
บีทีเอสเดือดกทม.ขู่ฟ้องกลับพท.
'บีทีเอส' เดือด กทม. เตรียมฟ้องกลับ พท. เอาผิดใส่ร้ายสัญญาบีทีเอส 'สุขุมพันธุ์' ขอปิดปาก หันชงเรื่อง ให้ ปชป. แถลงโต้อาทิตย์นี้ เผย จ้าง 'ศศินทร์' ศึกษาสัญญา 'บีทีเอส' โวประหยัดงบเดินรถทะลุ 6 พันล.
นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ขณะนี้ ได้เตรียมเอกสารเรื่องสัญญาจ้างบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี เพื่อว่าจ้างบีทีเอสซีเดินรถไฟฟ้าในโครงข่ายส่วนต่อขยาย และสายเดิมเป็นเวลา 30 ปี มูลค่า 1.87 แสนล้านบาท สำหรับชี้แจงหน่วยงายตรวจสอบ อาทิ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) หรือกระทรวงมหาดไทยไว้เรียบร้อยแล้ว
"ยืนยันว่า ไม่มีความหนักใจ หากทุกหน่วยงานมีการตรวจสอบด้วยเจตนาดีอย่างแท้จริง"
ส่วนที่ก่อนหน้านี้ ที่ มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.เตรียมแถลงข่าวเพื่อชี้แจงเรื่องนี้ด้วยตนเองนั้น ล่าสุด มรว.สุขุมพันธุ์ เห็นว่า กรณีการทำสัญญาจ้างบีทีเอสซีเริ่มเป็นประเด็นการเมือง ซึ่งทางพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมจะแถลงตอบโต้พรรคเพื่อไทยในวันอาทิตย์ที่ 27 พ.ค.นี้ ทั้งนี้ กทม.ได้ทยอยส่งข้อมูลการทำสัญญาต่าง ๆ ให้พรรคไว้หมดแล้ว
นายธีระชน กล่าวว่า การทำหนังสือปกขาวเพื่อชี้แจงกรณีนี้ น่าจะแล้วเสร็จเป็นรูปเล่มอีก 2 สัปดาห์หน้า แต่คาดว่า จะนำข้อมูลในหนังสือปกขาวขึ้นออนไลน์ทางเว็ปไซค์กทม.ก่อน ในวันพฤหัสที่ 31 พ.ค.55
"การกล่าวหาที่เกิดขึ้นจากพรรคเพื่อไทยหลายครั้งที่ผ่านมา หากที่สุดแล้ว กทม.สามารถพิสูจน์กับหน่วยงานที่ตรวจสอบทั้งหมดได้ว่า กระบวนการทำสัญญาทั้งหมดนั้นมีความโปร่งใส และเป็นประโยชน์กับคนกรุงเทพฯจริง ผมก็จะต้องขอปกป้องสิทธิ์ของกทม.ในการฟ้องกลับพรรคเพื่อไทย เช่นเดียวกับกล้องซีซีทีวีอย่างแน่นอน"
อย่างไรก็ตาม หากกรณีการต่อสัญญาจ้างบีทีเอสซีเดินรถไฟฟ้าให้กทม.ในเฉพาะส่วนต่อขยาย 2 เส้นทาง แบริ่ง-อ่อนนุช และตากสิน-วงเวียนใหญ่มีความชัดเจนจากทุกฝ่าย เขาก็จะเสนอให้ มรว.สุขุมพันธุ์ นำตั๋วราคาประหยัดรถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อขยายนำไปหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.สมัยหน้าด้วย
เผย จ้าง 'ศศินทร์' ศึกษาสัญญา 'บีทีเอส'
นายธีระชน กล่าวด้วยว่า สำหรับการจัดหาขบวนรถในการว่าจ้างเดินรถไฟฟ้า รวมทั้งค่าซ่อมบำรุงในเส้นทางส่วนต่อขยายระยะเวลา 17 ปี เทียบเท่ากับสัญญาสัมปทานของบีทีเอสที่จะหมดในปี 2572 เพราะหากคิดตามสัญญาสัมปทานในโครงสร้างระบบเดิมในส่วนต่อขยาย 2 เส้นทาง จะคิดเป็นเงินค่าจ้างเดินรถประมาณ 10,863 ล้านบาท ทำให้ต้องเก็บค่าโดยสารสูงอยู่ที่ 15-25 บาท กทม.จึงได้ว่าจ้างบริษัทพีบีเอเชีย จำกัด และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้เป็นที่ปรึกษาในการศึกษาแนวทางให้ได้ราคาที่ต่ำกว่านี้ เพื่อจะได้เก็บค่าโดยสารให้ถูกลง
นายธีระชน กล่าวว่า ผลการศึกษา ทั้งสองหน่วยงานได้เสนอให้กทม. ต้องว่าจ้างระยะยาวตามหลักสากล ที่ทุกประเทศที่มีระบบรถไฟฟ้า จะว่าจ้างเดินรถในระยะยาว 30 ปี ดังนั้น เมื่อคิดอัตราจ้างส่วนต่อขยายในระยะยาวดังกล่าวในระยะ 17 ปี เช่นเดียวกับเส้นทางสัญญาสัมปทาน จะเป็นเงินจ้างเดินรถประมาณ 4,303 ล้านบาท
"กทม.จึงมอบหมายให้เคทีเจรจาต่อรองค่าจ้างกับบีทีเอสซี ตามที่สถาบันที่ปรึกษาเสนอ กระทั่งได้ค่าจ้างที่ 4,658 บาท เมื่อเทียบกับอัตราจ้างในส่วนสัมปทานจำนวน 10,863 ล้านบาท ก็จะประหยัดไปได้กว่า 6,000 บาท และหากคิดรวมภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยจะประหยัดไปได้มากกว่านี้ ดังนั้น เมื่อเปรียบเทียบเพียง 17 ปีกทม.จะประหยัดเงินจ้างไปได้กว่า 6,000 ล้าน และหากรวมอีก 13 ปี จะยิ่งประหยัดเงินไปได้มากกว่านี้เช่นกัน"
นายธีระชน กล่าวด้วยว่า การคิดคำนวนทั้งหมดสถาบันที่ปรึกษาจะคิดจากค่าเสื่อมราคา ดัชนีราคาผู้บริโภคในเขตกรุงเทพฯ ดัชนีราคาผู้บริโภคของประเทศผู้ผลิตอุปกรณ์หลัก อัตราค่าจ้างขั้นต่ำในพื้นที่กรุงเทพฯ อัตราดอกเบี้ยในประเทศ หรืออัตราแลกเปลี่ยน
ทั้งนี้ หลักการคำนวณจะมีฐานต่างๆ ประกอบ หากจะอธิบายให้เข้าใจได้ง่าย ยกตัวอย่างจากค่าเสื่อมราคาจะสูงในปีที่จัดหาขบวนรถ และเมื่อมีการใช้งานหลายปี จะมีการเฉลี่ยค่าเสื่อมราคาตามจำนวนปีที่จะใช้งาน เพราะมีการใช้งานแล้วเสื่อมค่าลง เป็นต้น



