
'มาร์ค'จวก'บิ๊กบัง'เขียนด้วยมือลบด้วยเท้า!
'อภิสิทธิ์' จวก 'บิ๊กบัง' เขียนด้วยมือลบด้วยเท้า! เสนอกม.ปรองดอง มั่นใจ 'เรืองไกร' ตรวจสอบ ปชป.เพราะต้องการดิสเครดิต โวลงพื้นที่เชียงใหม่กระแสตอบรับดี ไม่หวั่นแดงต้าน ร้อง กกต.เข้าตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงแนวโน้มการยืดสมัยประชุมสภาออกไป เพื่อรองรับการที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ เสนอร่าง พรบ.ปรองดอง เข้าสู่สภาว่า ตนเคยระแคะระคายเรื่องนี้มาบ้าง แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบสาระของร่าง พรบ.ดังกล่าว แต่ขอย้ำเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ 2 ประเด็น คือ 1. หาก พล.อ.สนธิ จะรีบเร่งนำเสนอกฎหมายดังกล่าวแล้ว จะเป็นการเขียนด้วยมือ ลบด้วยเท้าอีกหรือไม่ 2. ในการเลื่อนวาระการพิจารณาเรื่องนี้ให้เร็วขึ้น ก็มีระเบียบกำหนดอยู่ แต่พอเห็นเป็นเรื่องของผลประโยชน์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แล้ว ก็เป็นที่ชัดว่า กฎกติกาประเพณีต่าง ๆ ถูกโยนทิ้งหมด โดยเฉพาะในเรื่องกฎหมาย มักจะไม่ค่อยมีการเลื่อนขึ้นมา เนื่องจากต้องมีการศึกษารายละเอียด ต้องเรียกผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามรัฐบาลเขาก็ระมัดระวังในเรื่องนี้ โดยตามแผนรัฐบาลคงจะไม่เป็นเจ้าภาพเอง และก็เห็นได้ชัดว่า เขาได้ให้ พล.อ.สนธิ นั้นเป็นคนขับเคลื่อน ตั้งแต่ตอนที่มีคณะกรรมาธิการปรองดองแล้ว จากนั้นก็มีการซุบซิบถึงการตั้งกรรมาธิการฯ งบประมาณ ในสัดส่วนพรรคการเมืองขนาดเล็ก ซึ่งที่สุด พล.อ.สนธิ ก็ได้เป็นกรรมาธิการงบประมาณ
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้เคยตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการเขียนกฎหมายปรองดอง และจนถึงวันนี้ยังสงสัยอยู่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังสงสัยอยู่ว่า ตกลงจะเขียนอย่างไร เพราะในการศึกษาของคณะกรรมาธิการ อะไรต่าง ๆ ก็ยังไม่ได้มีข้อยุติอะไรทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นก็ต้องดูว่า ตกลงมันมีประเด็นที่จะมาอยู่ในกฎหมายที่อ้างอิงกับหลักคิดอะไร เพราะที่ผ่านมา ครม.เคยมอบให้ไปรับฟังคิดเห็นจากประชาชนภายใน 60 วัน แต่จนบัดนี้ยังไม่มีการเริ่มดำเนินการ จึงงงอยู่ว่า จะเอาแนวทางอะไรในการที่จะบอกว่า ต้องเสนอกฎหมายนี้ อย่างไรก็ตามเราต้องดูเนื้อหาของกฎหมาย ถ้าเป็นเรื่องการพา พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้าน มีการล้างผิด ก็ไม่ใช่เป็นกฎหมายปรองดอง แต่เสียงข้างมากในสภาก็สามารถผ่านกฎหมายฉบับนี้ได้ เพียงแต่ว่า จะถูกต้องหรือไม่ และมีปัญหาในเชิงกฎหมายหรือไม่ ต้องดูเนื้อหาอีกครั้ง และขอบอกว่าการออก พรบ.ปรองดอง ไม่ต้องมาอ้างตนและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่าจะได้รับประโยชน์ด้วย เพราะพวกตนไม่ได้เรียกร้องให้มีเรื่องเหล่านี้ เราต้องการให้มีการค้นหาข้อเท็จจริง
"ผมไม่ได้กังวลสถานการณ์ทางการเมืองเท่ากับความเสียหายที่เรากำลังสร้างขึ้นในบ้านเมืองของเรา ที่ทำลายหลักในเรื่องของ นิติรัฐ นิติธรรม แล้วก็สุดท้ายก็จะเห็นว่ากลายเป็นเรื่องที่เอาพี่น้องประชาชนมาเป็นเครื่องมือ สร้างความขัดแย้งขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วทั้งหมดก็เป็นเรื่องผลประโยชน์ของตนเอง"
'อภิสิทธิ์' มั่นใจ 'เรืองไกร' ตรวจสอบ ปชป.เพราะต้องการดิสเครดิต
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่ นายเรื่องไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว. ยังเดินหน้าตรวจสอบเรื่องเงินบริจาคของพรรคประชาธิปัตย์ ล่าสุดเกี่ยวข้องกับเงิน 36 ล้านบาทว่า ทุกเรื่องตรวจสอบได้หมด และพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ทำอะไรผิดกฏหมาย เมื่อไปจุดประเด็นขึ้นมาและพบความจริงแล้วว่าเงินบริจาคนั้น พรรคไม่ได้เอามาใช้จ่ายในพรรค แต่ส่งต่อให้สำนักนายกรัฐมนตรี และใบเสร็จก็ออกให้กับบริษัท นายเรืองไกร ก็คงพยายามจะหา ประเด็นอื่น ซึ่งมีเจตนาชัดเจนอยู่แล้ว และพรรคประชาธิปัตย์ยินดีให้การตรวจสอบ
"ผมรู้สึกแปลกใจว่า เรื่องที่มีปัญหา มีความสำคัญมากกว่านี้เยอะแยะ แต่พยายามมุ่งมาเรื่องนี้เพื่อเป็นการดิสเครดิตพรรค เพราะเอกสารที่เกี่ยวข้องก็ให้ดูหมดแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาก็คงวัตถุประสงค์อื่น"
เมื่อถามว่า คิดว่าเรื่องนี้ทำกันเป็นขบวนการหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขาก็ทำอย่างนี้มาระยะหนึ่งแล้ว และก็คงมีเรื่องอื่นมาเรื่อย ๆ ตนอยากให้สังคมมีสมาธิกับปัญหาของประเทศ เพราะเวลานี้ก็พยายามจะกลบเกลื่อนเรื่องอื่น ๆ
'อภิสิทธิ์' โวลงพื้นที่เชียงใหม่กระแสตอบรับดี ไม่หวั่นแดงต้าน ร้อง กกต.เข้าตรวจสอบ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงการลงพื้นที่ช่วยหาเสียงที่ จ.เชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 3 ให้กับผู้สมัครหมายเลข 2 น.ส.กัลยกรณ์ เจียมกิจวัฒนาว่า รู้สึกดี และชาว จ.เชียงใหม่ ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ซึ่งในเขตเลือกตั้งนี้มี 3 อำเภอ คือ ดอยสะเก็ด สันกำแพง แม่ออน โดยเมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา ก็ได้เดินทางไป 2 อำเภอ เพื่อพบกับพี่น้องประชาชน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี และให้กำลังใจทั้งพรรคประชาธิปัตย์และผู้สมัคร ทุกคนก็ทราบดีว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นรองเยอะ ทั้งนี้ในระหว่างการลงพื้นที่ก็มีคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งที่ชูป้าย ชูตีนตบ ซึ่งตนยืนยันว่า วิถีทางแบบนี้ไม่ใช่วิถีทางประชาธิปไตย แต่เห็นใจคนเหล่านี้เพราะเชื่อว่ายังเป็นผู้ที่อยู่ภายใต้ความเข้าใจ หรือได้ข้อมูลที่ผิด โดยเฉพาะกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่เชื่อว่า ไม่นานนี้ก็คงจะได้เห็นข้อเท็จจริงกันว่า ความจริงแล้วใครมีจุดยืนอย่างไร สนใจใยดีต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มอย่างไร
นาอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากให้พวกเขาเปิดใจให้กว้าง แล้วพิจารณาดูว่าข้อเท็จจริงต่าง ๆ นั้นเป็นอย่างไร โดยเฉพาะท่าทีของรัฐบาล และท่าทีของ พ.ต.ท.ทักษิณ และท่าทีของฝ่ายค้าน เพราะบางคนได้รับข้อมูลด้านเดียวโดยเฉพาะ คนที่มาชุมนุมในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค. ปี 2553 ดังนั้นจะต้องค้นหาความจริงเพื่อที่จะนำไปสู่การปรองดอง
เมื่อถามว่า การที่เสื้อแดงออกมาต่อต้านเป็นการขัดขวางพรรคประชาธิปัตย์ที่จะไปหาเสียงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเคยเรียกร้อง กกต. ไปแล้วว่าต้องใส่ใจเรื่องแบบนี้มากขึ้น ดังนั้นตนจึงอยากให้ กกต. พรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดง ได้คำนึงถึงตรงนี้ว่า การที่เรียกร้องประชาธิปไตยกันนั้น จิตใจเราเป็นประชาธิปไตยกันแค่ไหน และต้องพยายามไม่ให้มันเกิดเงื่อนไขที่จะนำไปสู่การปะทะกัน อย่างไรก็ตามพรรคคงไม่เปลี่ยนแปลงกำหนดการหาเสียง เพียงแต่จะใช้วิธีการเลี่ยงไม่ไปเผชิญหน้า



