ข่าว

หยุดสวมรอย"พฤษภาทมิฬ"

หยุดสวมรอย"พฤษภาทมิฬ"

17 พ.ค. 2552

ปีนี้...ผู้คนจำนวนไม่น้อยคงสับสนและงุนงงกับการหมุนมาครบรอบอีกครั้งของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 17-20 พฤษภาคม 2535 ในโอกาสครบรอบ 17 ปี

 เพราะว่า "คนเสื้อแดง" ได้เป็น "ตัวตั้ง-ตัวตี" ทำเหมือนกับว่า ตัวเองเป็น "เจ้าภาพ" จัดงานรำลึก
 ซึ่งเห็นได้จากการกำหนดจัดงานภายใต้ชื่อว่า "รวมพลังรำลึก 17 ปี พฤษภาทมิฬ ทวงคืนรัฐธรรมนูญ 2540"  ที่มีตารางกิจกรรมยาวเหยียด

 เริ่มกันตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา  มีการสัมมนาในหัวข้อ "17 ปี พฤษภาทมิฬ  ยังฆ่าประชาชนไม่หมด" ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์

 ต่อด้วยวันที่ 16 พฤษภาคม มีการเชิญชวนให้ "คนเสื้อแดง" ที่มีบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ ให้นำมาร่วมพิธีฉีกและเผาบัญชีเงินฝากทิ้งที่ท้องสนามหลวง เพื่อเป็นการประท้วงที่ธนาคารกรุงเทพให้การสนับสนุน "รัฐบาลอภิสิทธิ์"

 และวันที่ 17 พฤษภาคม ตอนเช้า มีการทำพิธีสงฆ์ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และตอนค่ำมีการเดินขบวนจากสนามหลวงมาที่สะพานผ่านฟ้าฯ  จุดเทียนรำลึกวีรชนประชาธิปไตย

 นอกจากนี้ ในวันที่ 16-17 พฤษภาคม ที่ท้องสนามหลวง ยังมีการอภิปรายและปราศรัยทวงคืนประชาธิปไตย และเรียกร้องให้คืนสถานีโทรทัศน์ "ดี สเตชั่น" และ "รัฐธรรมนูญปี 40" อีกด้วย

 ตบท้ายด้วยวันที่ 18 พฤษภาคม ได้มีการนัดรวมพลังชาวเสื้อแดงประกาศเจตนารมณ์ทวงคืนรัฐธรรมนูญปี 40 ที่หน้ารัฐสภา

 ทั้งที่การจัดงานรำลึก "พฤษภาทมิฬ" คนเสื้อแดงไม่ต้องจัดก็ได้ เพราะว่าทุกปีก็มีผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เป็น "เจ้าภาพ" จัดงานอยู่แล้ว และที่ผ่านมาก็ไม่เคยเห็น "คนเสื้อแดง" เข้ามาเกี่ยวข้องกับงานนี้เลย

 เพราะว่าโดยความจริง "คนเสื้อแดง" ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเหตุการณ์ "พฤษภาทมิฬ" เลย

 ถามว่า "กลุ่มคนเสื้อแดง" เกิดขึ้นเมื่อไหร่?

 คำตอบ ก็คือว่า "คนเสื้อแดง" เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมานี่เอง

 กล่าวคือ เกิดขึ้นในปี 2550 ภายใต้ชื่อ "แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ" หรือ นปก. ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ" หรือ นปช. โดยเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่คอยเป็น "มือไม้" ให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

 ขณะที่เหตุการณ์ "พฤษภาทมิฬ" เกิดขึ้นปี 2535 ตั้งแต่ 17 ปีที่แล้ว

 ซึ่งนั่น...เป็นเรื่องของ "ระยะเวลา"
 
 ครั้นมามองถึง "ที่มา" และ "เนื้อหา" ของการต่อสู้ของคนในเหตุการณ์ "พฤษภาทมิฬ 35" ก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับการเคลื่อนไหวของ "คนเสื้อแดง"

 เพราะว่า...การต่อสู้ของ "เหล่าวีรชน" ในเหตุการณ์ "พฤษภาทมิฬ" เป็นการต่อสู้กับ "เผด็จการทหาร" ที่ทำการปฏิวัติเพื่อตัวเองและเป็นการต่อสู้เพื่อระบอบประชาธิปไตย

 เนื่องจาก 1 ปี หลังจากการยึดอำนาจ... พล.อ.สุจินดา คราประยูร ซึ่งเป็นแกนนำของคณะนายทหารที่ทำการปฏิวัติภายใต้ชื่อ "คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ" หรือ รสช. ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เสียเอง

 ทั้งที่ตอนที่ คณะ รสช. ทำการยึดอำนาจจากรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ  คณะ รสช.ได้มีการรับปากกับประชาชนไว้ว่า จะไม่ขอมีตำแหน่งใดๆ ในทางการเมือง

 ทำให้ประชาชนเรือนแสนไม่พอใจออกมาชุมนุมขับไล่รัฐบาล พล.อ.สุจินดา นำมาซึ่งการนองเลือดและสุดท้าย พล.อ.สุจินดา ก็ต้องลาออก

 ส่วน "คนเสื้อแดง" ชัดเจนว่าเป็นการต่อสู้ให้แก่ตัวบุคคล เพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พ้นโทษและกลับเข้ามามีอำนาจอีกครั้ง
 เห็นได้จากการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ "วิดีโอลิงก์" ต่อสายมาปลุกระดมผู้ชุมนุม "คนเสื้อแดง" แทบทุกวัน

 ข้อเรียกร้องของ "แกนนำคนเสื้อแดง" ผู้ที่ได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ ก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ

 แม้ว่าที่ผ่านมา... พ.ต.ท.ทักษิณและแกนนำคนเสื้อแดง จะพยายามโยงและชี้นำว่า การต่อสู้ของคนเสื้อแดงเป็นการต่อสู้เพื่อระบอบประชาธิปไตยเหมือนเหตุการณ์ "พฤษภาทมิฬ ปี 35" และเรียกร้องให้ประชาชนออกมาร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาลให้มากๆ

 แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะประชาชนรู้ว่าเป็นการ "บิดเบือน" จึงไม่เอาด้วย

 และแม้ว่า จะเคยมี "คนเสื้อแดง" นับแสนมาร่วมชุมนุม

 แต่ก็มาจากการ "เกณฑ์" กันมา โดยให้ ส.ส.ในภาคต่างๆ ช่วยขนคนมาและมีการจ้างวาน

 ไม่ได้หลั่งไหลมาชุมนุมกันด้วย "ใจ" และตาม "ธรรมชาติ" เหมือนกับเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่ประชาชนมีส่วนรวมจริงๆ เพราะเห็นถึงความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล จึงยอมรับไม่ได้

 สุดท้าย "คนเสื้อแดง" ก็ต้องพบกับความพ่ายแพ้ หลังก่อเหตุจลาจลในช่วงเทศกาลสงกรานต์

 เพราะเป็น "สัจธรรม" ว่า การชุมนุมครั้งใดก็ตาม หากประชาชนไม่เอาด้วย ไม่มีวันที่จะได้รับชัยชนะ

 และ "คนเสื้อแดง" ก็ควรเลิกพฤติกรรม "สวมรอย" - "สมอ้าง" กับ" พฤษภาทมิฬ" เสียที 

 ** โต๊ะข่าวการเมือง "