ข่าว

เปิดสาระ'พรบ.ปรองดอง'31พ.ค.สภาถก

เปิดสาระ'พรบ.ปรองดอง'31พ.ค.สภาถก

25 พ.ค. 2555

เปิดสาระ พรบ. ปรองดอง นิรโทษกรรมหมด "ผู้ก่อการร้าย - คนสลายม็อบ" โละคดี คตส. เข้ากระบวนการยุติธรรมปกติ คืนสิทธิ 111 - 109 แต่ไม่ปิดทางฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย “สมศักดิ์” คาดสภา ถก 31 พ.ค.นี้

               25 พ.ค.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  พล.อ.สนธิ บุญยรัตนกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ได้เสนอร่างพรบ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติพ.ศ. โดยได้ระบุถึงเหตุผลและความจำเป็นในการเสนอกฎหมายดังกล่าวซึ่งสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้รับ เมื่อวันที่ 24 พ.ค.เวลา 14.45น.โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

               
               โดยหลักการและเหตุผลระบุว่า  โดยที่ได้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบและความรุนแรงในประเทศในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาโดยเฉพาะเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อเดือนเม.ย.-พ.ค.2553 จนนำไปสู่การสูญเสียชีวิตการบาดเจ็บทางร่างกายและจิตใจ ผู้ต้องหาและจำเลยจึงไม่ใช่เป็นผู้ร้ายหรืออาชญากรดังเช่นคดีอาญาปกติ การยึดทำอำนาจการปกครองแผ่นดินเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 ที่ผ่านมา รวมถึงการยุบพรรคการเมืองและการเพิกถอนสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคที่มิได้ส่วนรู้เห็นกับการกระทำความผิด ทำให้เกิดข้อวิจารณ์เกี่ยวกับความสอดคล้องกับหลักนิติธรรมของกลไกต่างๆของรัฐ กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม

   
               ประกอบกับได้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงกระทบกระเทือนต่อขวัญและกำลังใจของคนในชาติตลอดจนความสงบสุขของบ้านเมืองอีกครั้งหนึ่ง ประชาชนทั่วไปต้องการให้บ้านเมืองเกิดความปรองดองสมานฉันท์ หันหน้าเข้าหากัน แปลงวิกฤติครั้งนี้ให้เป็นโอกาสเพื่อฟื้นความสงบสุขและความเชื่อมั่นของคนในชาติรวมทั้งนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศให้กลับคืนมา

   
               จึงสมควรใช้หลักเมตตาธรรมด้วยการให้อภัยและให้โอกาสกับทุกฝ่ายซึ่งล้วนมีเจตนาดีต่อชาติบ้านเมือง อันเป็นไปตามประเพณีที่ประเทศไทยเคยปฎิบัติมาแล้วหลายครั้งและเป็นไปตามมาตรฐานสากลด้วยการนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดอันมีสาเหตุตจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ได้กระทำระหว่างวันที่ 15 ก.ย.2548จนถึงวันที่ 10 พ.ค.2554 และเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมาด้วยการคืนความชอบธรรมให้แก่ผู้ถูกดำเนินคดีโดยกระบวนการต่างๆที่เกิดขึ้นตามประกาศหรือคำสั่งของคณะปฎิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(คปค.)หรือคำสั่งของหัวหน้าคปค.ที่มิได้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมตามปกติหรือขัดต่อหลักนิติธรรม

   
               อันเป็นการผดุงรักษาไว้ซึ่งระบบนิติธรรมและกระบวนการยุติธรรมของประเทศที่สากลให้การยอมรับ รวมทั้งการคืนสิทธิทางการเมืองให้กับกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่มิได้มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำความผิดอันเป็นเหตุให้มีการยุบพรรคการเมืองนั้น เพื่อให้โอกาสแก่ทุกฝ่ายได้เข้ามาใช้ความรู้ความสามารถของตนร่วมกันแก้ไขปัญหาและนำพาประเทศให้ก้าวข้ามความขัดแย้งครั้งนี้ไปสู่สันติภาพและความมั่นคงสืบไป จึงจำเป็นต้องตราพรบ.นี้
 
               โดยเนื้อหา พรบ. ฉบับนี้ประกอบด้วย

               มาตรา1 พรบ.นี้เรียกว่า พรบ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ...

               มาตรา2 พรบ.นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

               มาตรา 3 ให้บรรดาการกระทำใดๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมืองตั้งแต่วันที่15 กันยายน พ.ศ. 2548 จนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 หากมีการกระทำใดเป็นความผิดตามกฎหมาย ให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดต่อไป และให้ผู้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง

               การกระทำตามวรรคหนึ่งให้หมายความถึงการกระทำของบุคคลดังต่อไปนี้
   
               (1) การกระทำทั้งหลายของบุคคลที่เกิดจากการชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายที่ห้ามการชุมนุม การกล่าววาจาหรือโฆษณาด้วยวิธีใดเพื่อเรียกร้องหรือให้มีการต่อต้านรัฐ การต่อสู้ขัดขืนการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือการประท้วงด้วยวิธีใดๆอันเป็นการกระทบต่อร่างกายหรือทรัพย์สินของบุคคลอื่นซึ่งเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองหรือการแสดงออกทางการเมือง

               (2) การกระทำทั้งหลายของเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลใดๆอันเกี่ยวเนื่องกับการป้องกันระงับหรือปราบปรามในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมือง หรือการกระทำใดที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำดังกล่าว

               มาตรา 4 เมื่อพรบ.นี้มีผลใช้บังคับแล้ว ถ้าผู้กระทำการตามมาตรา 3 อยู่ในระหว่างการสอบสวนให้ผู้มีอำนาจสอบสวนระงับการสอบสวนผู้นั้น ถ้าอยู่ในระหว่างการฟ้องร้องให้พนักงานอัยการหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องระงับการฟ้องหรือให้ถอนฟ้อง ถ้าผู้นั้นอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดี ถ้าได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิด ถ้าผู้นั้นรับโทษอยู่ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลงและปล่อยตัวผู้นั้น

               มาตรา 5 ให้ถือว่าบุคคลที่ได้รับผลระทบจากการดำเนินการหรือการปฏิบัติทั้งหลายขององค์กรหรือคณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งโดยประกาศหรือคำสั่งของคปค. หรือคำสั่งของหัวหน้าคปค. ซึ่งได้ยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินเมื่อวันที่ 19กันยายน พ.ศ. 2549 หรือการดำเนินการหรือการปฏิบัติทั้งหลายขององค์กร หรือหน่วยงานอื่นใดอันเป็นผลสืบเนื่องจากการดำเนินการหรือการปฏิบัติขององค์กรหรือของคณะบุคคลดังกล่าว มิได้เป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือเป็นผู้กระทำความผิด โดยให้นำความในมาตรา 4 มาใช้บังคับโดยอนุโลม และให้องค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติต่อบุคคลที่ได้รับผลกระทบนั้นให้เป็นไปตามหลักนิติธรรมต่อไป
       
               มาตรา 6 เพื่อให้บุคคลได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาประเทศซึ่งเป็นการสร้างความปรองดองในสังคม ให้การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของบุคคลผู้เป็นกรรมมาการบริหารพรรคการเมืองเพราะเหตุมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคการเมืองเป็นอันสิ้นสุดลง และให้ถือว่าบุคคลผู้นั้นไม่เป็นผู้ถูกเพิกถอนสิทฺเลือกตั้งนับแต่วันที่พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ
       
               มาตรา 7 การกระทำใดๆตรมพรบ.นี้ไม่เป็นการตัดสิทธิของบุคคลซึ่งมิใช่องค์กรหรือหน่วยงานของรัฐที่จะเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งจากการะกระทำของบุคคลใดซึ่งพ้นจากความรับผิดชอบตามพ.ร.บ.นี้และทำให้ตนต้องได้รับความเสียหาย
       
               มาตรา 8 ให้นายรัฐมนตรีรักษาการตามพรบ.นี้     
   

 
“สมศักดิ์”คาดสภาถก31พ.ค.นี้



               นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า  ถ้ารายละเอียดขั้นตอนการนำเสนอร่างพรบ.เข้าสู่สภาถูกต้อง ก็สามารถบรรจุต่อท้ายวาระเร่งด่วนได้เลย และสามารถเลื่อนวาระขึ้นมาพิจารณาในวันที่ 31 พ.ค.ได้

               นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 5 มิ.ย.จะเป็นการประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฯในวาระ 3 ซึ่งไม่แน่ใจว่าเสร็จแล้วจะปิดสมัยประชุมได้เลยหรือไม่ เพราะยังมีระเบียบค้างในวาระพอสมควร



“ยงยุทธ”สบช่องหนุน“บิ๊กบัง”

               นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ดีและเป็นสิทธิของ ส.ส. ที่มีอำนาจในการเสนอร่างกฎหมาย ส่วน ปคอป.ก็จะเดินหน้ารับฟังความคิดเห็นของประชาชนในเรื่องการปรองดอง

   

“วัฒนา”ชี้ “ทักษิณ”ต้องกลับมาสู้คดียันต้องนับ1ใหม่


               นายวัฒนา เมืองสุข ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าว พรบ.นี้ไม่ว่าใคร ไม่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนากรัฐมนตรี หรือตนที่ถูกดำนเนินคดี แม้ว่าศาลตัดสินตนยกฟ้อง ก็ต้องมานับ 1 ใหม่ และพ.ต.ท.ทักษิณ เองก็ต้องกลับมาสู้คดี และคดีต่างๆจะเริ่มใหม่ ก็ต้องดู ว่าคดีอยู่ในอำนาจใคร ก็เป็นคนไปทำ และปปช.ก็มีอยู่แล้ว"

     
               เมื่อถามว่าจะมีผลแต่ความน่าเชื่อถือของศาลหรือไม่ เพราะศาลได้ตัดสินไปแล้ว นายวัฒนา กล่าวว่า คดีแบบนี้ เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ 2517 นายอุทัย พิมใจชน ไปกล่าวหาจอมพล.ป.พิบูลย์สงคราม และจอมพล.ถนอม ฟ้องศาล ศาลบอกสิ่งที่จอมพล ถนอม ทำถูกต้องหมดแล้ว เพราะเขาเป็นรัฐถาธิปัตย์ ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 21 สั่งจำคุก10 ปี พอเหตุการณ์ 16 ตุลา จอมพลถนอม ถูกไล่ และเมื่อเกิดสภานิติบัญญัติ ก็ยกเลิกไป



"แก้วสรร"โวยร่างลบล้างอำนาจตุลาการ



               นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตกรรมการคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ  ให้สัมภาษณ์ "สำนักข่าวเนชั่น"ว่า ถ้าทำอย่างนี้ก็เป็นแค่กฎหมายระดับ พรบ. ซึ่งจะเป็นปัญหาทางนิติศาสตร์ ว่าขัดการกระทำเช่นนี้ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ที่ฝ่ายนิติบัญญัติจะโผล่มาออกกฎหมายล้มล้างคดีที่อำนาจตุลากรดำเนินการไปแล้ว หรือย้อนหลังไปทำลายการทำงานตามกฎหมายที่ผ่านมาในอดีต  ซึ่งเรื่องนี้คงต้องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญแน่นอน


   
“อภิสิทธิ์”จวก“บิ๊กบัง”เขียนด้วยมือลบด้วยเท้า



               นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า หาก พล.อ.สนธิจะรีบเร่งนำเสนอกฎหมายดังกล่าวแล้ว จะเป็นการเขียนด้วยมือ ลบด้วยเท้าอีกหรือไม่ และในการเลื่อนวาระการพิจารณาเรื่องนี้ให้เร็วขึ้นก็มีระเบียบกำหนดอยู่ แต่พอเห็นเป็นเรื่องของผลประโยชน์ของ พ.ต.ท.ทักษิณแล้ว ก็เป็นที่ชัดว่ากฎกติกาประเพณีต่าง ๆ ถูกโยนทิ้งหมด โดยเฉพาะในเรื่องกฎหมายมักจะไม่ค่อยมีการเลื่อนขึ้นมา เนื่องจากต้องมีการศึกษารายละเอียด ต้องเรียกผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจง