
'ปู'เทงบฯหนุนนักกีฬาไทยก้าวระดับโลก
'ยิ่งลักษณ์' ลั่นรบ. พร้อมหนุนนักกีฬาไทยให้ก้าวขึ้นระดับโลก วอนทุกภาคส่วนร่วมมือกันผลักดัน ด้าน 'ชุุมพล' ดีใจรัฐเทงบหนุนกีฬา หวังได้2เหรียญจากลอนดอนเกมส์
25 พ.ค.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานแถลงข่าวความร่วมมือโครงการสนับสนุนกีฬาจากภาคราชการ รัฐวิสาหกิจและเอกชน พร้อมด้วยนายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายกิตติรัตน์ ณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือของหน่วยงานราชการและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจจำนวน 14 หน่วยงาน ได้แก่ 1.บริษัทการบินไทย จำกัดมหาชน 2.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 3.ธนาคารออมสิน 4.ธนาคารกรุงไทยจำกัด 5.บริษัททีโอที จำกัดมหาชน 6.การประปานครหลวง 7.การไฟฟ้านครหลวง 8.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 9.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 10.การท่าเรือแห่งประเทศไทย 11.บริษัท ปตท.จำกัดมหาชน 12.โรงงานยาสูบกระทรวงการคลัง 13.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ และ 14.องค์กรเภสัชกรรม
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในการพัฒนากีฬาและส่งเสริมในด้านกีฬา ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลที่มีความต้องการสนับสนุนให้ประชาชนและพัฒนาให้ศักยภาพในด้านกีฬาของเยาวชนไทยก้าวไปสู่เวทีโลก วันนี้ถือเป็นคำตอบแล้วว่าการกีฬาได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานราชการและภาครัฐวิสาหกิจเป็นอย่างมาก เนื่องจากทุกภาคส่วนต่างเล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนากีฬาให้แก่เยาวชน เพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศ ทางรัฐบาลจึงต้องเตรียมความพร้อมและสนับสนุนนักกีฬาทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งเทคโนโลยีต่างๆเพื่อเร่งพัฒนาองค์ความรู้ให้แก่วงการกีฬา อย่างไรก็ตามรัฐบาลยืนยันว่าให้การสนับสนุนกีฬาในทุกประเภท โดยมีการจัดสรรงบประมาณให้มีจำนวนมากขึ้น อย่างไรก็ตามรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียวคงไม่สามารถพัฒนาวงการกีฬาให้ก้าวสู่ระดับสากลได้ จึงอยากให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันเป็นพลังในการสร้างความเข้มแข็งในด้านกีฬาให้แก่เยาวชนสืบต่อไป
'ชุุมพล'หวังไทยได้สองเหรียญจากลอนดอนเกมส์
วันเดียวกัน นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวภายหลังร่วมงานแถลงข่าวความร่วมมือโครงการสนับสนุนกีฬาจากภาคราชการรัฐวิสาหกิจและเอกชน ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า วันนี้เป็นวันที่ได้ชุบชีวิตให้กับโครงการหนึ่งกีฬาหนึ่งรัฐวิสาหกิจ โดยได้ปรับเปลี่ยนบทบาทใหม่ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น คือว่าแทนที่จะเป็นรัฐวิสาหกิจอย่างเดียวที่จะมาช่วยสนับสนุนวงการกีฬา ก็ขอให้ภาคเอกชนและภาคราชการ คำว่าภาคราชการนี้หมายถึง 151 กรม ต่างๆนี้มาร่วมด้วย หลังจากที่ผ่านมาไม่เคยได้ร่วม
เมื่อถามถึงงบประมาณในการสนับสนุนการกีฬาในครั้งนี้ที่เพิ่มขึ้น นายชุมพล กล่าวว่า เวลานี้ภาควิสาหกิจได้มอบงบสนันสนุนมาแล้ว 800 ล้านบาท โดยจะมีภาคเอกชนและภาคราชการก็จะตามมาอีก เมื่อถามว่า มีแผนปรับปรุงในเรื่องผู้บริหารงานในวงการกีฬาเพื่อการเปลี่ยนแปลงหรือไม่นายชุมพล ตอบว่า ก็เป็นการดำรงตำแหน่งตามวาระ 4 ปี และบอร์ดบริหารก็ติดตามประเมินผลงานอยู่ตลอด ปัญหาต่างๆในวงการกีฬาก็ได้รับการจัดการเรียบร้อยแล้วอย่างเช่นเรื่องความขัดแย้งของบัวขาว ป.ประมุข กับค่ายมวยป.ประมุข เรื่องของสมาคมบาสเก็ตบอล สมาคมยิงปืน โดยให้จับตาดูผลงานของแต่ละสมาคมในการประเมินความก้าวหน้า
ส่วนกรณีความคาดหวังในเรื่องผลงานของนักกีฬาไทยในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคปี 2012 หรือ ลอนดอนเกมส์ นั้นรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "คาดหวังไว้ว่านักกีฬาไทยจะมีเหรียญรางวัลกลับมา 2-3 เหรียญก็พอ เทคควันโด้กับยกน้ำหนักก็ตั้งความหวังไว้สูงพอสมควร คู่แข่งของเราก็แข็งแกร่งขึ้นสักสองสามเหรียญก็พอแล้ว”



