ข่าว

'มาร์ค'จวก'บิ๊กบัง'เขียนด้วยมือลบด้วยเท้า!

'มาร์ค'จวก'บิ๊กบัง'เขียนด้วยมือลบด้วยเท้า!

25 พ.ค. 2555

'อภิสิทธิ์' จวก 'บิ๊กบัง' เขียนด้วยมือลบด้วยเท้า! เสนอกม.ปรองดอง มั่นใจ 'เรืองไกร' ตรวจสอบ ปชป.เพราะต้องการดิสเครดิต โวลงพื้นที่เชียงใหม่กระแสตอบรับดี ไม่หวั่นแดงต้าน ร้อง กกต.เข้าตรวจสอบ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 55  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงแนวโน้มการยืดสมัยประชุมสภาออกไป เพื่อรองรับการที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ เสนอร่าง พรบ.ปรองดอง เข้าสู่สภาว่า ตนเคยระแคะระคายเรื่องนี้มาบ้าง แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบสาระของร่าง พรบ.ดังกล่าว แต่ขอย้ำเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ 2 ประเด็น คือ 1. หาก พล.อ.สนธิ จะรีบเร่งนำเสนอกฎหมายดังกล่าวแล้ว จะเป็นการเขียนด้วยมือ ลบด้วยเท้าอีกหรือไม่ 2. ในการเลื่อนวาระการพิจารณาเรื่องนี้ให้เร็วขึ้น ก็มีระเบียบกำหนดอยู่ แต่พอเห็นเป็นเรื่องของผลประโยชน์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แล้ว ก็เป็นที่ชัดว่า กฎกติกาประเพณีต่าง ๆ ถูกโยนทิ้งหมด โดยเฉพาะในเรื่องกฎหมาย มักจะไม่ค่อยมีการเลื่อนขึ้นมา เนื่องจากต้องมีการศึกษารายละเอียด ต้องเรียกผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจง

          นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามรัฐบาลเขาก็ระมัดระวังในเรื่องนี้ โดยตามแผนรัฐบาลคงจะไม่เป็นเจ้าภาพเอง และก็เห็นได้ชัดว่า เขาได้ให้ พล.อ.สนธิ นั้นเป็นคนขับเคลื่อน ตั้งแต่ตอนที่มีคณะกรรมาธิการปรองดองแล้ว จากนั้นก็มีการซุบซิบถึงการตั้งกรรมาธิการฯ งบประมาณ ในสัดส่วนพรรคการเมืองขนาดเล็ก ซึ่งที่สุด พล.อ.สนธิ ก็ได้เป็นกรรมาธิการงบประมาณ

          เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้เคยตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการเขียนกฎหมายปรองดอง และจนถึงวันนี้ยังสงสัยอยู่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังสงสัยอยู่ว่า ตกลงจะเขียนอย่างไร เพราะในการศึกษาของคณะกรรมาธิการ อะไรต่าง ๆ ก็ยังไม่ได้มีข้อยุติอะไรทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นก็ต้องดูว่า ตกลงมันมีประเด็นที่จะมาอยู่ในกฎหมายที่อ้างอิงกับหลักคิดอะไร เพราะที่ผ่านมา ครม.เคยมอบให้ไปรับฟังคิดเห็นจากประชาชนภายใน 60 วัน แต่จนบัดนี้ยังไม่มีการเริ่มดำเนินการ จึงงงอยู่ว่า จะเอาแนวทางอะไรในการที่จะบอกว่า ต้องเสนอกฎหมายนี้ อย่างไรก็ตามเราต้องดูเนื้อหาของกฎหมาย ถ้าเป็นเรื่องการพา พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้าน มีการล้างผิด ก็ไม่ใช่เป็นกฎหมายปรองดอง แต่เสียงข้างมากในสภาก็สามารถผ่านกฎหมายฉบับนี้ได้ เพียงแต่ว่า จะถูกต้องหรือไม่ และมีปัญหาในเชิงกฎหมายหรือไม่ ต้องดูเนื้อหาอีกครั้ง และขอบอกว่าการออก พรบ.ปรองดอง ไม่ต้องมาอ้างตนและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่าจะได้รับประโยชน์ด้วย เพราะพวกตนไม่ได้เรียกร้องให้มีเรื่องเหล่านี้ เราต้องการให้มีการค้นหาข้อเท็จจริง

          "ผมไม่ได้กังวลสถานการณ์ทางการเมืองเท่ากับความเสียหายที่เรากำลังสร้างขึ้นในบ้านเมืองของเรา ที่ทำลายหลักในเรื่องของ นิติรัฐ นิติธรรม แล้วก็สุดท้ายก็จะเห็นว่ากลายเป็นเรื่องที่เอาพี่น้องประชาชนมาเป็นเครื่องมือ สร้างความขัดแย้งขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วทั้งหมดก็เป็นเรื่องผลประโยชน์ของตนเอง"

 

'อภิสิทธิ์' มั่นใจ 'เรืองไกร' ตรวจสอบ ปชป.เพราะต้องการดิสเครดิต

 

          นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่ นายเรื่องไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว. ยังเดินหน้าตรวจสอบเรื่องเงินบริจาคของพรรคประชาธิปัตย์ ล่าสุดเกี่ยวข้องกับเงิน 36 ล้านบาทว่า ทุกเรื่องตรวจสอบได้หมด และพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ทำอะไรผิดกฏหมาย เมื่อไปจุดประเด็นขึ้นมาและพบความจริงแล้วว่าเงินบริจาคนั้น พรรคไม่ได้เอามาใช้จ่ายในพรรค แต่ส่งต่อให้สำนักนายกรัฐมนตรี และใบเสร็จก็ออกให้กับบริษัท นายเรืองไกร ก็คงพยายามจะหา ประเด็นอื่น ซึ่งมีเจตนาชัดเจนอยู่แล้ว และพรรคประชาธิปัตย์ยินดีให้การตรวจสอบ

          "ผมรู้สึกแปลกใจว่า เรื่องที่มีปัญหา มีความสำคัญมากกว่านี้เยอะแยะ แต่พยายามมุ่งมาเรื่องนี้เพื่อเป็นการดิสเครดิตพรรค เพราะเอกสารที่เกี่ยวข้องก็ให้ดูหมดแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาก็คงวัตถุประสงค์อื่น"

          เมื่อถามว่า คิดว่าเรื่องนี้ทำกันเป็นขบวนการหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขาก็ทำอย่างนี้มาระยะหนึ่งแล้ว และก็คงมีเรื่องอื่นมาเรื่อย ๆ ตนอยากให้สังคมมีสมาธิกับปัญหาของประเทศ เพราะเวลานี้ก็พยายามจะกลบเกลื่อนเรื่องอื่น ๆ

 

'อภิสิทธิ์' โวลงพื้นที่เชียงใหม่กระแสตอบรับดี ไม่หวั่นแดงต้าน ร้อง กกต.เข้าตรวจสอบ

 

          นายอภิสิทธิ์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงการลงพื้นที่ช่วยหาเสียงที่ จ.เชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 3 ให้กับผู้สมัครหมายเลข 2 น.ส.กัลยกรณ์ เจียมกิจวัฒนาว่า รู้สึกดี และชาว จ.เชียงใหม่ ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ซึ่งในเขตเลือกตั้งนี้มี 3 อำเภอ คือ ดอยสะเก็ด สันกำแพง แม่ออน โดยเมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา ก็ได้เดินทางไป 2 อำเภอ  เพื่อพบกับพี่น้องประชาชน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี และให้กำลังใจทั้งพรรคประชาธิปัตย์และผู้สมัคร ทุกคนก็ทราบดีว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นรองเยอะ ทั้งนี้ในระหว่างการลงพื้นที่ก็มีคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งที่ชูป้าย ชูตีนตบ ซึ่งตนยืนยันว่า วิถีทางแบบนี้ไม่ใช่วิถีทางประชาธิปไตย แต่เห็นใจคนเหล่านี้เพราะเชื่อว่ายังเป็นผู้ที่อยู่ภายใต้ความเข้าใจ หรือได้ข้อมูลที่ผิด โดยเฉพาะกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่เชื่อว่า ไม่นานนี้ก็คงจะได้เห็นข้อเท็จจริงกันว่า ความจริงแล้วใครมีจุดยืนอย่างไร สนใจใยดีต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มอย่างไร

          นาอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากให้พวกเขาเปิดใจให้กว้าง แล้วพิจารณาดูว่าข้อเท็จจริงต่าง ๆ นั้นเป็นอย่างไร โดยเฉพาะท่าทีของรัฐบาล และท่าทีของ พ.ต.ท.ทักษิณ และท่าทีของฝ่ายค้าน เพราะบางคนได้รับข้อมูลด้านเดียวโดยเฉพาะ คนที่มาชุมนุมในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค. ปี 2553 ดังนั้นจะต้องค้นหาความจริงเพื่อที่จะนำไปสู่การปรองดอง

          เมื่อถามว่า การที่เสื้อแดงออกมาต่อต้านเป็นการขัดขวางพรรคประชาธิปัตย์ที่จะไปหาเสียงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเคยเรียกร้อง กกต. ไปแล้วว่าต้องใส่ใจเรื่องแบบนี้มากขึ้น ดังนั้นตนจึงอยากให้ กกต. พรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดง ได้คำนึงถึงตรงนี้ว่า การที่เรียกร้องประชาธิปไตยกันนั้น จิตใจเราเป็นประชาธิปไตยกันแค่ไหน และต้องพยายามไม่ให้มันเกิดเงื่อนไขที่จะนำไปสู่การปะทะกัน อย่างไรก็ตามพรรคคงไม่เปลี่ยนแปลงกำหนดการหาเสียง เพียงแต่จะใช้วิธีการเลี่ยงไม่ไปเผชิญหน้า