ข่าว

'สวนยายดา'ต้นแบบเที่ยวเชิงเกษตร

'สวนยายดา'ต้นแบบเที่ยวเชิงเกษตร

27 พ.ค. 2555

'สวนยายดา'ต้นแบบเที่ยวเชิงเกษตร สู่ทางรอดชาวสวนผลไม้เมืองระยอง : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...อัจฉรา วิเศษศรี

                  ช่วงฤดูผลไม้ให้ผลผลิตทุกๆ ปีมักจะได้ยินคำว่า ผลไม้ล้นตลาด แล้วชาวสวนก็พากันนำผลไม้มาเทบนถนน ประท้วง ประชด หน่วยงานต่างๆ ที่ไม่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ ในขณะที่ จ.ระยอง เมืองผลไม้ของภาคตะวันออกกลับไม่ค่อยพบเหตุการณ์อย่างนี้มานานหลายปีแล้ว หลังเกษตรกรชาวสวนหันมาใช้กลยุทธ์มัดใจลูกค้าด้วยการเลือกที่จะขายผลไม้ของตัวเองอยู่กับสวน ใช้เสน่ห์ของธรรมชาติดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตของเกษตรกร พบเห็นไม้ผลที่ออกลูกเต็มต้น ลิ้มรสผลไม้ที่แสนอร่อยเปี่ยมไปด้วยคุณภาพในราคาไม่แพง

                  สวนยายดา ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง ของ "ป้าบุญชื่น โพธิ์แก้ว"เกษตรกรชาวสวนผลไม้ก็เป็นหนึ่งในหลายๆ สวนที่งัดกลยุทธ์ "ท่องเที่ยวเชิงเกษตร" อิ่มเดียวเที่ยวได้ทั้งวัน โดยเปิดให้ผู้สนใจและนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมสวน พร้อมชม ช็อป ชิมผลไม้สดๆ จากต้น ในราคาหัวละ 150 บาทอยู่ได้ตลอดทั้งวัน

                  บุญชื่น โพธิ์แก้ว หรือป้าชื่น เจ้าของสวนยายดาย้อนอดีตให้ฟังว่า หลังก่อตั้งกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรยายดาพัฒนา เมื่อปี 2539 ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มกันของแม่บ้านบ้านยายดา และใช้สถานที่บ้านของตนเองเป็นที่ตั้งกลุ่ม ในการทำกิจกรรม เพื่อพัฒนาอาชีพสนับสนุนให้ชาวบ้านมีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยนำเอาผลผลิตในท้องถิ่นมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ทุเรียนทอดกรอบ ทุเรียนกวน แกงหมูชะมวงบรรจุซอง น้ำพริกแกง เป็นต้น

                  "ปัญหาหนึ่งของชาวสวน ที่ต้องเจออยู่ทุกปีเมื่อผลไม้ออกมาพร้อมกัน ก็เกิดปัญหาราคาตก ชาวสวนไม่มีทางเลือก ต้องยอมขายในราคาถูก ขาดทุนก็ต้องขาย หลายสวนตัดสินใจโค่นทิ้ง หันไปปลูกยาง เพราะไม่อยากทนกับปัญหาขาดทุนทุกปี"

                   ป้าชื่นเล่าต่อว่า จากนั้นในปี 2545 จึงตัดสินใจเปิดสวนผลไม้ที่บ้านให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชม และชิมผลไม้ในสวน หลังได้เข้าร่วมโครงการการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ต.ตะพง โดยได้รับความช่วยเหลือจากสำนักงาน ททท. ภาคกลางเขต 4 ระยอง ได้จัดให้รายการทีวีเข้ามาถ่ายทำ พอออกอากาศ ก็มีคนทราบว่าที่สวนเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวได้ ต่อมาก็มีสื่อต่าง  เข้ามาทำข่าว และบอกกันปากต่อปาก จึงทำให้สวนยายดาเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวอย่างแพร่หลาย ในขณะที่เปิดสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรนั้น ยังไม่มีความพร้อมในด้านต่างๆ แม้แต่กระทั่งชื่อสวนก็ไม่ได้ตั้ง นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยว จึงเรียกชื่อสวนตามชื่อของหมู่บ้าน คือ หมู่บ้านยายดา กลายเป็นชื่อสวนยายดาตั้งแต่บัดนั้นมา

                  เจ้าของสวนยายดาเปิดเผยอีกว่า การเปิดสวนผลไม้ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยว เป็นการแก้ปัญหาราคาผลผลิตได้ดีมาก เพราะไม่ต้องรีบเก็บผลไม้ไปขายราคาถูก ตามที่พ่อค้าคนกลางกำหนด มีนักท่องเที่ยวเข้ามากินผลไม้ถึงสวน พอกินแล้วติดใจ ก็ซื้อกลับไป ผลไม้ของสวนยายดาไม่พอขาย เพื่อนชาวสวนด้วยกันก็นำผลไม้ของตัวเองมาวางขาย เป็นการกระจายรายได้ทั้งชุมชน ต่อมาก็มีสวนอื่นๆ เปิดเป็นสวนท่องเที่ยวอีกหลายสวน เมื่อถึงหน้าผลไม้ที่ ต.ตะพง จึงดูคึกคัก เพราะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวสวนหนาแน่นตลอดฤดูกาล

                  "แต่เดิมป้ามีสวนที่ดูแลทั้งหมดประมาณ 40 ไร่ แบ่งออกเป็น 5 แปลง โดยมีแปลงสวนไม้ผลที่ปลูกทุเรียน และมังคุด 2 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 15 ไร่ มีแปลงที่ปลูกยางพาราอีกประมาณ 16 ไร่ แปลงที่ดินว่างเปล่าอีกประมาณ 2 ไร่ และแปลงสุดท้ายมีเนื้อที่ประมาณ 7 ไร่ เป็นสวนที่ได้รับมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ปลูกไม้ผลแบบผสมผสานทั่วไป โดยปลูกทุเรียนและเงาะเป็นหลักและเป็นแปลงเดียวที่นำมาเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม เนื่องจากเป็นสวนที่อยู่ภายในบริเวณบ้านพัก มีความสะดวกในการจัดการและให้บริการนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติได้เป็นอย่างดี"

                    บรรยากาศภายในสวนยายดา มีความร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อน มีซุ้มและศาลาไว้บริการแก่นักท่องเที่ยวได้พักผ่อนหย่อนใจใต้ต้นผลไม้หลากชนิด  พร้อมพืชสมุนไพรมากมาย ส่วนค่าเข้าชม และชิมผลไม้ ที่พร้อมเสิร์ฟอยู่กลางสวน รวมข้าว 1 มื้อ สนนราคาคนละ 250 บาท มีกับข้าวพื้นบ้านฝีมือป้าชื่น เช่น แกงหมูชะมวงรสเด็ด แกงเผ็ดหมูหน่อกะวาน น้ำพริกระกำ เสิร์ฟพร้อมผักสดที่ปลูกไว้ในสวน หากต้องการรับประทานผลไม้อย่างเดียว จ่าย คนละ 150 บาท มีทั้งเงาะ มังคุด ลองกอง ทุเรียน เลือกที่ชื่นชอบอย่างจุใจ

                  สำหรับเสน่ห์ของสวนยายดานั้น อยู่ที่การบริการด้วยหัวใจ ใครที่เข้าสวนแล้วจะอยู่นานแค่ไหน จะกินเท่าไหร่ ไม่มีอั้น และก่อนเดินทางกลับซื้อผลไม้สดๆ จากสวนยายดา และสวนใกล้เคียง ติดไม้ติดมือกลับบ้าน หรือจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร เช่น ทุเรียนกวน ทุเรียนทอดกรอบ กะปิ น้ำปลาดี พริกแกงเด็ดๆ ที่ผลิตจากชาวสวนโดยตรง คุณภาพดีและราคาไม่แพง

                  อย่างไรก็ตามการเดินทางมายังสวนยายดา สามารถเดินทางมาได้ตลอดทั้งปี หากไม่ใช่ฤดูผลไม้ ก็มาเพื่อศึกษาวิถีชีวิตแบบเกษตร หรือวิธีการบำรุงและแต่งกิ่งไม้ผล แต่หากต้องการมาชม ชิม ช็อปผลไม้หลากหลายชนิดตามฤดูกาลควรเดินทางมาในช่วงกลางเดือนเมษายนจนถึงปลายเดือนมิถุนายนของทุกปี เพราะเป็นช่วงที่ผลไม้ให้ผลผลิตอย่างเต็มที่ สนใจเยี่ยมชมสวนยายดา ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง โทร.08-9099-1297, 08-5389-5670 ทุกวัน


.................................
('สวนยายดา'ต้นแบบเที่ยวเชิงเกษตร สู่ทางรอดชาวสวนผลไม้เมืองระยอง : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...อัจฉรา วิเศษศรี)