
'สุวัจน์'เชื่อ111นั่งรมต.บ้านเมืองดีขึ้น
'สุวัจน์' เชื่อบ้านเลขที่111 นั่ง รมต.บ้านเมืองดีขึ้น ชี้ปรองดองต้องจับเข่าคุย ด้าน 'วิชิต' รับ 'เสื้อแดง' มีบทบาทมากกว่า 'เพื่อไทย'
26 พ.ค.55 ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีการจัดสัมมนาสาธารณะ เรื่อง “พลวัตทางการเมืองหลัง 111 คืนชีพ” โดยมีวิทยากร ประกอบด้วย นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคชาติพัฒนา นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล เลขาธิการมูลนิธิ 111 ไทยรักไทย นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ และนายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตส.ว.ตากและอดีตส.ส.ร. 2540 โดยนายสุวัจน์ กล่าวว่า การจะกลับมาของบ้านเลขที่ 111 นั้นจะต้องมองย้อนกลับไปก่อนว่าการรัฐประหารได้มีการเพิ่มเติมโทษในการตัดสิทธิทางการเมือง กรรมการบริหารพรรคที่ถูกตัดสิทธิจะไม่สามารถดำรงตำแหน่งใดๆ ทางการเมืองได้เลย ผลกระทบจากเรื่องนี้มี 3 ด้าน คือการเมือง พรรคการเมือง และสภา โดยด้านการเมืองนั้นจะมีผลทันทีเพราะไม่มีใครอยากเป็นกรรมการบริหารพรรค และเกิดคำว่า “นอมินี” ขึ้นมา ทำให้พรรคการเมืองที่เป็นพื้นฐานของประชาธิปไตยอ่อนแอลง และจะเห็นได้จากบางพรรค ที่มีสมาชิกบางส่วนอยู่ฝ่ายรัฐบาล แต่บางส่วนอยู่ฝ่ายค้าน
ส่วนผลกระทบที่เกิดกับรัฐบาล ก็เกิดรัฐมนตรีนอมินีขึ้นมา เพราะตัวเองเป็นรัฐมนตรีเองไม่ได้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือความอาวุโสไม่ถึง ขาดการยอมรับจากผู้ใต้บังคับบัญชา และทำให้รัฐบาลดูเหมือนไม่ใช่เกรดเอ ผลกระทบสุดท้ายคือสภาที่เป็นบทบาทสำคัญเวลาบ้านเมืองมีวิกฤต ก็ขาดประสิทธิภาพลงไป และที่ผ่านมามีเกมในสภามากขึ้น ทำให้ประชาชนมีความรู้สึกขาดประสิทธิภาพไม่เหมือนรุ่นก่อนๆ และเมื่อบ้านเลขที่ 111 กลับมา ตนขอมองในเชิงบวกว่าผลกระทบทั้ง 3 ด้านก็จะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น บ้านเมืองจะแข็งแกร่งขึ้น ประชาชนมีตัวเลือกมากขึ้น นักลงทุนต่างชาติก็จะให้ความเชื่อมั่นเป็นการกลับของนักการเมืองที่มีประสบการณ์มาก มีความสามารถ มีบารมี หลายคนป็นอดีตรัฐมนตรี แต่เมื่อมีวิกฤตทางการเมืองคนเหล่านี้ไม่สามารถลงมาช่วยงานได้ บ้านเมืองก็จึงลำบากอย่างที่เห็น
ทั้งนี้หากมีการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)โดยเชิญสมาชิกบ้านเลขที่ 111เข้าร่วมด้วยนั้นก็เชื่อว่า ครม.จะดีกว่าเดิม และถ้าการเลือกตั้งหน้าสมาชิกบ้านเลขที่ 111 มีโอกาสก็จะทำให้รัฐสภาดีขึ้นด้วย รวมทั้งจะทำให้พรรคการเมือง ประชาชน มีตัวเลือกมากขึ้น และการคืนชีพจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ทั้งนี้หากบ้านเลขที่ 111 กลับมาช่วยกันในการทำให้คนหันหน้าเข้าหากันก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศมาก ถ้าไม่ช่วยเรื่องเศรษฐกิจก็มาช่วยเรื่องปรองดอง ตนคิดว่า 111 คนเป็นคนที่มีประโยชน์ ประสบการณ์เหมือนทหารไปรบ มาช่วยกันในจุดไหนก็ได้ที่เรามีประสิทธิภาพก็กลับมาช่วยกันทำให้ประเทศ ตอนนี้บ้านเมืองมีปัญหาเยอะ ตนตั้งใจจะกลับมาช่วยประเทศตน ตนเหมาะสมจุดไหนก็จะไปอยู่จุดนั้นหลังพ้นบ้านเลขที่ 111
อย่างไรก็ตามเรื่องความปรองดองนั้นควรจับเข่าพูดคุยกัน และที่ผ่านมาไม่มีเวทีพูดคุยกัน ซึ่งหากการเมืองแก้ด้วยการเมือง และยอมรับว่าความขัดแย้งเกิดจากการเมืองนั้น นักการเมืองก็ควรนำเรื่องนี้ไปหารือ โดยนักการเมืองที่มีบารมีก็ควรนำไปพูดคุยกันด้วย ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีคนลงไปเล่น พอพูดคุยกันจบในกลุ่มของคนขัดแย้งโดยอาศัยคนที่มีบารมีก็เชื่อว่าจะจบได้ ทั้งนี้ความขัดแย้งทางการเมืองที่สูงและภาพพจน์ของนักการเมืองที่ตกต่ำ ทำให้คนดีๆ ปฏิเสธการเมืองหมด ซึ่ง 111 แม้จะเป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ก็จะเหล้าที่มีคุณภาพ และอะไรที่เกิดประโยชน์กับประเทศตนก็จะอยู่ตรงนั้น
นายวิชิต กล่าวว่า ขณะนี้สมาชิกบ้านเลขที่ 111 เป็นที่สนใจของสังคมไทยเป็นอย่างมาก การกลับมาครั้งนี้มีผลแน่นอน แต่จะมีมากหรือน้อยอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามสถานการณ์ของสังคม ส่วนที่จะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีแทนที่รัฐมนตรีในขณะนี้นั้นยังไม่ทราบ แต่เชื่อว่าใดวันหนึ่งนายกรัฐมนตรีก็ต้องมีการปรับครม.อย่างแน่นอน แต่ยังไม่รู้ช่วงไหน จากที่ได้พูดคุยกันในสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ก็เข้าใจกันทุกคนว่าจะไม่มีการต่อรองตำแหน่งอย่างแน่นอน แต่ถ้ามีการมอบหมายงานมาก็พร้อมจะทำ แต่หน้าที่หลักของพวกเราที่มีอย่างแน่นอนคือการต่อต้านการรัฐประหาร และเชื่อว่าโอกาสการทำรัฐประหารในอนาคตมีโอกาสน้อยลง เพราะประชาชนจะมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ ประชาชนจะตื่นตัวเรื่องประชาธิปไตยทุกพรรคการเมืองจะต้องปรับตัวมากขึ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับพรรคมากขึ้น ทั้งนี้ตนได้เจอพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เกิน 10 ครั้ง พบกันก็ไม่ได้คุยเรื่องการเมือง คุยแต่ถามสารทุกข์สุขดิบ
ส่วนตัวเชื่อว่าหลังจากนี้ประชาธิปไตยจะก้าวกระโดด ไม่เกินทศวรรษข้างหน้าจะได้เห็นแน่นอน และยอมรับว่ามวลชนคนเสื้อแดงมีบทบาทสูงกว่าพรรคเพื่อไทย แต่ไม่ได้มีบทบาทอะไรต่อพรรค และปัจจุบันหากจะถามว่าคนเสื้อแดงจะอยู่เหนือกว่าพรรคเพื่อไทยหรือไม่ก็อยู่กับการบริหารจัดการภายในพรรค ซึ่งมองว่าคนเสื้อแดงเป็นผู้มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพียงแต่ยังไมมีการจัดการเป็นระบบ เกาะกันแบบ หลวมๆเท่านั้น ทั้งนี้การที่คนเสื้อแดงสนับสนุนพรรคเพราะมีอุดมการณ์เดียวกัน และในทศวรรษหน้าจะเห็นได้ว่าประชาชนมีอำนาจเหนือรัฐบาล และพรรคจะอยู่เหนือคนเสื้อแดงมากแค่ไหนก็อยู่ที่การบริหาร
ทั้งนี้ พรบ.ปรองดอง ไม่ปฏิเสธว่าจะเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ แต่พรรคชาติไทยพัฒนาเป็นผู้ยื่น และเข้าใจว่าการปรองดองจะไปได้แค่ไหนก็ต้องดูรายละเอียดว่าสภาจะพิจารณาอย่างไร แต่หลักการออกกฎหมายปรองดองยอมรับเหตุการณ์ความขัดแย้งข้างหน้าอาจจะเกิดก็ได้ แต่อาจจะไม่เกิดหากมีการอธิบายหลักนิติธรรมชัดเจนให้มีความเข้าใจ ส่วนหลังการออกพ.ร.บ.ปรองดองแล้วจะทำให้คนเสื้อแดงแตกคอกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้น อยู่ที่การอธิบาย ขณะเดียวกันก็มีเปอร์เซ็นน้อยมากที่จะมีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ม.111
ขณะที่นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า 5 ปีที่ผ่านมานี้บ้านเมืองขณะนี้เปลี่ยนไปมาก ไม่มีใครพูดกันรู้เรื่องแล้ว อีกทั้งมวลชนที่ยิ่งใหญ่กว่าส.ส. ไม่มีใครกล้าเตะมวลชนเพราะกลัวว่าจะสอบตกไม่มีใครเลือก การกลับมาของบ้านเลขที่ 111 ถึงให้เก่งอย่างไร ถ้ารัฐบาลขัดแย้งกับมวลชนก็จะล้มทันที ต้องจับตาที่มวลชน ไม่ใช่จับตาที่ บ้านเลขที่ 111 และหากอยากรู้ว่ามวลชนคิดอย่างไร ก็ต้องดูว่าเราให้แนวคิดแบบไหนกับมวลชน วันนี้มวลชนพัฒนาไปมากแล้ว การใช้เงินซื้อเสียงในภาคอีสาน ใช้เงินซื้อเสียงภาคใต้ เพื่อให้เลือกเป็นส.ส. ใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะประชาชนมีความเชื่อมโยงกับส.ส.ในพื้นที่แล้ว การกลับมาของบ้านเลขที่ 111 จะมีปัญหากับพรรคเพื่อไทยคือขณะนี้ในพื้นที่มี ส.ส.เต็มหมดแล้ว ไม่มีพื้นที่ให้แทรกได้อีก ไปแทรกในพื้นที่คนอื่นก็คงไม่มีใครยอม แต่หากเป็นการปรับครม.ก็อาจจะเป็นไปได้
ส่วนเรื่องปรองดอง เมื่อมีการย้อนกลับไปดู ก่อน 19 ก.ย.40 มีประชาชนเห็นด้วยกับการรัฐประหาร กว่าร้อยละ 80 แต่วันนี้เราใช้ปัจจุบันตัดสินอดีต การปรองดองวันนี้เป็นการปรองดองแนวสุดขั้วที่สุดคือยกเลิกผลพวงจากการรัฐประหาร เชื่อว่าจะไม่มีทางสร้างความปรองดองได้ หากมีการคืนทรัพย์สินให้พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ต้องคืนทรัพย์สินให้ จอมพลสฤษดิ์ และจอมพลถนอมด้วย เนื่องจากการยึดทรัพย์ผู้นำมีกฎหมายรองรับ มีศาลตัดสินชัดเจน การลบล้างผลพวงจากการรัฐประหารพวกตนคงยอมเนื่องจากเป็นเสียงข้างน้อยในสภาฯ วันนี้ขออย่างเดียวคือเรื่องประมวลกฎหมายอาญา ม.112 ที่แตะไม่ได้ และเชื่อว่าหากไปเปลี่ยนจะเกิดสงครามขึ้น ประชาธิปไตยของไทยไม่จำเป็นต้องเหมือนประเทศอื่นๆ เช่นประเทศอินเดียที่ยังคงมีระบบชนชั้น
ขณะที่นายพนัส กล่าวว่า เรื่องพรบ.ปรองดอง วันนี้เป็นการยกเลิกการกระทำทั้งหมดเป็นการปรองดองแบบพิเศษ วันนี้เป็นลักษณะยกโทษให้พวกปราบเสื้อแดง เสื้อเหลือง คืนให้พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการเกี๊ยเซี้ยะทางการเมืองมากกว่าการปรองดองประชาชนตื่นตัวในเรื่องการเมืองมากขึ้น กฎหมายปรองดอง ที่กำลังจะออกมา เชื่อว่า จะทำให้เกิด จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของการเมืองไทย มวลชนเสื้อแดงส่วนหนึ่งจะถูกมองว่าจะถูกลอยแพ เพราะในพรบ.ปรองดอง เขียนไว้ถึงการนิรโทษกรรมผู้กระทำ ซึ่งเป็นนิมิตรหมายที่ดีมาก ประชาชน จะตระหนักว่า ตัวเองถูกใช้ จนไปถึงอาจมีพรรคใหม่เกิดขึ้น และในอีกมาตราก็ไว้สำหรับพ.ต.ท.ทักษิณ โดยเฉพาะ ลบล้างคำพิพากษาของศาล ซึ่งจะเป็นฉนวนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะเสื้อแดง มีทั้งรักทักษิณ รักประชาธิปไตย และอาจจะนำไปสู่ความรุนแรง ซึ่งตนเชื่อว่าบ้าน 111 เข้ามา ก็แก้ปัญหาไม่ได้ เพราะเสื้อแดงส่วนใหญ่ไม่ยอม เพราะต้องเอาคนผิดต้องมาลงโทษ ซึ่งวิธีการแบบนี้เป็นการนิรโทษกรรมอีกแบบ ส่วนการเมืองหลัง111 กลับมา ก็จะกลับมาเป็นแบบก่อนการปฎิวัติ 19 ก.ย.49



