ข่าว

'ชาลี คำด้วง'ดึงปชช.ร่วมคิดร่วมพัฒนา

'ชาลี คำด้วง'ดึงปชช.ร่วมคิดร่วมพัฒนา

26 พ.ค. 2555

'ชาลี คำด้วง' ดึงปชช. ร่วมคิดร่วมพัฒนา'ป่าคาย' : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น

                "ชาลี คำด้วง"นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ป่าคาย อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ เป็นอดีตข้าราชการครูที่ตัดสินใจลาออกมาประกอบธุรกิจส่วนตัวจนประสบความสำเร็จ และที่ผ่านมาเคยร่วมเป็นแกนนำร่วมกับชาวบ้านป่าคาย ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติจากบรรดานายทุนเอาไว้ กระทั่งมีการรับสมัครเลือกตั้งนายก อบต.ป่าคาย จึงตัดสินใจกระโจนลงเล่นการเมืองท้องถิ่น โดยมีความมุ่งมั่นหวังจะเข้ามาปกป้องทรัพยากรของพื้นที่ให้คงอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน และเพื่อให้ชาว ต.ป่าคาย ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงและโปร่งใส

                นายกชาลี บอกว่า ช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา ได้รับทราบถึงปัญหาความต้องการของประชาชน และจากการลงพื้นที่ทำประชาคมกับชาว ต.ป่าคาย จึงได้เน้นย้ำอยู่เสมอว่าจะเข้ามาบริหารงบประมาณให้เกิดประโยชน์และเกิดประสิทธิภาพ จะช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้ลุล่วง โดยเน้นไปที่ให้ประชาชนเข้ามาร่วมคิดร่วมทำ ด้วยความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้  เพื่อให้ ต.ป่าคายน่าอยู่ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยการนำการบริหารกิจการบ้านเมืองเข้ามาใช้ และสิ่งที่ให้แก่ประชาชนไว้ถือว่าเป็นภารกิจที่สำคัญที่จะต้องยึดและถือปฏิบัติให้เกิดประโยชน์และประชาชนมีความพึงพอใจที่สุด

                นายก อบต.ป่าคาย กล่าวว่า 4 ปีนับจากนี้เป็นต้นไป นโยบายที่สำคัญที่จะต้องดำเนินการลุล่วง ประการแรก คือ โครงสร้างขั้นพื้นฐานยังคงแย่อยู่มาก ลำพังที่อยู่ในความรับผิดชอบของ อบต.ยังมีศักยภาพที่ดูแลได้ แต่ที่อยู่ในการดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องประสานงานเข้ามาพัฒนาและปรับปรุงให้ประชาชนเกิดความพึงพอใจจนถึงที่สุด ขยายระบบน้ำประปาที่ยังมีปัญหาให้เพียงพอ แหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคต้องเร่งดำเนินการให้คลอบคลุมทั้งพื้นที่

                "ขณะเดียวกันจะต้องมีระบบป้องกันน้ำท่วม และสนับสนุนน้ำเพื่อการเกษตร โดยการผลักดันให้เกิดแหล่งน้ำวังขอนแดง ห้วยน้ำใส ห้วยแสร้ง ห้วยดู่ และห้วยลิ้น สนับสนุนให้เกิดสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าคลองตรอน ปรับปรุงฝายสีสวาท ส่งเสริมให้ชุมชนปลูกต้นไม้และนำผลผลิตมากินได้ ขยายเขตไฟฟ้าตามที่อยู่อาศัยและตามพื้นที่การเกษตร ตั้งโคมไฟฟ้าส่องแสงสว่างเพื่อป้องกันอาชญากรรม" นายกชาลีย้ำ

                 ด้านเศรษฐกิจ ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการลงทุนและพาณิชยกรรม จัดตั้งศูนย์กลางการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าทางการเกษตรในพื้นที่ สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนแบบพอเพียงและพึ่งพาตนเองได้ ค้นหาและนำภูมิปัญญาในท้องถิ่นเข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น ตั้งกองทุนส่งเสริมอาชีพเพื่อให้ประชาชนมีรายได้ และเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดเงินทุนประกอบอาชีพ ตลอดจนส่งเสริมอาชีพที่ทำอยู่แล้วให้เกิดการพัฒนาที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

                ส่วนด้านสังคมนั้น ส่งเสริมให้สังคมป่าคายเป็นชุมชนที่น่าอยู่ สถาบันครอบครัวต้องเข้มแข็งและแข็งแรงเป็นภูมิคุ้มกันปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยเอดส์ ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม และเด็กนักเรียนให้ได้รับการดูแลครบทุกราย และอำนวยความสะดวกในการรับเบี้ยรายเดือน อีกทั้งด้านสาธารณสุข ได้เร่งพัฒนาระบบสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพ มีความเข้มแข็งตลอดจนสร้างสุขภาพที่ดีให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนในพื้นที่ให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงทั้งกายและจิตใจ

                ด้านการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และกีฬา ในฐานะที่เคยรับราชการครูมาก่อน รู้ว่าปัญหาด้านการศึกษานั้นอยู่ที่ไหน โดยจะเน้นไปที่การศึกษาทั้งในและนอกระบบ เพื่อให้ประชาชนได้รับการศึกษาที่สูงขึ้น พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ของชุมชน ตลอดจนการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม วัฒนธรรมท้องถิ่น และประเพณีท้องถิ่นให้ยั่งยืนอยู่กับท้องถิ่นจนถึงรุ่นลูกหลาน

                 ปิดท้าย ด้านการเมืองการบริหารงานนั้น จะเน้นไปที่หลักธรรมาภิบาล มุ่งเน้นการบริการที่มีประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

                ที่สำคัญ จะเน้นย้ำไปที่การให้ความรู้เรื่องการส่งเสริมระบบการปกครองของบ้านเมืองที่เป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนเข้ามาร่วมคิดร่วมทำ และร่วมรับผลประโยชน์อย่างแท้จริง

............................
('ชาลี คำด้วง' ดึงปชช. ร่วมคิดร่วมพัฒนา'ป่าคาย' : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น)