ข่าว

ชี้พรบ.ปรองดองระคายเคืองเบื้องสูง

ชี้พรบ.ปรองดองระคายเคืองเบื้องสูง

26 พ.ค. 2555

'นิพิฏฐ์' ชี้ พรบ.ปรองดอง ระคายเคืองเบื้องสูง ชี้ ยกเลิกผู้มีความผิด ม.112 ขู่ ยื่นศาล รธน. ระงับ พธม. ย้ำจุดยืนคัดค้าน 'จำลอง' ถาม 'สนธิ' เกิดอะไรจึงเสนอ ด้าน ส.ปกเกล้าฯ ถามหาหลักฐาน จัดสานเสวนาตามข้อตกลง

          รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ก่อนที่พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ จะเสนอร่างพรบ. ว่าด้วยการปรองดองแห่งชาติ (พรบ.ปรองดอง) ได้มีการยกเว้นไม่คุ้มครองผู้ที่มีความผิด ตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 112  แต่ได้มีการแก้ไขภายหลังจากพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะส.ส.จากคนเสื้อแดง โดยตัดข้อความดังกล่าวออกไป จึงทำให้หากพรบ.ดังกล่าวนี้ผ่านสภา  ผู้ที่เข้าข่ายที่มีความผิดตามม.112 ก็จะได้รับการยกผิดไปด้วย ดังที่ระบุในม.3 (1) ว่า “การกล่าววาจาหรือโฆษณาด้วยวิธีการใด เพื่อเรียกร้องเพื่อให้มีการต่อต้านรัฐ ให้ถือว่า ไม่มีความผิด”

          แหล่งข่าวจากคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการปรองดอง (กมธ.ปรองดอง) ที่มีพล.อ.สนธิ เป็นประธานฯ กล่าวว่า การเสนอร่างพรบ.ดังกล่าว เป็นการทำร้ายระบบนิติรัฐ ที่เอาอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติไปแทรกแซงอำนาจตุลาการ  และยังเป็นการทำร้ายพระราชอำนาจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่แต่เดิมคดีความที่ตัดสินไปแล้ว ต้องมีการออกกฏหมายพระราชทานอภัยโทษ แต่มาตรา 4 กลับให้ฝ่ายนิติบัญญัติมาก้าวล่วงแทน โดยระบุว่า ศาลมีคำสั่งพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ให้ถือบุคคลนั้นไม่เคยกระทำความผิด และถ้าผู้นั้นรับโทษอยู่ ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลงและปล่อยตัวไป

          ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการปรองดอง กล่าวว่า มาตรา 3 (1) เป็นการเขียนกฏหมายซ่อนให้มีการยกเลิก ผู้ที่มีความผิดในประมวลกฏหมายอาญามาตรา 112  ซึ่งเขาเชื่อว่า ประชาชนจะไม่ยอมรับ เพราะเป็นเรื่องระคายเคืองเบื้องสูง

          "โดยเฉพาะส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่มาจากกลุ่มเสื้อแดง น่าจะผลักดันเรื่องนี้  โดยครั้งเมื่อประชุมกรรมาธิการปรองดอง และผลสรุปของสถาบันพระปกเกล้าออกมาเสนอแนวทางปรองดอง 3 แนวทาง ซึ่งพล.อ.สนธิ ก็เคยพูดว่า แนวทางข้อที่ 3 คือการยกเลิกคำพิพากษาไม่สามารถทำให้เป็นจริงได้ แต่พอมาวันนี้ กลับมาเสนอกฏหมาย โดยเสนอแนวทางที่มีลักษณะดังกล่าวซึ่งสุดขั้วที่สุด  แสดงให้เห็นว่า การกระทำของพล.อ.สนธิ เป็นเช่นไร"

          ทั้งนี้ หากมีการพิจารณากฏหมายในสภา แม้เสียงของผู้ที่คัดค้านจะไม่สามารถต้านทานได้ แต่พรรคประชาธิปัตย์ ก็จะมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พรบ.ดังกล่าว ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการออกกฏหมาย ไปยกเลิก ม.309  ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่สามารถกระทำได้ เพราะลำดับชั้นของ พรบ.เล็กกว่ารัฐธรรมนูญ

          นอกจากนี้ พรบ.ดังกล่าว ยังมีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะผู้ที่จะเห็นชอบด้วยกฏหมายดังกล่าว มีส.ส.เสื้อแดงประมาณ 20 คน ที่มีคดีก่อการร้ายในระหว่างการชุมนุมทางการเมือง ในช่วงปี 2552-2553  ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวนี้ คงเป็นการเขียนกันเองของส.ส. และเชื่อว่า คงไม่ผ่านความเห็นของคณะกรรมการกฤษฏีกา เพราะถ้าหากผ่านความเห็นต่อหน่วยงานดังกล่าว  ก็คงจะไม่สามารถมาเป็นร่างดังกล่าวได้ เพราะขัดกับรัฐธรรมนูญ

          นายนิพิฏฐ์ ยังเห็นว่า หากมีการคืนทรัพย์สินให้พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หลังจากศาลฎีกามีคำพิพากษายึดทรัพย์ไปแล้ว ก็ควรต้องคืนเงินให้แก่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์  จอมพลถนอม กิตติขจร  อดีตนายกฯ เช่นกัน เพราะ ก็เคยถูกศาลตัดสินไปยึดทรัพย์ไปชอบแล้วเช่นดียวกัน

 

'จำลอง' เตรียมประกาศ ท่าที พธม. ต่อ พรบ.ปรองดอง

          พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงกรณีการเสนอร่างพรบ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ซึ่งมีเนื้อหาให้ล้างคดีของ คตส. ว่า เป็นเรื่องที่เราพูดกันมานานแล้ว โดยเฉพาะพันธมิตรฯ ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นแบบอย่างต่อไป

          "อีกหน่อยใครมีเงินเยอะ ๆ ซื้อเสียงเข้ามาในสภาแยะ ๆ ทำผิดเท่าไหร่ก็แล้วแต่ ก็ออกกฎหมายมา จะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่ แต่มันจะมีผลนิรโทษกรรมทั้งหมด  หากทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า บ้านเมืองเสียหายหมด คนที่ถูกศาลตัดสิน ติดคุกติดตารางก็มีอยู่ทั่วบ้านทั่วเมือง  เขาทำลายสถานที่ราชการ เขาฆ่าคนตาย เยอะแยะไปหมด ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเอาออกมาให้หมด ทำให้เสียกระบวนการยุติธรรม อีกหน่อยคนไม่ต้องกลัวความผิดแล้ว ใช้สภาฯในการลบล้างความผิด"

          ส่วนที่ระบุให้นำคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามปกตินั้น ก็เพราะหมายปั้นมือที่จะช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ และชาวคณะ ให้หลุดพ้นหมด ไม่ว่าจะเป็นการที่ถูกศาลตัดสินจำคุก และยึดทรัพย์ ให้ยกเลิกไปหมด

          ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ระบุให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบ จาก คตส. สามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ได้ พล.ต.จำลองกล่าวว่า ถ้าอย่างนั้น ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะ คตส.ที่เขากำหนดขึ้นมา เพื่อให้เป็นองค์กรอิสระที่สามารถเอาผิดกับคนที่คิดร้ายกับบ้านเมืองได้ทันที แล้วอีกหน่อยใครจะมาทำหน้าที่นี้

          เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรที่ พล.อ.สนธิ ได้เสนอร่างพรบ.ฉบับดังกล่าว  พล.ต.จำลองกล่าวว่า ก็เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก เพราะตัวเองตอนที่ทำปฎิวัติก็มีเหตุผลข้อมูล มีประชาชนเอาดอกไม้ไปให้ อยู่ ๆ กลับมาเป็นแบบนี้ ก็เป็นที่น่าสงสัยกับประชาชนทั้งหลายว่าเกิดอะไรขึ้น

          เมื่อถามย้ำว่า รู้สึกผิดหวังหรือไม่ กับการที่ พล.อ.สนธิ ทำเช่นนี้  พล.ต.จำลองกล่าวว่า "ไม่ใช่แค่ผม  ผมว่า หลาย ๆ คนที่ติดตามทางการเมือง ก็คงจะแปลกใจที่มีแบบนี้ด้วยหรือ"

          ส่วนกรณีที่มีการเดินหน้า ยื่นเสนอ พรบ.ปรองดอง โดยไม่สนใจข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้า ที่ให้รับฟังความคิดเห็น พล.ต.จำลองกล่าวว่า เขาสามารถฟังก็ได้ ไม่ฟังก็ได้ มันเป็นเรื่องของเขา แต่การแสดงที่เปลี่ยนไป เปลี่ยนมาแบบนี้ มันเป็นเรื่องที่น่าคิดว่า ไม่ควรจะกระทำอย่างยิ่ง เพราะตอนที่ปฎิวัติก็มีเหตุผลพร้อมมูล แล้วอยู่ ๆ ก็บอกว่า สิ่งที่ทำไปแล้วอาจตัดสินใจผิดพลาดอะไรทำนองนั้น ก่อนที่จะทำงานใหญ่ต้องคิดอะไรรอบคอบแล้ว ต่อมาเปลี่ยนไปกระทันหัน มันก็เป็นเรื่องที่ใครหลาย ๆ คน ก็สงสัยว่า เกิดอะไรขึ้น

          เมื่อถามถึงการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯหลังจากนี้ พล.ต.จำลอง กล่าวว่า กำลังปรึกษาหารือกัน โดยปรึกษาหารือกันผ่านทางโทรศัพท์แล้ว จะมีประกาศออกมาเร็ว ๆ นี้ โดยอาจจะมีประกาศออกมา ในวันที่ 26 พ.ค.55 ในงานที่ลุมพินี  ในงานมีประกาศออกมาแน่ว่า เรื่องนี้จะเอาอย่างไง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน ที่มีผลกระทบต่อบ้านเมืองอย่างยิ่ง 

          ส่วนจะมองว่า เป็นการส่งสัญญาณหรือไม่นั้น เราได้กำหนดไว้ก่อนแล้ว จะเรียกว่าส่งสัญญาณ ไม่ส่งสัญญาณก็แล้วแต่ แต่ผู้คนเขาอัดอั้นตันใจ โทรศัพท์เข้ามาถาม เรื่อย ๆ ว่า จะอยูเฉยอย่างนี้หรือ ซึ่งที่ผ่านมา พันธมิตรฯ ก็ไม่ได้อยู่เฉย วันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา เราก็ไปยื่นต่อ 3 องค์กร เพื่อหยุดสมาชิกรัฐสภา กำลังฉีกรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็ครบ 1 เดือนพอดี เราก็นัดเจอกันแล้วประกาศว่าจะทำอย่างไรต่อไป คงไม่ใช่เป็นการเรียกคน หรือทดสอบกำลัง เราเรียกตามปกติที่ได้ให้คำมั่นสัญญากับประชาชนไว้ ว่า เราไม่ได้อยู่เฉย ๆ เราติดตามอย่างกระชั้นชิด ถ้าเราจะทำอะไร เราต้องทำอย่างรอบคอบ

          ผู้สื่อข่าวถามว่า วันที่ 26 พ.ค.55 จะมีคนมามากน้อยเพียงใด พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่รู้ว่าเขาจะติดอะไรกันหรือไม่  สะดวกที่จะมาหรือเปล่าจำนวนมาก จำนวนน้อยเราไม่คำนึงถึง เราคำนึงถึงหน้าที่มากกว่า  หากพันธมิตรฯจะชุมนุมใหญ่จะมีอยู่ 3 ข้อหลักๆ คือ 1. ถ้ามีการบั่นทอนสถาบัน  2. มีการนิรโทษกรรม คนที่ทำผิดคิดร้าย รวมไปถึง พ.ต.ท.ทักษิณ และชาวคณะ ทำลายกระบวนการยุติธรรมของประเทศ และ 3. มีเรื่องเหตุการณ์อื่น ๆ ที่ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่า ต้องออกมาชุมชุม

 

ส.ปกเกล้าฯ ถามหาหลักฐาน จัดสานเสวนาตามข้อตกลง

          พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ  ผอ.สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า เขายังไม่เห็นเนื้อหา จึงยังไม่สามารถให้ความเห็นได้ แต่ในส่วนของกระบวนการนั้น ยืนยันว่า สถาบันพระปกเกล้าได้เสนอให้รัฐบาลจัดเสวนา และทำความเห็นจากประชาชนให้รอบด้าน หากรัฐบาลผลักดันกฎหมายฉบับดังกล่าวจริงต้องนำหลักฐานมาแสดงว่า มีการจัดเสวนาที่ไหน อย่างไร เพื่อให้เป็นไปตามหลักที่ทั้งรัฐบาลและสถาบันพระปกเกล้าเห็นร่วมกันในตอนแรก

          พล.อ.เอกชัย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ กรมพัฒนาชุมชนในฐานะเจ้าภาพการจัดเสวนา ได้ติดต่อขอให้สถาบันพระปกเกล้า ช่วยสนับสนุนในเรื่องการให้ความรู้ และการจัดเสวนา แต่เขาได้ยินว่า ยังไม่มีการติดต่อมาแต่อย่างใด  และเพิ่งทราบว่า กรมพัฒนาชุมชนเพิ่มเริ่มทำได้ไม่นาน 

          "ผมขอตั้งข้อสังเกตว่า เวทีจัดเสวนา เป็นไปอย่างสมเหตุสมผลหรือไม่"

          พล.อ.เอกชัย กล่าวว่า เป็นไปได้ว่า พรบ. ฉบับนี้ ออกมาเพื่อสอดรับกับการจ่ายเงินเยียวยาของรัฐบาล เมื่อวันที่ 25 พ.ค.55 ให้คนที่ไม่มีความผิด ดังนั้น จึงต้องการให้คนอีกกลุ่มได้รับเงินเยียวยาด้วย เพราะก่อนหน้านี้ คนกลุ่มนี้ได้ส่งสัญญานเร่งรัดให้รัฐบาลจ่ายเงินมาโดยตลอด

 

'นพดล' อ้าง 'ทักษิณ' ไม่ทอดทิ้งคนเสื้อแดง

          นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังอยู่ที่ฮ่องกง โดยจะเดินทางออกจากฮ่องกงในวันที่ 26 พ.ค.55 แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน หรือกลับนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

          สำหรับกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงบางกลุ่มออกมาวิพากษ์วิจารณ์การโฟนอินครั้งล่าสุดของพ.ต.ท.ทักษิณนั้น น่าจะเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน รับรู้ในสิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณสื่อสารได้ไม่ตรง

          ทั้งนี้ การที่บอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณทิ้งคนเสื้อแดงบ้าง ใช้คนเสื้อแดงเป็นเครื่องมือทางการเมืองบ้างนั้น ส่วนตัวได้คุยกับพ.ต.ท.ทักษิณในเรื่องนี้แล้ว ท่านยืนยันว่า พี่น้องคนเสื้อแดง มีคุณค่าต่อท่านเสมอ ท่านจะทอดทิ้งเพื่อนร่วมอุดมการณ์ได้อย่างไร ท่านกับคนเสื้อแดงเปรียบเหมือนออกซิเจนกับไฮโดรเจนที่รวมกันเป็นน้ำ แยกออกจากกันไม่ได้ ท่านอยากให้คนเสื้อแดงเข้าใจ

          ส่วนกรณีที่มีแกนนำเสื้อแดงบางคน ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณเกี้ยเซี้ยะกับฝ่ายอำมาตย์แล้วนั้น เขาฟังแล้วไม่เห็นมีถ้อยความใด ที่บ่งบอกถึงการไปเกี้ยเซี้ยะ ดังนั้น จึงไม่อยากให้มีการบิดเบือนป้ายสีในสิ่งที่ท่านไม่ได้พูด

          นายนพดล ยังเชื่อว่า คนเสื้อแดงส่วนใหญ่เข้าใจในสิ่งที่ท่านต้องการสื่อสาร วันนี้ กระบวนการเยียวยา การค้นหาความจริงก็ยังทำอยู่ รัฐบาลกำลังทำเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง

          อย่างไรก็ตาม วันนี้กระบวนการทุกอย่างกำลังเดินไปได้ด้วยดี ถ้าหากเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปบ้างก็ต้องออกมาชี้แจง ขอย้ำว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีวันทอดทิ้งคนเสื้อแดงแน่นอน แก่นแท้ของการปรองดองก็คือการเยียวยา ขจัดความอยุติธรรมทั้งหลาย ไม่มีการไปจูบปาก หรือเกี้ยเซี้ยใคร เราต้องทำทุกอย่างแบบมีหลักเพื่อให้เป็นเสาเข็มของการปรองดอง

 

เผยปรับปรุงโครงสร้างพรรค บ้านเลขที่ 111 คืนวงการแน่

          นายนพดล กล่าวด้วยว่า สมาชิกบ้านเลขที่ 111 บางส่วน จะกลับไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย และคงจะมีการปรับปรุงโครงสร้างพรรคบ้าง โดยสมาชิกบ้านเลขที่111 จะเข้าไปเป็นคณะทำงานชุดต่าง ๆ ของพรรค อาทิ คณะทำงานด้านนโยบาย ด้านยุทธศาสตร์ และด้านกฎหมาย แต่ไม่ได้คาดหวังว่า จะต้องเข้าไปทำเรื่องหนึ่งเรื่องใดเป็นพิเศษ เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับความสมัครใจด้วย ทั้งนี้ เพื่อทำให้พรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันการเมืองที่แข็งแรง

          สำหรับกระแสต่อต้านจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยบางส่วน โดยเฉพาะกรณีที่กังวลว่า จะเข้าไปดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีนั้น ความจริงแล้วสมาชิกบ้านเลขที่ 111 หลายคนก็เคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้ว และตอนนี้ยังไม่มีการต่อต้านอะไร อย่างไรก็ตาม การปรับครม.นั้นถือเป็นอำนาจสิทธิขาดของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จะประเมินความเหมาะสมในเรื่องนี้

 

พท. ร้าวอีก แกนนำพรรคหัก เปลี่ยน กมธ.งบฯ ไม่บอกกล่าว

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2556 ผ่านพ้นไป เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้เกิดปัญหาความไม่เข้าใจกันขึ้น ระหว่างส.ส.กลุ่มหนึ่งกับแกนนำพรรคเพื่อไทย  เนื่องจากส.ส.พรรคเพื่อไทยได้สัดส่วนจำนวนกรรมาธิการฯ ทั้งหมด 25 คน จึงมีการจัดสรรโควตาให้กับส.ส.แต่ละภาค โดยให้แต่ละภาคส่งรายชื่อผู้ที่เหมาะสมจะเป็นกรรมาธิการฯ มาให้กับแกนนำพรรคพิจารณา

          อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่า ภายหลังจากที่แต่ละภาคได้ส่งรายชื่อส.ส.ให้กับแกนนำพรรคไปแล้วนั้น แกนนำพรรคได้มีการแก้ไขรายชื่อผู้ที่จะเป็นกรรมาธิการฯ จำนวนหนึ่ง ก่อนที่จะให้แกนนำพรรคคนหนึ่งนำรายชื่อไปมอบให้กับนายกรัฐมนตรีที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ส.ส.หลายคนโดยเฉพาะคนที่ถูกส่งชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมาธิการฯ แสดงความไม่พอใจว่า พรรคทำเหมือนไม่ให้เกียรติส.ส.เลย

          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า มีส.ส.ของพรรครายหนึ่งถึงกับระบุว่า พรรคพูดมาตลอดว่า ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่ภายในพรรคเองขณะนี้กลับไม่มีความเป็นประชาธิปไตย ยังเป็นเผด็จการเสียเอง เนื่องจากส.ส.ที่ถูกส่งรายชื่อไปว่าจะให้ดำรงตำแหน่งกรรมาธิการฯ นั้น เกือบทุกคนรู้แล้วว่า ตัวเองจะได้เป็นกรรมาธิการฯ แต่พรรคกลับมาเปลี่ยนแปลงรายชื่อ โดยที่ไม่บอกกล่าวกับส.ส.ที่ถูกเปลี่ยนชื่อเลย ทำให้ส.ส.ไม่รู้เลยว่า วันรุ่งขึ้นตัวเองจะถูกเปลี่ยนตัว ซึ่งน่าจะให้เกียรติกับส.ส.บ้าง เพราะถ้าหากมาบอกกันก่อนว่าจะขอเปลี่ยนตัวก็เชื่อว่าทุกคนพร้อมที่จะหลีกทางให้ แต่ไม่ใช่นึกจะเปลี่ยนตัวก็ทำโดยไม่บอกกล่าวกันก่อนเลย

          ทั้งนี้ เบื้องต้นส.ส.กลุ่มหนึ่งได้มีการหารือกันแล้วว่า จะสะท้อนความไม่พอใจครั้งนี้ให้แกนนำพรรคได้รับรู้บ้าง โดยในการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่างพรบ.ปรองดองฯ ในสัปดาห์หน้า หรือแม้แต่การประชุมส.ส.ของพรรคนั้น ส.ส.กลุ่มดังกล่าวอาจจะไม่เดินทางไปร่วมประชุมด้วย เว้นแต่ว่าจะมีการทำความเข้าใจกันแล้ว