ข่าว

'โจรชิงทอง'แสบโรยตะปูเรือใบหนี

'โจรชิงทอง'แสบโรยตะปูเรือใบหนี

28 พ.ค. 2555

ตะลุยข่าว : 'โจรชิงทอง' แสบ โรยตะปูเรือใบหนี : โดย...สุวรรณี บัณฑิศักดิ์

                       ท่ามกลางสภาพวิกฤติเศรษฐกิจในปัจจุบันทุกคนต้องประสบกับภาวะข้าวยากหมากแพง ต้องต่อสู้ดิ้นรนปากกัดตีนถีบเพื่อความอยู่รอดในสังคม ขณะที่เหล่ามิจฉาชีพเองก็พลิกแพลงกลยุทธ์ในการก่อเหตุมากขึ้น และเป้าหมายหลักก็เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินของมีค่า เป้าหมายอันดับต้นๆ คงจะไม่พ้น "ร้านทอง" ทั้งในเขตชุมชนพลุกพล่านและนอกเขตชุมชน เมื่อก่อเหตุแล้วก็ใช้วิธีโรยตะปูเรือใบกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามจับกุมได้ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร

                       อย่างที่เกิดขึ้นกับร้านทอง “จักรัตน์” เลขที่ 90/1 หมู่ 6 ต.เขาถ่าน อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา 2 คนร้ายสบโอกาส คนร้าย 1 คน บุกเข้ามาในร้านใช้อาวุธปืนจี้เจ้าของร้านทุบกระจก ใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่ก่อนชิงทองร่วม 200 บาทหลบหนีไปอย่างลอยนวล ส่วนคนร้ายอีกคนติดเครื่องรถจักรยานยนต์จอดอยู่หน้าร้าน

                       ร้านทองแห่งนี้ถือว่าเป็นร้านทองอยู่ไม่ไกลจากชุมชนมากนักและตั้งอยู่ห่างจาก สภ.ท่าฉางราวๆ 500 เมตร ขณะเกิดเหตุมี น.ส.เสาวลักษณ์ บุญอดุลย์รัตน์ อายุ 49 ปี เจ้าของร้านอยู่ในเหตุการณ์ ให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุขณะนั่งอยู่ภายในร้าน มีผู้ชาย 2 คน แต่งกายด้วยชุดสีดำ สวมหมวกกันน็อกปิดหน้าไว้ ขี่รถจักรยานยนต์แบบผู้ชายเข้ามาจอดหน้าร้าน โดยไม่ได้เอะใจ เพราะนึกว่าเป็นคนเก็บเงินกู้รายวัน จู่ๆ คนร้ายทั่ง 2 วิ่งเข้ามาในร้าน คนแรกใช้อาวุธมีดจี้ไม่ให้ส่งเสียงร้อง ส่วนคนร้ายอีกคนใช้อาวุธปืนลูกซองแบบ 5 นัด ยืนคุมเชิงอยู่ ระหว่างนั้นคนร้ายที่ใช้มีดจี้พยายามใช้สันมีดทุบกระจกตู้โชว์ทองแต่ไม่สำเร็จ คนร้ายอีกคนจึงใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ตู้ 2 นัด ทำให้กระจกแตก คนร้ายที่ใช้มีดจี้จึงกระโดดข้ามตู้โชว์เข้าไปกวาดทองรูปพรรณใส่กระเป๋าเป้ที่เตรียมมา

                       "จังหวะที่คนร้ายกำลังกวาดทองฉันจึงรีบวิ่งหลบหนีเข้าไปหลังร้าน แล้วรีบกดสัญญาณแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ หลังจากนั้น ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีกนัดคาดว่าคนร้ายยิงข่มขู่เพื่อหลบหนี ส่วนทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปเป็นทองรูปพรรณหลายขนาด น้ำหนักรวมประมาณ 200 บาท มูลค่า 4.8 ล้านบาท" น.ส.เสาวลักษณ์กล่าว

                       ตำรวจที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุถึงกับอึ้งเพราะคาดไม่ถึงว่าคนร้ายจะหาญกล้าขนาดนี้ และเชื่อว่าคนร้ายที่ก่อเหตุได้วางแผนมาเป็นอย่างดี จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของธนาคารกรุงไทย ที่อยู่ใกล้ร้านที่เกิดเหตุพบว่าผู้ก่อเหตุขับรถวนเวียนเพื่อดูลาดเลาหลายรอบ และหลังเกิดเหตุขณะหลบหนีได้โรยตะปูเรือใบเพื่อสกัดการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกด้วย ถือว่าเป็นการวางแผนมาเป็นอย่างดี

                       หลังเกิดเหตุกว่า 1 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่และตำรวจชุดปฏิบัติการศูนย์สืบสวนสอบสวนภาค 8 กำลังรวบรวมพยานหลักฐานที่ค่อนข้างจะยาก แต่เชื่อมั่นว่าคงจะไม่พ้นฝีมือการทำงานของตำรวจชุดนี้ พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ได้กำชับอีกทางหนึ่งตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องปราบอาชญากรรมทุกรูปแบบเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีเป็นสุข

                       แม้ว่าก่อนหน้านี้ตำรวจสามารถจับกุมนายกฤตศักดิ์ หรือเด่น หีตแก้ว อายุ 25 ปี ชาวสุราษฎร์ธานี ผู้ต้องหาคดีบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ร้านทองจังหวัดธเนศ 2 ถนนเจ้าฟ้าตะวันออก อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2554 ได้ทองคำรูปพรรณไป 261 บาท มูลค่า 5,755,050 บาท หนีไปกบดานในกรุงเทพ ฯ มายาวนาน จนกระทั่งจับกุมได้ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในซอยจรัญสนิทวงศ์ 40 แขวงบางกอกน้อย เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

                       เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ทางตำรวจมีความมั่นใจว่าต้องจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้อย่างแน่นอน แม้ว่าจะมีการวางแผนมาอย่างดี โดยการวางตะปูเรือใบสกัดกั้นการติดตามของตำรวจก็ตาม แต่เชื่อว่าหากใช้ระยะเวลาแกะรอยอีกสักนิด มั่นใจว่าจับกุมได้ไม่ยาก ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าตำรวจจะทำได้มากน้อยแค่ไหน เป็นที่พึ่งของประชาชนได้หรือไม่

                       ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการค้าทองหรือเจ้าของร้านทองก็มีมาตรการป้องกันไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยเฉพาะในเขตตัวเมืองสุราษฎร์ธานี มีการรวมกลุ่มกันประสานไปยังตำรวจให้มีการฝึกซ้อมการใช้อาวุธปืนป้องกันตนเองหากเกิดเหตุร้ายขึ้น, ติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิด และสำรวจวัสดุอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา ตลอดจนการฝึกวิธีการสังเกตรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายอย่างมีสติ ที่สำคัญเจ้าของร้านทองต้องให้คำแนะนำต่อพนักงานในร้านเกี่ยวกับการจำรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายให้ชัดเจน รวมทั้งการมีสติกดสัญญาณแจ้งตำรวจ ซึ่งมีการติดตั้งสัญญาณพ่วงกับสถานีตำรวจตลอดเวลาอยู่แล้ว โดยที่มาตรการดังกล่าวมีการอบรมอย่างต่อเนื่องและได้ผลมาระยะหนึ่งแล้ว

-------------------------------

(ตะลุยข่าว : 'โจรชิงทอง' แสบ โรยตะปูเรือใบหนี : โดย...สุวรรณี บัณฑิศักดิ์)