ข่าว

ความหลากหลายทางวัฒนธรรม

ความหลากหลายทางวัฒนธรรม

28 พ.ค. 2555

ความหลากหลายทางวัฒนธรรม : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล

                เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วผมไปร่วมการเสวนาเรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรมในอาเซียน ซึ่งจัดโดยกระทรวงวัฒนธรรม และสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตจังหวัดตรัง เรื่องหนึ่งที่ผู้เข้าฟังการเสวนาให้ความสนใจ ก็คือเราจะสามารถรักษาวัฒนธรรมไทยไว้ได้อย่างไร ในโลกปัจจุบัน และวิทยากรบางท่านก็ได้เท้าความให้เห็นว่า ตามความเป็นจริงแล้วสิ่งที่เราเห็นว่าเป็นวัฒนธรรมไทย ไม่ว่าจะเป็นภาษา ขนบธรรมเนียม อาหาร หรืออื่นๆ ก็เป็นสิ่งที่เกิดจากการผสมผสานของวัฒนธรรมต่างๆ ที่ไทยเรารับมาจากแหล่งอื่น เช่น เขมร มอญ ลาวฯ ไม่ต้องดูอื่นไกล แม้แต่คนไทยทุกวันนี้ก็ล้วนเป็นเลือดผสมแทบทั้งสิ้น ไม่มีใครที่จะยืนยันได้ว่าตนเองมีเลือดไทยบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ และวัฒนธรรมไทยเองในแต่ละภาคแต่ละท้องถิ่นก็มีข้อปลีกย่อยที่แตกต่างกันในรายละเอียด ไม่ได้เป็นพิมพ์เดียวกันทั้งหมด
   
              ในประเด็นนี้ หากย้อนกลับไปมองประวัติศาสตร์ความเป็นมาของกลุ่มชนที่เรียกว่าไทยตั้งแต่ครั้งอดีตกาล เราก็จะพบว่าคนไทยได้ซึมซับ รับเอา และดัดแปลงวัฒนธรรมต่างๆ ในสุวรรณภูมิให้เข้ากับวิถีชีวิตและความนิยมของตน รวมทั้งวัฒนธรรมอินเดียที่เข้ามาพร้อมกับพราหมณ์และพุทธในสมัยสุโขทัย วัฒนธรรมจีนในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยาและกรุงธนบุรี วัฒนธรรมตะวันตกในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ดังนั้น วัฒนธรรมไทยจากอดีตถึงปัจจุบันจึงมีความหลากหลายและวิวัฒนาการมาโดยลำดับ การที่เด็กไทยจะชื่นชมวัฒนธรรมเกาหลี หรือตื่นเต้นกับเลดี้ กาก้า จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าวิตกกังวลมากนัก เพราะวัฒนธรรมใดก็ตามที่จะมีอิทธิพลถึงขั้นมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมไทยได้นั้น จะต้องมีรากฐานที่มั่นคงและได้รับการยอมรับจากคนส่วนใหญ่ แต่วัฒนธรรม K-Pop หรือ K-Wave นั้น เป็นวัฒนธรรมที่ถูกออกแบบสร้างขึ้นใหม่เมื่อ 10 กว่าปีมานี้เอง และได้รับการคาดการณ์ว่าจะเสื่อมความนิยมลงในเวลาอีก 5 ปีข้างหน้า เนื่องจากสิ้นสุดกระแส และมีวัฒนธรรมใหม่ๆ ที่น่าตื่นตาตื่นใจกว่าเข้ามาแทนที่ เช่นเดียวกับความนิยมเลดี้ กาก้า ก็เป็นเพียงแฟชั่นชั่วครู่ชั่วยาม เหมือนกับที่คนรุ่นก่อนหน้านี้เคยคลั่งไคล้มาดอนนามาแล้ว
   
              สำหรับหนทางในการรักษาวัฒนธรรมไทยทางหนึ่ง ก็คือการปลูกฝังให้เยาวชนไทยมีความรัก ความเข้าใจ ความภูมิใจและความหวงแหนวัฒนธรรมไทย ไม่ใช่แค่การรณรงค์ด้วยแผ่นป้าย หรือคำขวัญเท่านั้น แต่ต้องลงลึกถึงมโนคติ เช่นจะดูโขน ดูโนรา หรือละครชาตรี อย่างน้อยก็ควรจะต้องเข้าใจเรื่องราวของการแสดง และความเป็นมาของศิลปวัฒนธรรมเหล่านั้นมาก่อนบ้าง เมื่อได้รู้ถึงที่มาที่ไปก็จะเกิดความสนุกสนาน และอยากเผยแพร่ต่อไป
   
              ผู้ฟังบางท่านแสดงความกังวลว่า วัฒนธรรมของไทยเราอาจจะถูกกลืนโดยวัฒนธรรมของสมาชิกอาเซียนประเทศอื่นๆ หรือไม่? ซึ่งเรื่องนี้ผมยังเชื่อในทฤษฎี "Survival of the Fittest" คือสิ่งที่เหมาะสมที่สุดคือสิ่งที่จะอยู่รอด ซึ่งแน่นอนว่า การเป็นประชมคมอาเซียนจะทำให้สมาชิกทั้ง 10 ประเทศของอาเซียน มีความใกล้ชิดทางวัฒนธรรมและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมมากขึ้น แต่ถ้าหากวัฒนธรรมของไทยเราดีกว่า คนไทยและเยาวชนไทยมีความเข้าใจและภูมิใจในวัฒนธรรมไทยดีพอ เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลมากนัก และในอนาคตอาจจะมีวัฒนธรรมอาเซียนที่เกิดจากการผสมผสาน หรือสร้างสรรค์ของอาเซียนเกิดขึ้น ทำนองเดียวกับวัฒนธรรมอเมริกันที่มาจากหลายๆ ชาติที่รวมกันเป็นสหรัฐอเมริกา และวัฒนธรรมดังกล่าว หลายอย่างเช่น กางเกงจีนส์ อาหาร เครื่องดื่ม ดนตรี กีฬา การแสดง ก็กลายเป็นสินค้าวัฒนธรรมที่ส่งออกไปทั่วโลก
   
              ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของอาเซียน จึงไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้ปัญญานำความหลากหลายมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไรบ้างมากกว่า