
ครู(ตร.)ฝ่ายปกครองสกัดเด็กช่างกลตีกัน
ครู(ตำรวจ)ฝ่ายปกครอง สกัด...เด็กช่างกลตีกัน : สัมภาษณ์พิเศษพ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รองผบก.น.6 โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ
อีกไม่นานสถาบันช่างกลต่างๆ ก็เริ่มเปิดเทอมกันแล้ว กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้มีนโยบายคำสั่งให้แต่ละพื้นที่เตรียมตัว เตรียมพร้อมป้องกันเหตุนักเรียน-นักเลง เพื่อไม่ให้มีการทะเลาะวิวาทจนเกิดการสูญเสียและสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 6 มีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ซึ่งถือว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด กำลังถูกจับตาเป็นพิเศษว่าเมื่อเปิดเทอมแล้ว จะมีปัญหานักเรียนตีกันเกิดขึ้นอีกหรือไม่ พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รองผบก.น.6 ฐานะที่ดูแลงานและปัญหาด้านนักเรียนตีกันมานาน จะมีมาตรการรับมือปัญหาสังคมนี้อย่างไร
-เปิดเทอมครั้งนี้ จะรับมือนักเรียน-นักเลงที่จะก่อปัญหาอย่างไรบ้าง
ปัญหาเหล่านี้ทาง พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. ที่ดูแลงาน บช.น.ได้มีการให้แนวทางไว้ว่าสิ่งที่ตำรวจเราทำมานั้นทำไว้ดีอยู่แล้วและต้องทำงานอย่างรัดกุมเพื่อไม่เปิดโอกาสให้เขาเหล่านี้ก่อเหตุอีก โดยพล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ รองผบช.น. จึงได้มีการกำชับอีกรอบมาประชุมชี้แจงว่านอกจากการสืบสวนหาข่าวของกลุ่มรุ่นพี่ที่จบไปแล้วหรืออดีตนักศึกษาที่ถูกไล่ออกที่คอยปลุกปั่นยุยงส่งเสริมรุ่นน้องให้เกิดความแตกแยก ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งในการป้องกันการก่อเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างสถาบัน พร้อมให้ตรวจตราอาวุธที่นำไปซุกซ่อนไว้ภายในสถาบันการศึกษา รวมถึงสถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นที่ซ่องสุมของกลุ่มนักเรียน รวมถึงให้เจ้าหน้าที่สายตรวจสอดส่องดูแลบริเวณหน้าสถานศึกษาจุดรอยต่อป้ายโดยสารประจำทางในพื้นที่ โดยจะมีการส่งกำลังจากกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรีและกองบังคับการควบคุมฝูงชน นั้นมาช่วยในการตรวจตราเสริมในช่วงเย็นพร้อมตำรวจท้องที่ทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ เราจะกดดันตั้งแต่ก่อหวอด ใช้ในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ รวมทั้งจราจร โดยเฉพาะจุดเสี่ยงอย่างห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟฟ้า ป้ายรถเมล์ และร้านอาหาร ก็จะมีความร่วมมือจากภาคเอกชนและภาคประชาชนที่คอยช่วยกันแจ้งเบาะแสตั้งแต่รวมกลุ่ม ส่วนของนักศึกษาใหม่นั้นตำรวจนครบาลได้ประสานกับสถาบันให้ทำประวัติด้านพฤติกรรม เพื่อเป็นการป้องปราบ
-ปัญหานักเรียน-นักเลง มีรูปแบบเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่
2 สถาบันเป็นอริกันมานาน กลายเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน เมื่อเวลามีเหตุตีกันระหว่างอุเทนถวายกับปทุมวันมีเรื่องกันเมื่อไหร่ ช่างกลในพื้นที่อื่นๆ จะเริ่มคิดว่าลุกฮือเหมือนกัน ฉะนั้นต้องมีการสะกดตรงนี้ให้อยู่ โดยปัญหาลึกๆ คือเป็นเรื่องของเด็กวัยรุ่นที่มีความบ้าสถาบันกันอยู่แล้วทุกที่ แต่ความก้าวร้าวความรุนแรงมันต่างกัน จากแต่ก่อนแค่เพียงไล่ตีกันเพื่อเอาเสื้อ เข็มขัดไปอวดกันเป็นค่านิยมเด็กๆ แต่ปัจจุบันค่านิยมการฆ่ากัน ที่เมื่อใครไปฆ่าฝั่งตรงข้ามได้ ไปยิงเขาได้ ก็จะเกิดการยอมรับจากเพื่อนในกลุ่ม ซึ่งเป็นความเปลี่ยนแปลงของเด็กวัยรุ่นที่แสดงออกให้เพื่อนฝูงยอมรับ ต้องการประกาศศักดา โดยเป็นค่านิยมคำสอนที่ผิดๆ ซึ่งที่ผ่านมานั้นการเสี้ยมจากรุ่นก่อนๆ นั้นยังคงมีอยู่
แต่ในระยะหลังนั้นการควบคุมจากสถาบันนั้นมีมากขึ้น จึงทำให้การเสี้ยมจากอดีตรุ่นพี่ที่ถูกไล่ออกแล้วต้องการจะปลูกฝังน้องๆ นั้นต้องเปลี่ยนไปใช้การนัดแนะผ่านทางโลกโซเชียลมีเดียมากขึ้น เพื่อนัดแนะกันออกไปรับน้องนอกสถานที่ตามต่างจังหวัด โดยการรับน้องที่จะมีการปั๊มตราว่าผ่านการรับน้องแล้วมีการปั๊มตราไว้ คนที่มีตราพวกนี้ก็จะเป็นคนที่เราเพ่งเล็งมากขึ้น เรื่องนี้เป็นเรื่องยากในการควบคุม เราก็ได้แต่เก็บข้อมูลว่าใครดำเนินการบ้าง และมีใครที่ไปบ้าง เด็กที่เกเรที่พักการเรียนที่โดนลงโทษบางส่วนกลับมาเรียน บางส่วนก็ถูกไล่ออก และห้ามพวกนี้เข้ามามีกิจกรรมถือว่าคุณเป็นคนนอก ห้ามเข้ามาหารุ่นน้องเลย นอกจากมาติดต่อราชการ ที่ผ่านมากิจกรรมชุมนุมเชียร์ ที่ฟังดูเหมือนดูดี แต่ที่จริงแล้วพวกนี้เป็นการปลุกระดมให้เกลียดฝั่งตรงข้าม ต้องฆ่า ต้องเกลียด และเพลงจะเป็นเพลงปลุกใจให้ฮึกเหิม อาวุธที่เราตรวจค้นเจอบ่อยตอนนี้คือ "ประทัดยักษ์" ซึ่งเรากดดัน รื้อค้นอาวุธตลอด
- การให้ตำรวจมาเป็นอาจารย์ฝ่ายปกครองพิเศษมีหน้าที่อย่างไรบ้าง
เมื่อเดือนตุลาคม 2554 ได้มีการแต่งตั้งให้ตำรวจชุดหนึ่ง นำโดย พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รองผบก.น.6 พ.ต.ท.สำเริง ส่งเสียง รองผกก.ดส. พ.ต.ท.พิพัฒน์ บุญพิทักษ์ สวป.สน.พลับพลาชัย 1 พ.ต.ท.ไพฑูรย์ ชะตางาม สว.จร.สน.สามเสน พ.ต.ต.สุรชัย ปลื้มจิตต์ สว.ธร.สน.ปทุมวัน มาเป็นอาจารย์ฝ่ายปกครองพิเศษ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ตอนนี้มีการสอนมาได้หนึ่งเทอมแล้ว ทางสถาบันได้หาเวลาว่างประมาณ 1 ชม. แล้วก็ให้ตำรวจเข้าไปสอน ไปสร้างความเข้าใจ และมีอำนาจเหมือนอาจารย์ คือมีอำนาจลงโทษตัดคะแนนได้ด้วย รวมทั้งเป็นที่ปรึกษา ก็พยายามบอกนักศึกษาว่าในรั้วโรงเรียนพี่คือครู แต่เจอกันข้างนอกพี่คือตำรวจ ถ้าออกไปเกะกะระรานข้างนอกพี่ไม่ใช่ครูแล้วนะ เราจะเข้าไปสอนทุกชั้นปี ซึ่งเด็กดีส่วนใหญ่เขาชอบแล้ว เราก็จะได้จำหน้าพวกเขาด้วย ซึ่งส่วนเด็กที่จะออกไปซ่านั้นเราก็เป็นเหมือนกันปรามเขาไปด้วย ซึ่งเวลาถูกก่อเหตุจากที่ไหน เขาก็ติดต่อเราง่ายขึ้น มีการระแวดระวังตัวไม่ให้มีเหตุมากขึ้น และเด็กเกเรเขาก็เริ่มเข้ากรอบมากขึ้น จากแต่ก่อนเขาจะไม่ยอมรับตำรวจ แต่พอเข้าไปให้คำแนะนำเข้าไปสอน เจอหน้าตำรวจยกมือไหว้ ความใกล้ชิดมีมากขึ้น ไม่เหมือนเมื่อก่อน และมีเรื่องเจอเหตุการณ์อะไรก็จะมาเล่าให้เราฟัง รวมทั้งที่ผ่านมาเราพยายามสอนเรื่องจิตสำนึกต่อสังคม พาเขาไปช่วยน้ำท่วม พอคนเห็นก็ชื่นชม และหลายคนบอกอยากเห็นเด็กช่างกลเป็นแบบนี้มานานดีกว่าไปไล่ฆ่ากัน มีประโยชน์ต่อสังคมมาก ช่วยชาวบ้านและทำให้เขามีการยอมรับมากขึ้น
-สิ่งที่เฝ้าระวังและน่าเป็นห่วงในช่วงเปิดเทอมที่จะถึงนี้
เมื่อไม่นานมานี้ มีเหตุที่กลุ่มอดีตนักศึกษาที่เรียนใส่เสื้อช็อปไปขว้างปาสิ่งของยังต่างสถาบันและจนอีกสถาบันหนึ่งนั้นยิงออกมาจากสถาบัน ซึ่งเด็กที่ใส่เสื้อช็อปไปก่อหวอดนั้นพยายามเสี้ยมว่ายังอยากตีกันอีก และเป็นกลุ่มที่ถูกไล่ออกไปแล้ว "โดยเด็กที่ถูกไล่ออกแล้วไม่ถือว่าเป็นคนในแล้ว พี่เอาตรงนี้ไปบรรยายให้เด็กปัจจุบันฟังว่าทุกคนมีสถาบันเรียกเป็นศิษย์เก่านั้นต้องหมายถึงว่าน้องเรียนจบ กรณีนี้เรียกศิษย์เก่าไม่ได้ เราเป็นปัญญาชนจะไปยอมรับพวกนี้ไม่ได้ เราพยายามใช้จิตวิทยากับวิชาปลุกระดมของคนเหล่านั้น พอเกิดเหตุแล้วหาเรื่องมาใส่น้องๆ แบบนี้ควรจะนับถือไหม ทั้งที่พวกเราอยู่ในกรอบที่ดี"
ขณะนี้ที่น่ากลัวกันคือการไปแกว่งเท้าหาเสี้ยน ทั้งที่ไม่ใช่เป็นเด็กปัจจุบัน โดยเป็นเด็กที่โดนไล่ออกไปแล้ว ถ้ายังกินเหล้า พกประทัดยักษ์ ไปก่อหวอด ก็รับไม่ได้ ที่หลายคนพยายามทำลายสัญลักษณ์ของหลายสถาบัน ค่านิยมที่กลายเป็นที่ยอมรับกันแบบผิดๆ คือ การไปฆ่าเขาได้ตีเขาได้ จะกลายเป็นที่ยอมรับจากคนอื่น เสื้อช็อปบางตัวเขาก็จะสั่งตัดแต่มีข้อความให้รู้ว่าเขาเป็นฝั่งไหน แต่ก็พยายามมาเดินก่อหวอด ต้องการยั่วให้ฝ่ายตรงข้ามเห็น เหมือนไม้ขีดก้านเดียวที่สามารถจุดไฟได้ ซึ่งพวกนี้ส่วนใหญ่เราจะมีประวัติไว้หมดแล้ว
-คิดว่าควรจะแก้ปัญหาเหล่านี้ให้หมดไปจากสังคมได้อย่างไร
เมื่อปี 2552 มีการร่วมมือกันที่จะทำเอ็มโอยูในการร่วมกันแก้ไขแต่ก็ไม่เกิดขึ้นสักที ตำรวจเราก็เดินหน้าในการแก้ไขในสิ่งที่ทำได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าตำรวจฝ่ายเดียวให้นั้นแก้ไม่ได้ ต้องได้รับความร่วมมือจากสถาบันด้วยที่ต้องเชื่อใจ วางใจ ให้ความร่วมมือ ทุกคนต้องช่วยกัน ต้องมีทางโรงเรียน ตัวนักศึกษา อาจารย์ คอยช่วยกันด้วย จากสาเหตุคือการบ้าสถาบัน บ้าองค์กรก็เคยมีแนวความคิดที่จะทำให้เด็กนั้นลดความบ้าสถาบันโดยให้มีพระวิษณุองค์เดียวกัน เรียนด้วยกัน มีอาจารย์ชุดเดียวกัน ทั้งสองสถาบันเรียนวิชาช่างด้วยกันทั้งคู่ เลยมีแนวคิดว่าพวกวิชาพื้นฐานของทุกสายช่างที่ทุกคนต้องรู้ให้มาเรียนด้วยกัน การอบรมจริยธรรมให้มีจิตอาสาที่จะบริการประชาชน ให้เห็นคุณค่าในตัวเอง ไม่ใช่ให้ไปยกพวกตีกัน
เมื่อมีพลังแบบนี้ไปร่วมกันช่วยเหลือสังคมดีกว่า เป็นหลักสูตรสั้นๆ ที่เราจะให้ทำร่วมกัน ปูพื้นฐานตั้งแต่ปี 1 เพราะเข้ามาแล้วเขาจะถูกหล่อหลอมจากรุ่นพี่ให้ไปตีกัน ให้เห็นว่าเป็นเพื่อนกันได้ ซึ่งที่ผ่านมาเด็กเหล่านี้จบไปสองสถาบันก็กลายเป็นเพื่อนกันเยอะแยะ ไม่ใช่จบไปเจอกันแล้วทำงานด้วยกันไม่ได้ ในสังคมก็มีเยอะแยะที่จบไปแล้วรักกัน เราก็ยกตัวอย่างว่าคนที่ประสบความสำเร็จมากมายในสังคมเขาก็รักกันได้ ทุกคนก็ลืมไปแล้วว่าเคยตีกันทำไม ตอนนี้เราพยายามประสานความร่วมมือจากทั้งสองสถาบันมากขึ้น และมีการตรวจตรากันมากขึ้น เพื่อไม่ให้วงจรอุบาทว์เก่าๆ ก็จะกลับมาอีก
.........
(หมายเหตุ : ครู(ตำรวจ)ฝ่ายปกครอง สกัด...เด็กช่างกลตีกัน : สัมภาษณ์พิเศษพ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รองผบก.น.6 โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ)



