
สนิมเกิดแต่เนื้อในตน
สนิมเกิดแต่เนื้อในตน : เลียบค่าย โดยอนลัส [email protected]
จนถึงวันนี้ก็ยังไร้เงา พ.ต.อ.พิจิตร กรมประสิทธิ์ ผกก.สภ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร ผู้บงการปล้นรถขนเงินที่สิงห์บุรี
ทั้งที่หลายกระแสว่ากันว่าแกเติบโตจากสายป้องกันปราบปราม ไม่ใช่สายสืบสวนที่คลุกคลีกับสายข่าวทั้งที่ลับและที่แจ้ง น่าจะไปไหนไม่ได้ไกล
แต่หลายคนประเมินความเป็นตำรวจของพ.ต.อ.พิจิตรต่ำเกินไป เพราะถ้าไม่เด่นไม่ดังจริงๆ ก็คงไม่ก้าวย่างขึ้นมาจนถึงตำแหน่ง ผกก.
ยังไม่นับเรื่องสายสัมพันธ์ในเพื่อนร่วมอาชีพ และสายการบังคับบัญชา !?!
คนไทยนั้นเหมือนคนจีนอยู่อย่างหนึ่งคือถือเรื่องความกตัญญูกตเวทิตา ประมาณว่าบุญคุณต้องทดแทน ความแค้นต้องชำระ อาจจะไม่เข้มข้นถึงขนาดนั้น แต่เรื่องการตอบแทนบุญคุณนั้นเป็นเรื่องสำคัญ
เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไรมาก ผมเชื่อว่าในอนาคตข้างหน้า พ.ต.อ.พิจิตรคงถูกจับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือไม่ก็ออกมามอบตัวแก้ต่างข้อกล่าวหา แม้ว่าประเด็นหลังนี้จะเกิดขึ้นยากมากก็ตามที
เรื่องสำคัญยิ่งกว่าอะไรคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ พ.ต.อ.พิจิตร เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการปล้นรถขนเงิน 2 ล้านบาท ?!!
ในชั้นนี้เราอนุมานเอาก่อนนะครับว่า พ.ต.อ.พิจิตรน่าจะผิดจริง เพราะจากพยานหลักฐานที่ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีมีอยู่ จนนำมาสู่การออกหมายจับกุม และการหลบหนีคดีนั้นเองทำให้เชื่อไปในแนวทางนี้
แรกๆ มีการคาดการณ์กันว่า พ.ต.อ.พิจิตรติดการพนันหรือเปล่า ?
ไปหยิบยืมหรือค้ำประกันหนี้ให้ใครหรือไม่ ?
ไม่ว่าจะอย่างไรสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือ หนี้สินก้อนนั้น พ.ต.อ.พิจิตร ไม่อาจปฏิเสธการดำรงอยู่ของหนี้ได้ เหมือนกับปฏิเสธบรรดาพ่อค้าวาณิช
ใครคนนั้นคงมีอิทธิพลมากพอที่จะบีบบังคับให้ตำรวจระดับ ผกก.ลนลานถึงกับตัดสินใจทำในสิ่งโง่เขลาเช่นนี้ได้
ยังไม่เป็นที่ชัดเจนทว่าประเด็นหนึ่งที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงคือ พ.ต.อ.พิจิตร ขาดเงินที่จำต้องนำไปจ่ายให้แก่ใครคนหนึ่ง นัยว่าเป็นค่าตำแหน่ง ค่าเก้าอี้ ผกก.ที่แกนั่งอยู่นั่นแล
พูดกันมานาน พูดกันมาก็มาก การซื้อขายเก้าอี้ ซื้อขายตำแหน่งในวงการสีกากีนั้นยังมีอยู่ นับวันยิ่งหนักข้อ เก้าอี้ทำเลทองบางแห่งมีค่ามากถึง 5-10 ล้านบาท
สตช.เองก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ส่งจเรตำรวจไปสอบสวนก็ไม่พบมูลความผิดสักที ทั้งที่ตำรวจทุกนายก็รู้อยู่แก่ใจ
สนิมเกิดแต่เนื้อในตนฉันใด ความเสื่อมก็เกิดจากตัวบุคลากรใน สตช.เองนั่นแหละ ไม่ต้องโทษใครอื่น ?!!



