
'สุริยะใส'อัด'บิ๊กบัง'ทำเพื่อ'แม้ว'
'สุริยะใส' ชี้ร่างพรบ.ปรองดอง รุนแรงกว่ารัฐประหาร กย.49 เหตุยึดอำนาจตุลาการ อัด 'บิ๊กบัง' ทำเพื่อ 'แม้ว' เหน็บธาตุแท้ 'ปู' สร้างความสวยกลบเกลื่อนตัวตน จี้ คอป.ลาออก
27 พ.ค.2555 นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานกลุ่มกรีน (Green Politics) กล่าวถึงการที่พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ร่วมยื่นเสนอร่างพรบ.ปรองดอง ต่อรัฐสภาว่า พล.อ.สนธิ และพรรคเพี่อไทยครั้งนี้ตอกย้ำชัดเจนว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ มาเพื่อวาระทักษิณเท่านั้น เพราะการบริหารงานของรัฐบาล โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจหรือปัญหาปากท้องล้มเหลวแต่รัฐบาลกลับมุ่งแต่จะช่วยฟอกผิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร การสร้างความแตกแยกกลายเป็นผลงานที่โดดเด่นของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไปแล้ว นอกจากนี้ตนเห็นว่ายังเป็นการซ้ำเติมความแตกแยกที่มีอยู่แล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงจิตใจที่แท้จริงของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่พยายามสร้างความสวยมาบดบัง แต่วันนี้คงปิดตัวตนที่แท้จริงไม่ได้อีกต่อไป แม้จะพยายามอ้างว่าเป็นเรื่องของสภา แต่วันนี้ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับ ร่างกฎหมายฉบับนี้ ก็ไม่มีทางผ่านสภาไปได้
นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า นายบรรหาร ศิลปะอาชา ผู้มีบารมีในพรรคชาติไทยพัฒนา และ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ที่ปรึกษาพรรค ที่สนับสนุนร่าง กฎหมายนี้ โดยเฉพาะ พล.ต.สนั่น ก็เคยพูดว่าไม่เห็นด้วยกับวิธีนิรโทษกรรมแบบเหมารวม แต่วันนี้ทั้ง 2 คน กำลังจะทำให้การเมืองไทยเป็นชนวนให้เกิดสงครามกลางเมือง ทั้งๆ ที่อยู่ในวัยที่ควรประคับประคองให้บ้านเมืองเดินหน้าก้าวพ้นความแตกแยกไปได้
"พล.อ.สนธิ กำลังจะเป็นผู้นำในการทำรัฐประหารอีกรอบคือ ยึดอำนาจที่เคยยึดไปกลับคืนให้ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่รัฐประหารรอบนี้รุนแรงกว่า เพราะไปไกลถึงขั้นยกเลิกระบบยุติธรรม และสถาปนาอำนาจนักการเมืองให้อยู่เหนืออำนาจตุลาการ ซึ่งจะนำไปสู่การทำลายโครงสร้างการเมืองทั้งองคาพยพรุนแรงกว่าการรัฐประหาร 19 กันยา 49 หลายเท่า ร่าง พรบ.ปรองดอง ฉบับนี้ จึงไม่ใช่กฎหมายเพื่อการปรองดองและสมานฉันท์ให้กับคนในชาติ แต่สถานะของร่างกฎหมายฉบับนี้เปรียบเสมือนคำประกาศของคณะรัฐประหาร ที่นำโดยบิ๊กบังเพื่อทักษิณ" นายสุริยะใส กล่าว
สำหรับบทบาทของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป) เมื่อมีพรบ.ฟอกผิดคุณทักษิณ ก็เท่ากับเป็นการยุบคอป.ทิ้งไปโดยปริยาย ดังนั้นตนอยากเรียกร้องให้นายคณิต ณ นคร ในฐานะประธานและกรรมการลาออก เพราะกรรมการชุดนี้กำลังถูกหลอกใช้ และรัฐบาลไม่ได้รับฟังข้อเสนอของ คอป.แต่อย่างใด
"ปานเทพ"ไม่กล้ายัน30พ.ค.นี้จะยืดเยื้อหรือไม่
นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงการชุมนุมใหญ่ในวันพุธที่ 30 พ.ค.นี้เพื่อเรียกร้องให้มีการถอนร่าง พรบ.ปรองดองแห่งชาติ พ.ศ..... ออกจากการประชุมพิจารณาของสภา ว่า กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) จะร่วมตัวเพื่อตั้งขบวนบริเวณหน้าลานพระรูปทรงม้าในเวลา 09.00 น. ก่อนจะเคลื่อนไปยังบริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภาต่อไป ส่วนจะชุมนุมยืดเยื้อหรือไม่นั้นคงจะต้องทำการประเมินกันในระหว่างการร่วมกันช่วงเช้ากันอีกครั้งหนึ่ง
ขอเรียนว่ากลุ่มแกนนำพันธมิตรฯได้มีการประชุมกันหารือร่วมกันไปหมดแล้วก่อนจะมาเคลื่อนไหว แต่การประเมินในการเคลื่อนไหวเราไม่เคยทำก่อนหน้า อย่างไรก็ตามการชุมนุมใหญ่ครั้งนี้จะยืดเยื้อหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับสภาและทางรัฐบาล ที่จะมีผลการตัดสินใจออกมาเช่นไรต่อข้อเรียกร้องของกลุ่มพันธมิตรฯ ทั้งนี้คาดว่ามวลชนพันธมิตรฯน่าจะมารวมตัวกันชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก เพราะมวลชนของพันธมิตรฯเราเขาได้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากทีวีและวิทยุอยู่ตลอดเวลา
"ชวนนท์"เตือน "ยิ่งลักษณ์"เสนอ พรบ.ปรองดอง
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคเพื่อไทยก็ยังมีความเห็นแตกต่างกันอยู่ แต่คนที่มีอำนาจตัดสินใจคือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะต้องมีความพยายามเดินหน้าเรื่องดังกล่าวให้ถึงที่สุด จึงอยากเตือนไปยังพรรคเพื่อไทย และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าเรื่องนี้เป็นใหญ่ของประเทศ และสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง และอาจรุนแรงกว่าที่ผ่านๆมาในอดีต
“ถ้าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไม่พร้อมที่จะเป็นนายกฯ ในขณะที่ประเทศกำลังจะเข้าสู่ภาวะวิกฤตอีกครั้งหนึ่ง คิดว่าควรพิจารณาตัวเอง และขอเรียกร้องไปยังผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยที่ยังพอมีอุดมการณ์เหลืออยู่บ้าง โดยเฉพาะกลุ่มบ้านเลขที่ 111 ที่อาจเป็นนักการเมืองรุ่นเก่าและมีแนวคิดที่ถูกต้องกับประเทศไทย และหลายคนในบ้านเลขที่111 ตนยังหวังพึ่งว่าจะหยุดยั้งขบวนการที่จะนำมาซึ่งความขัดแย้งอีกครั้งหนึ่ง” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้กลุ่มพันธมิตรก็ประกาศแล้วว่าจะมีการชุมนุมกันในวันที่ 30 พ.ค.นี้จึงอยากให้รัฐบาลได้ตระหนักไม่อยากให้ดูถูกพลังมวลชน เพราะขณะนี้ประชาชนส่วนใหญ่หลากหลายกลุ่มกำลังจะทนไม่ได้กับเหตุการณ์ที่กำลังจะมีการละเมิดหลักนิติธรรม นิติรัฐ และออกกฎหมายเพื่อประโยชน์ของคน ๆเดียว และไม่ต้องมาปฏิเสธว่ากฎหมายนี้ไม่ได้ทำเพื่อคน ๆเดียว เพราะทุกคนทราบดีว่าทำเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณ
เสวนายำเละ"ยุบพรรค เพิกถอนสิทธิการเมือง"
สถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตย จัดเสวนาวิชาการในหัวข้อ “ยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิทางการเมือง ทำลายหรือพัฒนาระบอบประชาธิปไตย” เพื่อนำข้อสรุปพร้อมข้อเสนอแนะไปใช้เป็นแนวทางแก้ไขปัญหาพิจารณาการยุบพรรค และเพิกถอนสิทธินักการเมือง ให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น โดยมีนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ในฐานะประธานสถาบันศึกษาพัฒนาประชาธิปไตย เป็นผู้กล่าวนำเสวนา พร้อมด้วยวิทยากร นายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา นายศิโรตน์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระด้านรัฐศาสตร์ นายปูนเทพ ศิรินุพงศ์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นายจาตุรนต์ ฉายแสง กล่าวว่า ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันในเรื่องที่เกี่ยวกับการยุบพรรคและตัดสิทธิเลือกตั้ง ตนเห็นว่ากระบวนการยุบพรรคและตัดสิทธินักการเมือง ยังไม่มีความเป็นธรรม เพราะระบบกฎหมายการยุบพรรคและตัดสิทธิ์นักการเมือง มาจากคณะรัฐประหาร ซึ่งเป็นอำนาจเผด็จการ โดยเห็นว่ากรณีการยุบพรรคไทยรักไทยเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่ามีการออกกฎหมายย้อนหลังเพื่อนำมาลงโทษพรรคการเมือง
“เทพไท”จวก“ยิ่งลักษณ์”อย่าปัดสวะร่างพรบ.ปรองดองให้สภา
นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า เรื่องนี้มีการตั้งคำถามว่า การยื่นร่างพรบ.ดังกล่าว เป็นการโยนหินถามทางหรือไม่ เพราะมีข้อสังเกตหลายประเด็น โดยเฉพาะความพร้อมของพรรคเพื่อไทย ที่ยังไม่มีการพูดคุยและยังไม่ตกผลึกทางด้านความคิด และแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ที่เป็นส.ส.ยังเห็นต่างในรายละเอียด ขอตั้งคำถามไปยังสถาบันพระปกเกล้า กับคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ(คอป.) ว่ามีความคิดเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร และถามนายกรัฐมนตรีที่พยายามปัดสวะ และโยนความรับผิดชอบไปที่สภาฯ จึงอยากเรียกร้องหาความรับผิดชอบของนายกฯ อย่าโยนสภา



