร้างความเกลียดชัง แต่เน้นเสนอแนวคิดการให้อภัยและส่งเสริมการปรับพฤติกรรม