
ปชป.บี้'ปู'ปรามแดงเชียงใหม่
"ปชป." บี้ "ยิ่งลักษณ์" ปรามแดงเชียงใหม่ หลังตามไล่คณะหาเสียง "มาร์ค" พร้อมขอ กกต. ตรวจสอบ แนะจับตา บิ๊กบังเตรียมดันพ.ร.บ.ปรองดองเข้าสภาสัปดาห์หน้า ปูทาง ทักษิณกลับบ้านอย่างเท่ห์
วันที่ 25 พ.ค.55 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คนเสื้อแดงตามไล่คณะของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระหว่างการลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับนางกัลยากรณ์ เจียมกิจวัฒนา ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ว่า ขอเรียกร้องไปยังน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นคนในพื้นที่และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็เกิดที่อ.สันกำแพง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ควรเตือนคนเสื้อแดงที่จ.เชียงใหม่ไม่ให้แสดงพฤติกรรมดังกล่าว เพื่อเป็นสร้างบรรยากาศการปรองดอง ให้กระบวนการประชาธิปไตยเริ่มต้นที่บ้านเกิดตัวเอง เพราะตนไม่อยากเห็นท่าทีที่ทำตัวไม่รู้ไม่ชี้ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ อีกต่อไป
นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ขอเรียกร้องไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ลงมาตรวจสอบพฤติกรรมของคนเสื้อแดงดังกล่าว เพราะเป็นการขัดขวางการหาเสียงตามระบอบประชาธิปไตย ถึงขนาดบางจุดนายอภิสิทธิ์ ไม่สามารถลงไปหาเสียงได้ เพราะคนเสื้อแดงมีท่าทีขัดขวาง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องแปลกที่กลายเป็นว่ามีหมู่บ้าน หรือตลาดบางแห่งที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถไปได้ โดยเกรงว่าพฤติกรรมนี้อาจลุกลามไปทุกภูมิภาค ไม่เว้นแม้แต่ภาคใต้ก็ได้
“อยากให้ กกต. ตรวจสอบว่ามีพรรคการเมืองหรือนักการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ เพราะหากพบว่าอยู่เบื้องหลังก็สามารถเอาผิดถึงขึ้นยุบพรรคได้ และกกต.ควรดูแลเพื่อเป็นคดีตัวอย่าง และเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม นอกจากนี้พรรคการเมืองเองก็ต้องปรามพฤติกรรมดังกล่าวไม่ให้ไปขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตย ซึ่งเรื่องนี้พรรคจะรอดูท่าทีของ กกต. หากยังไม่ดำเนินการ พรรคจะยื่นร้องเอง ซึ่งได้มีการบันทึกคลิปวีดีโอการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงเอาไว้แล้ว หากเห็นว่าสามารถร้องถึงยุบพรรคได้เราก็จะดำเนินการ” นายชวนนท์ กล่าวและ
นายชวนนท์ กล่าวว่า แม้ว่าจะถูกต่อต้าน แต่ยืนยันว่าพรรคได้รับกระแสตอบรับมากกว่าที่คิด และเป็นที่นิยมชมชอบมากกว่าเดิม จะไม่มีการทำให้แกนนำพรรคหยุดลงพื้นที่หาเสียง โดยกำลังดูว่าจะให้นายอภิสิทธิ์ ลงพื้นที่อีกเมื่อใด และจะมีการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดขึ้น โดยต้องขอกำลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลเพิ่มเติม
ปชป.แนะจับตา “บิ๊กบัง”เตรียมดันพ.ร.บ.ปรองดองเข้าสภาสัปดาห์หน้า
นายชวนนท์ กล่าวถึงการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองว่า นายกฯทิ้งภารกิจไม่มอบเงินเอง แสดงว่าไม่จริงใจต่อพี่น้องเสื้อแดงและไม่จริงจังต่อการแก้ปัญหาให้ประชาชนทั้งที่เป็นเรื่องใหญ่ หรือเป็นเพราะกลัวถูกยื่นฟ้องร้องภายหลัง หรือกลัวว่าไม่สามารถตอบคำถามต่าง ๆ ที่ประชาชนมาเรียกร้องหรือขอความช่วยเหลือภายหลังได้ อีกทั้งรัฐบาลทำอย่างฉุกละหุก เพราะกลัวเสียมวลชนหลังจากที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ วีดีโอลิงก์มาวันที่ 19 พ.ค.ว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาเป็นเรื่องปัญญาอ่อน ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องเสียเกียรติเดินหน้าในการแจกเงินเยียวยาเพื่อปิดปากคนเสื้อแดง และเอาเงินมาเยียวยาปัญหาของพ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อให้คนเสื้อแดงมีอารมณ์ผ่อนคลายลง สังเกตได้ว่า นางนิชา ธุวธรรม ภรรยาของพล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์การชุมนุม เพิ่งได้รับแจ้งก่อนวันจ่ายเงินเยียวยาเพียง 1 วันเท่านั้น
นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า ระหว่างการจ่ายเงินเยียวยายังมีการให้คนเสื้อแดงถอนฟ้องในคดีแพ่งกับหน่วยงานรัฐทุกกรณีเพื่อเป็นการปูทางนิรโทษกรรมให้กับทุกคน ซึ่งทราบว่าในสัปดาห์หน้า หรือภายในสมัยประชุมสภานี้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ จะเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เข้าสู่ที่ประชุมสภา ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญคือการล้างผิดให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหลังเหตุการณ์รัฐประหาร จะทำให้ไม่มีผู้ได้รับผิดในช่วงดังกล่าว ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ทราบเรื่องนี้ดีจึงวีดีโอลิงก์เข้ามาและสั่งให้จ่ายเงินเยียวยาอย่างตะกุกตุกัก ตนจึงอยากชี้ให้คนเสี้อแดงเห็นว่า คนเสื้อแดงที่เสียชีวิตกำลังตายฟรี และเป็นพรมให้พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางกลับบ้านมาอย่างเท่ห์ ๆ โดยพ้นผิดและได้ทรัพย์สินคืน ทุกอย่างเลิกแล้วต่อกัน อยากถามคนเสื้อแดงว่าเห็นด้วยหรือไม่กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นใน 1-2 สัปดาห์นี้ เพราะในสัปดาห์หน้าพ.ต.ท.ทักษิณ จะได้กลับบ้าน มีการนิรโทษกรรมให้ทุกคนยกเว้นคนเสื้อแดงที่เสียชีวิต
นายชวนนท์ กล่าวถึงการที่นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธาน นปช. ระบุแม้กฎหมายนิรโทษกรรมจะให้ทุกคนพ้นผิด แต่นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ จะถูกดำเนินคดีที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ เพราะมีการรับเรื่องเข้าสู่การพิจารณาแล้วว่า ไม่เป็นความจริง เพราะจากการตรวจสอบไปที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ พบว่าเป็นเพียงประทับรับเรื่องในฝ่ายธุรการของศาลเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องการหยิบคดีไปพิจารณาแต่อย่างใด และเท่าที่ทราบคดีที่ยื่นโดยบุคคลในลักษณะเดียวกันนี้มีเป็นหมื่นเรื่อง และ 10 ปีที่ผ่านมามีเรื่องเดียวที่ศาลอาญาระหว่างประเทศหยิบขึ้นมาพิจารณา คือคดีที่นายโคฟี่ อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ ยื่นเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในประเทศแถบแอฟริกา ถือว่าเป็นการต้มคนเสื้อแดง



