ข่าว

พท.ชี้ปชป.เตรียมลอยแพ'สุเทพ'

พท.ชี้ปชป.เตรียมลอยแพ'สุเทพ'

27 พ.ค. 2555

"พท." ชี้ "ปชป." เตรียม ลอยแพ "สุเทพ" เตรียม ยื่นสำนักนายกฯ ขอรายละเอียด พท.เตรียมยื่น ดีเอสไอ กทม.ต่อสัญญาบีทีเอส 28 พ.ค.นี้ เตรียมประชุม วางกรอบ ถก พ.ร.บ.ปรองดอง วอน "เสื้อเหลือง" ชุมนุมในกรอบ

          วันที่ 27 พ.ค.55  นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงกรณีที่นายวิรัตน์ กัลป์ยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ระบุ ว่ากรณีการบริจาคเงินช่วยเหลืออุทกภัยของบริษัทอีสวอเตอร์ ผ่านพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการดำเนินการของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี ที่ไปเปิดบัญชีรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ไม่เกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์ ว่า เรื่องนี้พรรคประชาธิปัตย์ น่าจะลอยแพนายสุเทพอีก ถามว่าเรื่องนี้จะปัดความรับผิดชอบอย่างว่าไม่เกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะนายสุเทพ เป็นเลขาธิการพรรคในขณะนั้น และมีบริษัทเป็นร้อยบริษัทบริจาคผ่านน่าจะราว 191 ราย
 
          ทั้งนี้มีการร้องเรียนมายังพรรคเพื่อไทยให้ช่วยตรวจสอบว่า เงินตกหล่นหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้อยากให้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอได้ตรวจสอบเชิงลึกว่าเงินบริจาคที่นายสุเทพ ไปเปิดบัญชียอดเงินรวมเท่าไร นายอภิสิทธิ์ ก็ต้องเปิดจำนวนเงินมาว่าจำนวนเท่าไร นายสุเทพ ก็ต้องออกมาเคลียร์ว่าส่งให้สำนักนายกรัฐมนตรีเท่าไร เพราะเท่าที่ทราบมีการออกใบแคชเชียรใบเดียวมันตรงกันหรือไม่ ซึ่งจำนวนนั้นตนจะทำหนังสือไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อขอรายละเอียดว่า ตัวเลขยิ่งสาวน้ำลดตอยิ่งผุด พอน้ำท่วมน้ำเน่าก็ยิ่งมา ตัวเลขตรงกันหรือไม่ ตัวเลข 191 ราย บริจาคเป็นยอดเงินเท่าไร ส่งไปร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่ นี่คือสิ่งที่มองไม่เห็นว่าวันนี้การที่พี่น้องประสบอุทกภัยในรัฐบาลที่ผ่านมา แล้วการไปเปิดบัญชีในนามพรรค ทั้งที่รัฐบาลก็สามารถไปบริจาคตรง แต่ไม่ใช่อ้างเป็นตัวกลาง ซึ่งเรื่องนี้ทางกกต.ต้องเร่งดำเนินการหลังจากที่มีการยื่นให้มีการตรวจสอบว่ามีการส่งผลเรื่องการยุบพรรคหรือไม่ เพราะการรับเงินบริจาคลักษณะนี้น่าจะเป็นนิติกรรมอำพราง
 
          อย่างไรก็ตามเรียกร้องไปยังนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าเรื่องเงินบริจาคช่วยตามด้วยเพราะประชาชนร้องมาให้ตรวจสอบว่าไปตกหล่นตรงไหนและตนจะทำหนังสือไปยังนายกฯและสำนักนายกฯเพื่อขอให้ดูเงินบริจาคสิ่งที่นายสุเทพเปิดส่งให้สำนักนายกฯตรงกันหรือไม่ เรือ่งนี้ไม่ใช่เรื่องการเมืองแต่เป็นเรื่องผลประโยชน์ของผู้มีจิตศรัทธา


28 พ.ค. เตรียมยื่นเรื่องต่อสัญญาบีทีเอสกับดีเอสไอ 

          นายพร้อมพงศ์ แถลงกรณีที่กทม.ได้ใช้บริษัทกรุงเทพธนาคม ขยายสัญญาให้กับบริษัทบีทีเอส อีก 13 ปี ว่า ตนได้ติดตามกรณีที่กระทรวงมหาดไทยทำหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอ หลังจากที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ทำหนังสือถาม ว่า พบว่าการดำเนินการของกทม.น่าจะไม่มีอำนาจ เพราะกระทรวงมหาดไทยที่เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง ซึ่งได้ตอบคำถาม ตามที่ปรากฏในสื่อว่า สิ่งที่กทม.ทำโดยอ้าง 3 - 4 ข้อ สรุปว่า กทม.ไม่มีอำนาจในการไปขยายสัญญา จึงน่าจะเป็นนิติกรรมอำพราง
 
          ทั้งนี้ผู้ว่ากทม.ก็ไม่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ ซึ่งเป็นการหลบหรือไม่ และทราบว่า ได้ให้ทีมพรรคประชาธิปัตย์.ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ ตนมองว่าป็นคนละเรื่อง ผู้บริหารกทม.ควรแสดงเหตุผลให้กับคนกทม.และคนไทยทั้งประเทศ เพราะขยายเวลาออกไป ตนมองว่าคนกทม.เสียประโยชน์และเสียค่าโง่ให้กับบริษัทเอกชน ซึ่งน่าจะเป็นสัญญานิติกรรมอำพราง โดยตนจะยื่นเรื่องต่อดีเอสไอนำเรื่องนี้เข้าเป็นคดีพิเศษ ในวันที่28 พ.ค.นี้
 
          นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน แทนที่จะร่วมกันตรวจสอบในฐานะฝ่ายค้าน กลับสองมาตรฐานและเลือกปฎิบัติและน่าจะอุ้มผู้บริหารกทม.เพราะพวกเดียวกันแสดงให้เห็นธาตุแท้ของนายอภิสิทธิ์ ค้านแต่ฝ่ายอื่น แต่ฝ่ายเดียวไม่ตรวจสอบ สิ่งนี้คือสิ่งที่เป็นการประจานทั้งพรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน รวมถึงการที่กทม.จะออกหนังสือปกขาว ก็เป็นแค่ข้อแก้ตัวหรือแก้ผ้าเอาหน้ารอดในระยะสั้น แต่อนาคตน่าจะมีคนติดคุก


"เพื่อไทย" เตรียมประชุม วางกรอบ ถก พ.ร.บ.ปรองดอง 28 พ.ค. 

          โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงพ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ....ว่า ในวันที่  28 พ.ค.นี้ พรรคเพื่อไทยจะมีการประชุมพรรคเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ปรองดอง ที่จะมีการเข้าบรรจุระเบียบวาระในวันที่ 30 พ.ค. ซึ่งจะมีการทำความเข้าใจกับสมาชิก เพราะหากประธานสภาฯ มีการบรรจุระเบียบวาระ 30 พ.ค. ก็จะต้องมีความพร้อมในการอภิปราย โดยเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของสภาฯในการพิจารณา และเรื่องนี้เป็นความจริงใจของพล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน ประธานคณะกรรมการปรองดอง ที่ต้องการให้บ้านเมืองเกิดความปรองดอง โดยยึดหลักประโยชน์ของชาติเป็นหลัก จากการที่ตนได้ดูร่างพ.ร.บ.ปรองดองแล้ว ก็ไม่ได้เจาะจงเป็นการส่วนตัวว่าจะช่วยเหลือใคร และไม่ได้เขียนเอื้อประโยชน์กับใครตามที่พรรคฝ่ายค้านกล่าวอ้าง
 
          ทั้งนี้อยากเรียกร้องไปยังพรรคประชาธิปัตย์โดยเฉพาะนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยให้สโลแกนไว้ว่า ให้ยึดมั่นในระบบรัฐสภา ดังนั้นวันนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยึดหลักยึดมั่นในระบบรัฐสภาแล้วหรือไม่ ตนอยากให้มาถกกันในสภาฯและอยากให้มีการถ่ายทอดสด ตนมองว่าดีกว่าการคัดค้านนอกสภาฯควรมาเอาเหตุผลมาพูดกันในสภาฯจะดีกว่า เพื่อให้ประชาชนได้ตัดสิน
 
          ส่วนกระแสข่าวความขัดแย้งในความเห็นที่ไม่ตรงกันในการเสนอร่างพ.ร.บ.ปรองดองของพรรคเพื่อไทยนั้น นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้งใดๆ ถึงแม้พรรคเพื่อไทยจะเป็นพรรคการเมืองที่เกิดได้ไม่นาน แต่ก็เป็นพรรคที่มีเหตุผล โดยวันที่ 28 พ.ค.นี้จะมีการนำพ.ร.บ.ปรองดองทั้ง 8 มาตรามาพิจารณาร่วมกัน
 
          นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีทีพันธมิตรประชาเพื่อประชาธิปไตย จะชุมนุมคัดค้านร่างพ.ร.บ.ปรองดอง.. ที่จะนำเข้าสู่การพิจรณาของสภาฯในวันที่ 30 พ.ค. ว่า การชุมนุมของพันธมิตรฯเป็นสิทธิทำตามระบอบประชาธิปไตย แต่ขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมายแล้วอย่าไปปิดกั้นจราจร หรือเหมือนกับการชุมนุมที่ผ่านมาเพราะสร้างความเสียหายให้กับบ้านเมือง ไม่ว่าเรื่องการไปยึดสนามบิน ยึดทำเนียบ ทำนาในทำเนียบ เพราะจะเป็นฝันร้ายของประชาชนรอบสอง
 
          อย่างไรก็ตามคำให้สัมภาษณ์ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ บอกว่า ไม่อยากให้คนมีอำนาจ และพวกอำมาตย์หลอกเพื่อขึ้นมามีอำนาจนั้น แสดงว่าการชุมนุมที่ผ่านมามีอำมาตย์อยู่เบื้องหลัง ความเห็นของพันธมิตรฯ หากใช้เวทีของการชุมนุมเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ แต่ถ้าไปสร้างความรุนแรงอย่างที่ผ่านมาก็จะไม่เกิดประโยชน์ เรื่องนี้อยากให้พันธมิตรฯไปติดตามพ.ร.บ.ปรองดองด้วยเหตุด้วยผล ขอให้ดูข้อมูลก่อน อย่าตีตนไปก่อนไข้

 

ปชป.แนะ“พท.”หัดใจกว้างหยุดโจมตีใส่ร้าย“กทม.”


          น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวชี้แจงกรณีที่พรรคเพื่อไทย (พท.) อ้างว่าการต่อสัญญาจ้างให้บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี เดินรถไฟฟ้าบีทีเอส เพิ่มเติมอีก 13 ปี เป็นการต่อสัญญาสัมปทาน และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุเตรียมชงให้เรื่องดังกล่าวเป็นคดีพิเศษว่า มีความจำเป็นต้องทำความเข้าใจว่า “การต่อสัญญาจ้าง” กับ “การต่อสัมปทาน” ต่างกัน เพราะพรรคเพื่อไทย และดีเอสไอระบุว่าการต่อสัญญาจ้างให้กับบีทีเอส เป็นการต่อสัมปทาน ซึ่งข้อเท็จจริงไม่ใช่

          “จึงอยากให้พรรคเพื่อไทยใจกว้าง หยุดโจมตีเพียงเพราะผู้บริหารกทม.ชุดปัจจุบันมาจากพรรคประชาธิปัตย์ ในการขยายสัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้าบีทีเอสในส่วนต่อขยาย ใช้งบประมาณ 4,658 ล้านบาท ได้ผ่านการเห็นชอบจากสภากทม.เมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมาด้วยเสียงเอกฉันท์” น.ส.รัชดา กล่าว


“ชนินทร์”ซัด“พท.”เล่นเกมการเมือง


          นายชนินทร์ รุ่งแสง ส.ส.กทม. แถลงถึงกรณีการตรวจสอบเรื่องกล้องซีซีทีวี ของกทม. ที่รัฐสภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯชุดหนึ่ง ขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้ว่า การที่พรรคเพื่อไทย กำลังเล่นเกมการเมืองในกทม. เป็นเรื่องการเมืองที่ไม่สร้างสรรค์ ตั้งแต่เหตุการณ์น้ำท่วมที่ใส่ร้ายป้ายสีการทำงานของกทม. ไม่มีประสิทธิภาพ และประชาชน ก็ได้เห็นว่าเกิดจากการผันน้ำมาจากต่างจังหวัด และเรื่องซีซีทีวีก็เป็นการกุเรื่องใส่ร้ายป้ายสี ไม่สร้างสรรค์


"สมชัย"เผยกกต.นำปม"อีสต์ วอเตอร์"เข้าที่ประชุม

   
          นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต. ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวถึงกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา ยื่นคำร้องขอให้นายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบพรรคประชาธิปัตย์ ในการรับบริจาคเงิน 1 ล้านบาท จากบริษัท อีสต์ วอเตอร์ จำกัด (มหาชน ) ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานและกกต.เองยังไม่เห็นเรื่อง แต่ในที่ประชุมกกต.ก็ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้ว่าเป็นอย่างไร ทำไมกกต.จึงไม่รู้เรื่อง และเท่าที่ทราบก็ทราบจากข่าวที่ลงทางสื่อหนังสือพิมพ์ จึงได้ให้ทางฝ่ายเลขานุการไปทำรายงาน และเสนอเข้าที่ประชุมกกต. เพื่อพิจารณากันอีกครั้งว่าเรื่องเป็นอย่างไร

          "ผมยังไม่พูดว่าเรื่องนี้ผิดหรือถูก แต่การช่วยเหลือน้ำท่วมนั้นเป็นเรื่องของมนุษยธรรม หากบุคคลใดมีความประสงค์ให้ความช่วยเหลือกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันในช่วงเวลาที่เดือดร้อน และที่ผ่านมา มติกกต. ได้ระบุไว้ว่า ให้พรรคการเมืองสามารถบริจาคเงินช่วยเหลือตามประเพณีไม่เกิน 3 แสนบาท แต่ในกรณีนี้เป็นจำนวน 1 ล้านบาท และเป็นตัวกลางในการรับบริจาคเพื่อส่งต่อ ซึ่งพรรคอื่นๆก็มีการดำเนินการเช่นนี้เหมือนๆกันทุกพรรค อย่างไรก็ตาม ในข้อเท็จจริงของเรื่องดังกล่าว ท้ายที่สุดก็ต้องเข้าสู่ที่ประชุม กกต. เพื่อพิจารณาต่อไป"นายสมชัย กล่าว