'ในหลวง'ทรงชุดทหารบกเสด็จฯทุ่งมะขามหย่อง
"ในหลวง" ฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารบก เสด็จฯไปยังทุ่งมะขามหย่อง ประชาชนทั่วทุกสารทิศรอเฝ้าฯรับเสด็จแน่น ขณะที่กรมศิลปากรเตรียมเป็นจดหมายเหตุแห่งชาติ พร้อมภาพเหตุการณ์พสกนิกรชาวไทยเฝ้าฯรอรับเสด็จ "สุกำพล" บอกคนไทยปลาบปลื้มเห็น "ในหลวง" ทรงแข็งแรง
เมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 25 พฤษภาคม 2555 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินลงจากที่ประทับชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช โดยรถเข็นพระที่นั่ง พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯ ออกจากโรงพยาบาลศิริราชไปยังพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย ทุ่งมะขามหย่อง ต.บ้านใหม่ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นการส่วนพระองค์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระพักตร์แจ่มใส ทรงแย้มพระสรวลตลอดเวลา ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฉลองพระองค์ชุดทหาร ขณะที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ฉลองพระองค์ด้วยชุดโทนสีม่วง
ระหว่างเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน พสกนิกรที่มารอเฝ้ารับเสด็จต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้องไปทั่วทั้งโรงพยาบาลศิริราช และด้านนอกตลอดเส้นทาง เมื่อขบวนรถยนต์พระที่นั่งถึงพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย ในเวลา 17.50 น. ประชาชนที่รอเฝ้ารับเสด็จอยู่ทั่วพื้นที่ทุ่งมะขามหย่องก็พากันโบกธงและเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้องด้วยความปีติยินดีตลอดเวลาที่ขบวนรถยนต์พระที่งนั่งผ่าน
จากนั้นเจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญพวงมาลัยถวาย แล้วพระราชทานไปถวายสักการะที่โต๊ะหมู่หน้าพระราชานุสาวรีย์ ก่อนประทับรถยนต์พระที่นั่งทอดพระเนตรบริเวณรอบพระราชานุสาวรีย์ จากนั้นเสด็จฯ ไปยังศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน และผลิตผลการเกษตร
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เฝ้าฯ รับเสด็จ ทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัย และโฉนดที่ดินแปลงนาที่ทรงเกี่ยวข้าว นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุนมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จากนั้นเสด็จฯ ไปยังศาลากลางน้ำทอดพระเนตรการแสดงสื่อผสม "ทุ่งมะขามหย่อง แผ่นดินแห่งพระมหากรุณาธิคุณ"
ผบ.ทร.ปลื้มปิติ"ในหลวง"ทรงแข็งแรงเยี่ยมพสกนิกร
พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวว่า ตนมีความรู้สึกเหมือนกับประชาชนชาวไทยที่ปลาบปลื้มที่เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมประชาชนในพื้นที่ทุ่งมะขามหย่อง ที่สำคัญเมื่อเราเห็นพลานามัยของพระองค์ท่านสมบูรณ์แข็งแรงทำให้ประชาชนคนไทยทุกคนปลาบปลื้ม และรอคอยที่เห็นพระองค์ท่านถือเป็นของขวัญอันยิ่งใหญ่
พสกนิกรนับหมื่นแห่จองสถานที่เฝ้าฯรับเสด็จ
ทั้งนี้ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ที่พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย พบว่า ประชาชนพากันเดินทางมาเฝ้ารอรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด 03.00 น. โดยประชาชนส่วนหนึ่งจอดรถริมถนนสาย 347 บางปะอิน-บางปะหัน ตรงหน้าพระราชานุสาวรีย์ฯ เลยไปถึงถนนที่อยู่ด้านนอก ซึ่งเป็นคันกั้นน้ำ เป็นระยะทางยาวกว่า 3 ก.ม.
ขณะที่บริเวณจุดจอดที่ทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้จัดสถานที่จอดให้ ที่พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทุ่งภูเขาทอง วัดเกต และสถาบันเทคโนโลยีแห่งอโยธยา ประชาชนเริ่มนำรถมาจอด และไม่รอรถรับส่งที่จัดไว้ ต่างพากันเดินเข้าไปที่ทุ่งมะขามหย่อง ซึ่งประชาชนกว่าหมื่นคน พากันมาจับจองสถานที่แน่นด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ซึ่งจนท.อนุญาตให้นั่งเพียงฝั่งเดียว
นายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ได้เดินพบปะกับประชาชนที่มาเฝ้ารอรับเสด็จ และชี้แจงถึงการปฏิบัติตัวในการรอรับเสด็จ โดยประชาชนส่วนใหญ่จะต้องออกไปรับการตรวจจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งมีทั้งทหารและตำรวจ ซึ่งในเช้าวันเดียวกันนี้มี พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา และพ.ต.อ.สมบัติ ชูชัยยะ รองผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา มาอำนวยการตั้งแต่ช่วงเช้า ร่วมกับกำลังของทหารจากหน่วยต่าง ๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จะมีการแจกสูจิบัตร จำนวน 1 หมื่นเล่มที่บริเวณทางเข้า และจะมีการปิดการจราจรโดยเด็ดขาดในเวลา 14.00 น. เพื่อให้เกิดความพร้อม ในการเตรียมรับเสด็จ
ซาบซึ้งได้เฝ้าฯรับเสด็จ
นายสมาน ดาวเรือง อายุ 80 ปี ประชาชนจังหวัดนครสวรรค์ เดินทางมาจาก อ.ตาคลี ตั้งแต่เมื่อเช้าวันที่ 24 พ.ค. และมาหลับนอนอยู่ภายในพระราชานุสาวรีย์ เปิดเผยว่าเคยไปเฝ้ารับเสด็จที่รพ.ศิริราชมาแล้ว และอยากชื่นชมพระบารมีอีก
ด้านนางประภาพร เกียรติ์กระโทก อายุ 64 ปี เปิดเผยว่า เดินทางมาจาก อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา เพราะอยากที่จะเปล่งเสียงถวายพระพรพระองค์ ซึ่งครอบครัวก็กำลังตามมา โดยคืนที่ผ่านมาก็หลับนอนที่ทุ่งมะขามหย่อง
นายดุสิต จันทร์คง อายุ 38 ปี ภูมิลำเนา จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า เดินทางโดยรถไฟฟรีออกมาตั้งแต่ 06.00 น.มาถึง จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 24 พ.ค.รีบเข้ามาจับจองนอนที่ริมอ่างน้ำโดยหวังว่าจะได้เห็นพระองค์ ที่บริเวณศาลากลางน้ำ ปรากฎว่าฝนตกต้องเข้าไปอาศัยวัดเกตุนอน ตื่น 04.00 น.วันที่ 25 พ.ค. จึงรีบมาจองที่นั่ง แม้จะอยู่ไกลแต่ไม่ย่อท้อที่จะเดินทางอยากเข้าเฝ้าอยากเห็นพระบารมีของพระองค์อย่างใกล้ชิด
กรมศิลป์บันทึกเป็นจดหมายเหตุแห่งชาติ
นางสุรีย์รัตน์ วงศ์เสงี่ยม รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร จะมีการจดบันทึกจดหมายเหตุ เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ในการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน มาประทับ ณ ทุ่งมะขามหย่อง จ. พระนครศรีอยุธยา
โดยจะจดบันทึกเหตุการณ์ตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินออกจากโรงพยาบาลศิริราช จนกระทั่งถึงที่ประทับ ณ ทุ่งมะขามหย่อง และเสด็จฯกลับ
นอกจากนี้ ยังมีการบันทึกภาพเหตุการณ์พสกนิกรชาวไทยที่มาเฝ้าฯรอรับเสด็จอีกด้วย โดยจะมีการประสานกับทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดงาน และสื่อมวลชนทุกแขนง เพื่อรวบรวมข้อมูลเอกสาร และภาพถ่ายตลอดการประทับ ณ ทุ่งมะขามหย่อง
"สุกำพล"บอกคนไทยปลาบปลื้มเห็น"ในหลวง"แข็งแรง
เมื่อเวลา 13.00 น. พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากการเยือนลาวถึงกรณีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมประชาชนที่ทุ่งมะขามหย่อง จ.พระนครศรีอยุธยาว่า มองว่าเป็นเรื่องที่ดีและเป็นการแสดงออกว่าพระองค์ทรงมีพระวรกายแข็งแรงขึ้นแล้วคนไทยปลาบปลื้มมาก
................
(หมายเหตุ : ภาพสูจิบัตรโดยกองบรรณาธิการข่าวสังคมสำนักข่าวไทย)



