
สุดอึ้ง!สัญญาเยียวยาห้ามฟ้องแพ่ง
ญาติสุดอึ้ง เปิดสัญญาเยียวยา "เหยื่อม็อบ" ห้ามฟ้องแพ่ง หากฝ่าฝืนระงับทันที โวยอุบเงียบไม่บอกมาก่อน เผยบางคนสู้คดี 2 ล้าน แต่ต้องรับเยียวยาแค่ 6 แสน ถามเหตุผลนี้หรือไม่ "ยิ่งลักษณ์" ไม่มาเอง "ยงยุทธ"โยนพม.กำหนดเงื่อนไขสัญญา
24พ.ค.2555 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้มอบเงินชดเชยเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมืองนั้น สำหรับใบรับรองการรับเงินเยียวยา ที่เจ้าหน้าที่รัฐเอามาให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมมาเซ็น ถูกเขียนด้วยกระดาษเอสี่เพียงหน้าเดียว มีหัวเป็นตราครุฑ ใจความสำคัญระบุว่า (1) ข้าพเจ้าเป็นผู้ยื่นแบบลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือเยียวยา ด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการให้ความช่วยเหลือเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมสำหรับผู้เสียหายกลุ่มที่ 1 จากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง (พ.ศ.2548 - 2553) (“หลักเกณฑ์เยียวยาผู้เสียหายกลุ่มที่ 1”) ตามเอกสารแนบท้ายนี้ และข้าพเจ้าได้รับเงินเยียวยารวมทั้งสิ้น จำนวน…บาท (……) ซึ่งเป็นเงินเยียวยาสำหรับกรณี (เสียชีวิต/ทุพพลภาพ/สูญเสียอวัยวะสำคัญ/สุญเสียอวัยวะไม่สำคัญ/ได้รับบาดเจ็บสาหัส/ได้รับบาดเจ็บไม่สาหัส/ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย) ตามที่กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์เยียวยาผู้เสียหายกลุ่มที่ 1 ไว้จากภาครัฐโดยครบถ้วนเรียบร้อยแล้วในวันนี้
ที่น่าสนใจคือข้อ 2 ที่มีการเพิ่มเข้ามาอย่างเร่งด่วนในวันที่ 24 พ.ค.นี้ ทำให้ญาติครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบ ถึงกับอึ้งแต่กลับต้องจำใจลงนามในสัญญา ระบุว่า ข้าพเจ้ายินยอมให้ถือว่าสิทธิที่จะได้รับเงินช่วยเหลือหรือชดเชยอื่นๆ จากภาครัฐในความเสียหายอันเกิดจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง (พ.ศ.2548 - 2553) (ตามที่กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์เยียวยาผู้เสียหายกลุ่มที่ 1) เป็นอันระงับสิ้นไป
“ทั้งนี้ไม่ว่าจะจ่ายให้ภายใต้หลักเกณฑ์ใดๆ ของภาครัฐหรือจ่ายภายใต้หลักเกณฑ์ ซึ่งรวมถึงการที่ข้าพเจ้าจะไม่ใช้สิทธิทางศาลเป็นคดีแพ่งเพื่อเรียกร้องเอาค่าเสียหายจากหน่วยงานใดๆ ของภาครัฐสำหรับความเสียหายดังกล่าวด้วย ซึ่งหากข้าพเจ้าได้ใช้สิทธิทางศาลเป็นคดีแพ่งดังกล่าวแล้ว ข้าพเจ้ายินยอมให้ถือว่าสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในคดีดังกล่าวเป็นอันระงับไป”สัญญาข้อ2 ระบุ
นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ อาชีพขับแท็กซี่ ซึ่งสูญเสียนายสมาพันธ์ ศรีเทพ บุตรชายวัย17ปี ที่ซอยรางน้ำ ช่วงความวุ่นวายทางการเมืองเมื่อวันที่15พ.ค. ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางมารับเงินเยียวยาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนักว่า รัฐบาลบอกว่านัดให้มารับเงินเยียวยาตามหลักมนุษยธรรม แต่กลับมีเงื่อนไขต้องถอนฟ้องในทางคดีแพ่งทั้งหมด ซึ่งความความรู้สึกเราคิดว่าน่าจะยังมีสิทธิต่อสู้ในทางกระบวนการยุติธรรมได้ต่อไป แต่มารู้เงื่อนไขนี้ก่อนเซ็นรับเงิน ซึ่งทางคดีแพ่งบางคนได้ฟ้องเรียกความเสียหายแตกต่างกันไป ที่รู้มีตั้งแต่ 8 แสนบาท 1-2ล้านบาท หากจะบอกว่าเป็นเรื่องมนุษยธรรมมันไม่ใช่
คนที่ออกมาต่อสู้แล้วผู้นำครอบครัวต้องตาย เสียขา หรือไม่เหมือนเดิม อย่างผมต้องเสียลูก ให้มาเซ็นเพื่อแลกกับการยุติคดีเป็นการแลกเปลี่ยนกันมันไม่ใช่ ทำไมไม่บอกกันแต่แรก เราจะได้เตรียมตัวตั้งรับพวกที่คิดจะสู้คดีก็สู้ไป พวกที่จะรับก็รับไป บางคนก็นั่งรถมาจาก จ.ยะลา แล้วมาเจอสัญญาที่บังคับให้เซ็น มันโอ้โห จริงๆ นอกจากนี้ได้คุยกับผู้ได้รับผลกระทบฝั่งพันธมิตรฯ เขาก็บอกว่าบางคดีเรื่องไปถึงศาลอุทธรณ์แล้ว แต่เมื่อมาเจออย่างนี้ ก็ไม่รู้ว่ารัฐบาลที่เป็นฝ่ายบริหาร เข้าไปก้าวก่ายกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ เป็นประเด็นที่หลายคน รวมทั้งครอบครัวตน แม่ น.ส.กมนเกด อัคฮาด หรือน้องเกด รับไม่ได้ แต่อีกหลายคนก็รู้สึกเหมือนว่ากู้มาแล้ว เลยต้องจำยอมเซ็นไปก็มี แม้เงิน 7.7ล้านบาทจะมากกว่า แต่ก็ต้องยอมเซ็นเพื่อให้จำยอมคดี ก็แปลกๆ เหมือนถูกเรียกไปยิงซ้ำอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนหน้าไม่ได้รู้เงื่อนไขนี้เลยใช่หรือไม่ นายพันธศักดิ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงหดหู่ว่า ไม่ได้บอก บอกว่าจะมีการเยียวยาพี่น้องจากเหตุการณ์ สุดท้ายคุณกลับมีเงื่อนไขในวันที่จะได้รับการเยียวยา อย่างนี้มันรู้สึก ถ้าบอกเงื่อนไขนี้แต่แรก พวกที่จะสู้ทางคดีจะได้สู้ต่อไป ถ้ารู้ว่าจะรับเงินแล้วเลิกคดีนะ ก็จะได้ไม่รับ มันตลกๆ บางคนที่รู้ คนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ เขาเสียค่าสู้คดีไปแล้ว 2 ล้านบาท แต่ได้รับเงินเยียวยาเพียง 6แสนบาท ซึ่งดูแล้วตัวตนคุณไม่จริงใจ เลยออกมาแบบนี้ ไม่ได้นึกถึงหัวจิต หัวใจมนุษย์ที่สูญเสียญาติพี่น้องที่ตายเลย เป็นเรื่องที่ญาติหลายๆคนคงเจ็บใจ
ผู้สื่อข่าวถามว่าเท่าที่คุยกับคนที่มีความรู้สึกเหมือนกัน จะทำอย่างไรต่อไป นายพันธ์ศักดิ์กล่าวว่า รับแล้ว ทางคดีแพ่งคงจะต้องระงับไป แต่ถ้าเราหัวหมอหน่อย ไม่ยอมหาช่องกฎหมายต่อแล้วศาลเล่นด้วยก็คงจะดำเนินการต่อ
“ทำให้นึกถึงทฤษฎีสมคบคิด สิ่งที่ทักษิณเคยโฟนอินมามันอยู่ในหัวเลย เมื่อstoryมาทางนี้แล้ว เหมือนกับเราอ่านซ้อ 7 ทักษิณ (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) โฟนอินที่ไหนไม่รู้บอกตอนนั้นไม่เกิน 3 เดือนจะต้องจ่ายเงินเยียวยา ปลายปีเขาก็จะได้กลับบ้าน โอ้โห มากันเป็นทอดๆเลย มันแปลกๆทักษิณโฟนอิน โดยครม.อนุมัติในหลักการเยียวยามาแล้ว ทักษิณค่อยพูด จากนั้นก็มีงานอนุมัติงบประมาณให้สั่งจ่าย ”
เมื่อถามว่ารู้สึกว่าเหมือนกับถูกหักหรือไม่ นายพันธ์ศักดิ์กล่าวว่า ตอนที่นั่งอยู่ในห้อง ฝั่งโน้นเป็นนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม แล้วฝั่งตน มีครอบครัวแม่น้องเกด และญาติ ไม่รู้ทำไมทำให้ตนรู้สึกถึงพ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินบอกให้แม่น้องเกดต้องเสียสละ ก็ไม่รู้ลอยขึ้นมาเลย ถ้ามีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนจะเป็นแบบนี้ เราจะได้ตั้งสติได้ว่าจะสู้ทางคดีต่อไปหรือไม่ วันนี้เลยเข้าใจอารมณ์แม่น้องเกดช่วงที่เข้าไปหารือกับนายยงยุทธเลย เหมือนกับปิดประตูตีแมว โดยเป้าทั้งหมดพุ่งมาที่แม่น้องเกด ไม่รู้จะเป็นด้วยสาเหตุนี้หรือเปล่าทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไม่กล้าเดินทางมามอบเงินให้ครอบครัวญาติผู้สูญเสียด้วยตัวเอง
ทั้งนี้นายพันธ์ศักดิ์พร้อมภรรยา ยังได้แสดงเช็กเงินสดและเอกสารและเงื่อนไขในการใช้สิทธิรับเงินเยียวยาด้านการเงินตามหลักมนุษยธรรมกับธนาคารออมสิน โดยเงื่อนไขข้อ3น่าสนใจ ระบุถึงการถอนเงิน ผู้บรรลุนิติภาวะ(อายุ20ปีบริบูรณ์) ได้รับสลากออมสิน จะถอนได้เมื่อครบ3เดือนนับจากวันฝาก ไม่สามารถถอนก่อนครบ 3 เดือนได้
นายพันธ์ศักดิ์กล่าวอีกว่า เท่าที่ทราบคดีที่มีการฟ้องศาลแพ่ง 96 สำนวน โดยมี 93 สำนวน ที่มีทีมทนายจากบ้าน 111 ดำเนินการให้ แต่มี 3 สำนวนที่ศาลได้นัดไต่สวนในวันที่ 10 มิ.ย. ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นคดีของตน ส่วนคดีแม่น้องเกดมีการใช้ทีมทนายจากสมาคมทนายความ มีการเรียกค่าเสียหายไม่ต่างจากคดีตนเท่าไหร่ แต่คิดว่ามันก็คงต้องยุติ และที่รู้ว่าทีมทนายบ้าน111ก็กำลังทยอยขอให้ถอนฟ้องไปเช่นกัน
"ยงยุทธ"โยนพม.กำหนดเงื่อนไขสัญญา
นายยงยุทธ กล่าวในรายงานคมชัดลึกตอนเงินเยียวยา...ขาดกฎหมายรองรับ ? /เงินเยียวยา...จ่ายแล้วจบ ? ทางเนชั่นทีวีว่า ได้คุยกับแม่น้องเกดและพ่อของน้องอีกคนก็เข้าใจแล้ว ส่วนที่ระบุว่าเมื่อรับเงินเยียวยาไปแล้วการฟ้องทางแพ่งต้องระงับไปนั้น เพราะต้องรักษาสิทธิ์ผลประโยชน์ประชาชน และรักษาเกียรติของผู้ที่มารับเงินเยียวยา ซึ่งรายละเอียดที่กำหนดเป็นเรื่องของ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) คิดขึ้นมา และทุกคนก็เข้าใจแต่เมื่อลงนามและรับเงินไปแล้วก็เป็นความพึงพอใจระดับหนึ่ง ส่วนจะมีความรู้สึกอย่างไรนั้นก็ต้องแสดงไปเป็นเรื่องธรรมดา
"ส่วนจะถือเป็นการริดรอนสิทธิ์ของผู้ที่รับเงินไปแล้วหรือไม่นั้น ต้องอย่าลืมว่าสิ่งต่างๆ เป็นเงินภาษีอากรของประชาชน ดังนั้นจึงต้องระมัดระวัง เพราะทางแพ่งเป็นการเรียกร้องค่าเสียหาย และรัฐบาลก็จ่ายให้แล้ว แต่การฟ้องร้องคดีอาญาเป็นความผิดแผ่นดิน เราไม่ได้ห้าม ต้องแยกให้ออกที่เราให้ท่านทั้งหลายลงนามว่าไปเรียกทางแพ่งอีกไม่ได้ เพราะไม่มีราชการที่ไหนจะเสียให้สองรอบ ไม่มีที่ไหนในโลกทำกัน" นายยงยุทธ กล่าวและว่า
ทั้งนี้ คอป.ระบุว่า การเยียวยาบุคคลผู้สูญเสียทางการเมืองจะใช้กฎหมายเยียวยาไม่ได้และต้องเยียวยาโดยเร็ว แล้วจะให้รัฐบาลทำอย่างไร แต่มาต่างที่วงเงินที่คอป.ให้ 3 ล้าน แต่เราไม่ได้คิดอย่างนั้น ทั้งนี้ใน 500 กว่ารายที่รับเงินเยียวยา มี 2 รายที่มีปัญหา หากผู้ที่รับเงินแล้วไม่พอใจก็มีขั้นตอน แต่เมื่อรับเงินไปแล้วอย่าพยายามขยายประเด็น เมื่อขุดคุ้ยขึ้นมาแล้วทำให้ไม่สงบก็ไม่ควรทำ
ด้านรศ.ดร.เดชา สังขวรรณ คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ตัวคดีความต่างๆ ที่ได้มาจากข้อเท็จจริง รัฐจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนเรื่องคดีอาญาก็ยังดำเนินการไป ผู้ที่ได้รับผลกระทบก็ต้องได้รับเยียวยาในระดับหนึ่ง
ส่วนการเยียวยาระยะยาวต้องเป็นโครงการใหญ่ที่ต้องดูว่ามีผู้บาดเจ็บมากน้อยแค่ไหน รวมถึงผู้ที่เสียหายทางด้านทรัพย์สิน ก็ต้องดูว่าจะต้องชดเชยอย่างไร หากเป็นผู้ที่ร่วมชุมนุมและก่อเหตุการเยียวยาก็ต้องมี แต่ผลทางคดีก็ต้องว่ากันไป กรอบในการทำงานของคอป.คือตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. - 19 พ.ค.2553 และหลังจากเหตุการณ์แล้วการเยียวยาเบื้องต้นหากไม่มีกฎหมายรองรับจะไม่ได้ การเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ คนที่มีส่วนร่วมก่อเหตุเช่น เผารถน้ำมัน เราก็ต้องเยียวยา แต่ที่ไปก่อเหตุก็ต้องดำเนินการ ความผิดไม่ได้หายไป การเยียวยาคือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ หลักการคือนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาเป็นอุทธาหรณ์ว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก
นโยบายรถคันแรกเหลวขอคืนเงินกว่า4หมื่น
นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง กล่าวถึงกรณีที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ระบุไม่จำเป็นต้องขยายระยะเวลา โครงการรถยนต์คันแรกออกไปว่า เป็นนโยบายที่ให้ประชาชนไปแล้ว จะเข้าร่วมหรือไม่ถือเป็นสิทธิของประชาชน แต่ปัจจุบันมีผู้มาลงทะเบียนขอคืนเงินในโครงการรถคันแรกกว่า 40,000 ราย จากเป้า 500,000 ราย แต่จะยังติดตามสถานการณ์อีก 2 เดือน โดยน่าจะมีบทสรุปภายในเดือนกรกฎาคมนี้ว่า จะขยายโครงการออกไปอีกหรือไม่" นายทนุศักดิ์ กล่าว
รมชงคลัง กล่าวถึงการสรรหาผู้อำนวยการ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลว่า ขณะนี้ได้ผู้สมัครแล้ว 7 ราย เป็นคนนอกทั้งหมด ซึ่งหลังจากนี้คณะกรรมการสรรหาจะพิจารณา พร้อมกับทำความเข้าใจกับสหภาพแรงงานไปด้วย ส่วนตำแหน่งใหม่ของนายสมชาติ วงศ์วัฒนศานต์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ ขณะนี้เสนอไปแล้ว ซึ่งรอการพิจารณาและตอบรับกลับมา



