
โพลล์ชี้ปชช.เดือดร้อนจากการขึ้นราคาน้ำมัน
'แม่โจ้โพลล์' เผยผลสำรวจความคิดเห็นคนไทยกับภาวะ 'ค่าครองชีพ' ในปัจจุบัน พบปชช. 66.9% เดือดร้อนจากการปรับขึ้นของราคาน้ำมัน ปชช.ถึง 40% มีรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายประจำวัน
25 พ.ค.55 ดร.วราภรณ์ งามสมสุข รองผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร หรือ แม่โจ้โพลล์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดเผยว่า แม่โจ้โพลล์ ได้สอบถามความคิดเห็นในหัวข้อ คนไทยกับภาวะ “ค่าครองชีพ” ในปัจจุบัน โดยได้สอบถามประชาชนในกลุ่มวัยทำงานทั่วประเทศ กลุ่มตัวอย่างช่วงอายุระหว่าง 25 -35 ปี จำนวน 703 คน ระหว่างวันที่ 5 - 20 พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา เพื่อสอบถามถึงผลกระทบที่ประชาชนได้รับจากปัญหาภาวะเศรษฐกิจที่ทำให้ราคาสินค้าต่างๆปรับตัวสูงขึ้นจนประชาชนมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ทั้งนี้ผลจากสอบถามเรื่องการปรับขึ้นของราคาสินค้าชนิดใดที่ส่งผลกระทบมากที่สุด 3 อันดับแรก ปรากฎว่าประชาชนกว่า 90% ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาน้ำมัน 66.9% จากการปรับขึ้นราคาเครื่องใช้ในครัวเรือน 65.3% จากการปรับขึ้นราคาของสาธารณูปโภค 40.8% จากราคาอาหารปรุงสำเร็จ และ 35.8% จากเครื่องปรุงประกอบอาหาร นอกจากนี้เมื่อสอบถามว่าใน 1 วัน ประชาชนมีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าใด ประชาชน 56.9% มีค่าใช้จ่ายระหว่าง 101-300 บาทต่อวัน 27.0 % มีค่าใช้จ่ายระหว่าง 301-500 บาทต่อวัน 10.7% มีค่าใช้จ่ายมากกว่า 500 บาทต่อวัน และ 5.4% มีค่าใช้จ่ายไม่เกิน 100 บาทต่อวัน และเมื่อสอบถามว่าปัจจุบันประชาชนมีรายได้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนหรือไม่ กว่า 40.0% บอกว่าไม่เพียงพอ 36.1% บอกว่าเกือบไม่พอ และ 23.9% บอกว่าเพียงพอ
ดร.วราภรณ์ กล่าวว่า เมื่อสอบถามถึงมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐบาล เช่น มาตรการ รถเมล์ฟรี/รถไฟฟรี/ค่าไฟฟ้าฟรี (จำกัดจำนวนหน่วย) ว่าช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนหรือไม่ 65% ตอบว่าช่วยได้ 35.0% ตอบว่าช่วยไม่ได้ มาตรการสินค้าธงฟ้า 55.8% ตอบว่าช่วยได้ อีก 42.0% ตอบว่าช่วยไม่ได้ มาตรการปรับขึ้นเงินเดือนและค่าครองชีพ 15,000 บาท 53.9% ตอบว่าช่วยได้ อีก 46.1% ตอบว่าช่วยไม่ได้ ส่วนมาตรการโครงการ ร้านค้า “ถูกทั้งแผ่นดิน” ประชาชน 48.1% ตอบว่าช่วยได้ อีก 51.9% ตอบว่าช่วยไม่ได้และมาตรการปรับขึ้นค่าแรง 300 บาท/วัน ประชาชน 47.7% ตอบว่าช่วยได้ แต่ประชาชน 52.3% ตอบว่าช่วยไม่ได้
ส่วนคำถามต่อข้อเสนอแนะต่อมาตรการของรัฐบาล ประชาชน 38.0% ตอบว่า ควรออกมาตรการอื่นๆเพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ได้ประโยชน์ทุกกลุ่ม 26.3% ตอบว่าควรแก้ไขที่ต้นเหตุโดยการควบคุมราคาสินค้าที่มีผลกระทบต่อการปรับราคาของสินค้าอื่นๆ 24.5% ตอบว่าควรมีมาตรการอย่างต่อเนื่องและทำให้เป็นระบบ 6.84% ตอบว่า ไม่ควรทำโครงการประชานิยม เพราะทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดิน และอีก 4.4% ตอบว่า รัฐบาลควรแสดงข้อมูลเรื่อง ต้นทุนสินค้าแก่ประชาชนให้ทราบก่อนมีการปรับ ขึ้นราคา
เมื่อถามว่าประชาชนมีวิธีการปรับตัวอย่างไรในภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบัน กว่า 59.0% ปรับตัวโดยวิธีลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น อีก 32.1% ใช้หลักการเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และ 8.9% หารายได้เสริม เพิ่มเติมจากรายได้ที่มีอยู่และเมื่อสอบว่าถึงความคิดเห็นของประชาชนว่าต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาค่าครองชีพสูงในปัจจุบันอย่างไรบ้าง 34.8% ต้องการให้รัฐบาลปรับค่าแรงและรายได้ทุกระดับเพื่อไปในทิศทางเดียวกันกับค่าครองชีพ 32.3% ต้องการให้ควบคุมราคาสินค้าไม่ให้ขึ้นราคากระทบประชาชนทั่วไป อีก 23.1% ต้องการให้ลดหรือควบคุมราคาน้ำมันเนื่องจากเป็นต้นทุนของสินค้าหลายๆชนิด และ 9.8% ต้องการให้มีมาตรการลดค่าครองชีพประชาชนต่อไป เช่น สินค้าธงฟ้า



