
'มาร์ค'ติง'พรบ.ปรองดอง'มุ่งล้างผิด
'อภิสิทธิ์'ติง 'พรบ.ปรองดอง' มุ่งหมายล้างผิด ไม่เกี่ยวกับปรองดอง รัฐบาลควรหยุดแก้ปัญหาให้ตัวเอง และควรเร่งแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนแทน
26 พ.ค.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวที่ จ.นครศรีธรรมราช ในเช้าวันที่ 26 พ.ค.55 ถึง ร่าง พรบ.ปรองดอง ที่จะนำเสนอในสัปดาห์หน้า ว่า ตอนนี้ยังไม่ได้รับเอกสารที่เป็นอย่างทางการ แต่เห็นจากข่าวสาร ดูแล้วว่าเป็นเรื่องของความมุ่งหมายที่จะไปล้างผิด โดยเฉพาะคดีที่สืบเนื่องมาจาก คตส. ซึ่งความจริงแล้วไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับความปรองดอง จริงๆแล้วทั้งหมดไม่ควรที่จะมาดำเนินการอะไรในขณะนี้ เรามีการตั้งคณะกรรมาธิการก่อนหน้านี้ รัฐบาลพูดเรื่องการเตรียมทำเรื่องการสานเสวนารับฟังความคิดเห็นต่างๆ ชิงมาเพื่อที่จะเสนอกฎหมาย เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
ต่อข้อถามมีการแบ่งหน้าที่ที่จะทำเพื่อให้ พรบ.ปรองดอง สำเร็จหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็อย่างที่เราเห็นๆ รัฐบาลมีความมุ่งมั่นในเรื่องนี้มาก อะไรที่เป็นผลประโยชน์ของพวกพ้อง ก็จะเดินหน้าอย่างเป็นระบบ ตอนนี้มองข้ามหรือเพิกเฉยต่อปัญหาของพี่น้องประชาชน
“ รู้สึกกังวลกับเนื้อหาสาระในร่าง พรบ.ฉบับนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งหลายฝ่ายกำลังจับตามองและยอมรับได้ยากมาก เท่ากับเป็นการทำลายกระบวนการที่ถูกต้อง ทางกฎหมายหลายๆกระบวนการ หลายกรณีอยู่เหมือนกัน ยืนยันว่ารัฐบาลจะต้องเดินหน้าในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนมากที่สุด โดยตนเห็นว่าเรื่องนี้ควรพักไว้ก่อน ”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ต่อข้อถาม แนวโน้มดูเหมือนว่าเป็นวาระเร่งด่วนที่รัฐบาลพยายามผลักดันให้สำเร็จ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็คงต้องฟังเสียงจากวิปรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในส่วนของฝ่ายค้านมีท่าทีที่ชัดเจนอยู่แล้ว ยิ่งผลักดันเข้าสู่สภาในสัปดาห์หน้านี้ไม่เหมาะสมอย่างมาก ขณะนี้ทางตนและวิปฝ่ายค้านยังไม่ได้รับวาระเสียด้วยซ้ำ จะทราบเนื้อหาสาระด้านกฎหมายจากข่าวสารเท่านั้นเอง
ทั้งนี้ ต่อมานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านพร้อมด้วย สส.นครศรีธรรมราช อาทิ นายอภิชาต ศักดิ์เศรษฐ นายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ นายเทพไท เสนพงศ์ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล และนางสาวนริศา อดิเทพวรพันธ์ ได้ร่วมพิธีเปิดอาคารเรียนโรงเรียนบ้านคลองดิน ม.3 ต.นาเคียน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นอาคารเรียน แบบ สปช.105/29 ปรับปรุง 2 ชั้น 4 ห้องเรียน ใช้เป็นห้องสมุด ห้องประชุม ห้องเรียนอัจฉริยะ ห้องสำนักงานโรงเรียน และห้องผู้อำนวยการโรงเรียน โดยมีคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้บริหาร คณะครู นักเรียน ผู้ปกครองนักเรียนและชุมชนในเขตบริการของโรงเรียนร่วมให้การต้อนรับจำนวนมาก
หลังจากประกอบพิธีแล้วเสร็จ นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวปราศรัยบนเวทีในบางช่วงว่า รู้สึกยินดีที่มีโอกาสได้มาพบปะกับพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่ง ในช่วงเดือนเศษๆที่ผ่านมานั้น จะต้องเป็นเวลาที่สภาปิดสมัยประชุม เป็นเวลาที่ สส.จะได้ออกมาตระเวนพบปะกับพี่น้องประชาชน เยี่ยมเยียนพี่น้องได้อย่างเต็มที่ประชาชนที่ติดตามข่าวสารคงทราบความเคลื่อนไหวทางการเมืองดีว่า พอเอาเข้ากันจริงๆ สภาซึ่งจะต้องปิดตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ก็มีการขยายเวลาของสมัยประชุม มาจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ปิดสมัยประชุม หากติดตามข่าวสารจะพบว่ามีการประชุมถี่มาก พร้อมทั้งมีการถ่ายทอดสด เพราะมีการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญและเสนอแก้ไขงบประมาณ 2556 เข้าสู่สภา
“ สส.ประชาธิปัตย์ทุกคน รวมทั้งพรรค ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในเรื่องที่ให้รัฐบาลตระหนักถึงปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งหลายพื้นที่มีปัญหาที่เป็นเรื่องเฉพาะเช่นปัญหาน้ำท่วม ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้ทั้งหมด ล้วนเป็นหน้าที่ของเราที่จะได้ติดตามพร้อมทั้งกระตุ้นให้กน่วยงานเข้ามาทำงานแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ในส่วนของปัญหาเศรษฐกิจนั้น ไม่ว่าปัญหาราคาน้ำมัน ปัญหาแก๊ส ราคาข้าว ค่าน้ำ ค่าไฟ ไปจนถึงนโยบายการขึ้นค่าแรง ล้วนส่งผลให้ข้าวของต่างๆแพงขึ้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้ทางพรรคได้นำเสนอต่อรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่ออีกว่า ในระยะแรกนั้นรัฐบาลมองว่าปัญหาปากท้องเป็นเพียงความรู้สึกไม่รุนแรง แต่มาถึงณ เวลานี้ ไม่ว่ารัฐบาล หน่วยงานต่างๆ ล้วนยอมรับสภาพความเป็นจริงของปัญหานี้แล้ว เริ่มมีการทบทวนนโยบายหลายอย่าง อาทิ ทบทวนเรื่องน้ำมัน แก๊ส ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลมีแผนที่จะขึ้นอย่างต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2555 เป็นการซ้ำเติมประชาชน ซึ่งในขณะนี้ก็ตรึงราคาอยู่ ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้ รัฐบาลสมควรที่จะเร่งแก้ไขมากกว่าที่จะมุ่งไปในเรื่องอื่น โดยเฉพาะเรื่องรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ
“ล่าสุดมีการผลักดันกฎหมายปรองดอง สุดท้ายกฎหมายนี้ก็จะไปยกเลิกความผิด ล้างผิดให้กับกลุ่มบุคคล ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาการยุบพรรค และรวมไปถึงคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สิ่งเหล่านี้พรรคประชาธิปัตย์ขอยืนยันว่าไม่เห็นด้วย ในเวลาเช่นนี้มีปัญหาที่เร่งด่วน และมีความสำคัญต่อประชาชนมากกว่า ที่จะต้องเร่งแก้ไข แต่กลับมองว่าเรื่องนี้มีความสำคัญ ทั้งๆที่รู้ว่าปัญหานี้จะนำมาสู่ความขัดแย้งอย่างรุนแรงขึ้นในสังคมก็ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แน่นอนที่สุดหากผลัดันจนสู่ความสำเร็จก็จะเกิดเครื่องหมายคำถาม เกิดความวิตกกังวลต่อระบบกฎหมายต่อประเทศชาติบ้านเมืองของเรา ว่ายังคงปกครองด้วยกฎหมายที่มีขื่อมีแปหรือไม่ ซึ่งกลายเป็นว่าใครก็ตามในบ้านเมืองนี้ที่ขึ้นเป็นใหญ่แล้วกระทำความผิด ก็สามารถที่จะมาออกกฎหมายลบล้างความผิดของตนเองได้”หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ตนเองและสมาชิกพรรคถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องคัดค้าน ท้วงติงการดำเนินการของรัฐบาล ตนยังไม่เห็นตัวกฎหมายฉบับดังกล่าว แต่หากมีการนำเสนอเข้าสภาในสัปดาห์หน้านี้จริงๆ ขอยืนยันว่า เราจะทำหน้าที่คัดค้านเพื่อรักษาความถูกต้องในหลักการของบ้านเมืองเอาไว้ ย้ำว่าการทำงานของพรรคและสมาชิกทุกคนจะยึดถือผลประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก



