
จับอีก!9ชาวจีนแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ตำรวจสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง บุกจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ยึดห้องเช่า กลางเมืองโคราชเป็นฐานปฏิบัติการ ได้ผู้ต้องหา 9 คน ทั้งหมดให้การปฏิเสธ อ้างทำธุรกิจส่งออกผลไม้ไทยกลับประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 24 พ.ค. 55 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการบริหารกองต่างด้าว กองกำกับการตรวจคนเข้าเมือง 4 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้นำหมายศาลบุกเข้าตรวจค้นภายในหอพักไม่มี ชื่อเลขที่ 1103 หมู่ 1 ซอยบุญวัฒนา 7 ตำบลหัวทะเล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา หลังจากสืบทราบว่า หอพักดังกล่าวมีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนแอบมาเช่าพักอาศัย ซึ่งจากการตรวจค้นบริเวณห้องพักชั้นล่างพบชายหญิงชาวจีนจำนวน 9 คน แยกเป็นชาย 6 คน และหญิง 3 คน แต่ละคนอายุระหว่าง 19-31 ปี ซึ่งทุกคนกำลังใช้เครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ภายในห้องพัก โดยมีนายจาง เสี่ยว เฉิน อายุ 31 ปี เป็นหัวหน้าทีม
จากการตรวจสอบพบว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 9 เครื่อง ทุกเครื่องมีหูฟัง และไมโครโฟนเพื่อใช้พูดคุยโทรศัพท์หลอกเหยื่อ นอกจากนี้ห้องด้านข้างยังพบเครื่องปั่นไฟ ตู้เย็น 2 ตู้ ภายในตู้เย็นทุกตู้เก็บเสบียงอาหารมากมายหลายชนิด สามารถใช้เลี้ยงคนได้นานนับเดือน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบพาสปอร์ตชาวจีนทั้งหมดพบว่าทุกคนมีพาสปอร์ตเดินทางเข้าออกประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยบางคนถือพาสปอร์ตนักท่องเที่ยว และบางคนถือพาสปอร์ตนักศึกษา
ทั้งนี้จากแนวทางการสืบสวนตำรวจทราบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนแก๊งนี้มาเช่าหอพักนี้อยู่นานกว่า 2 เดือนแล้ว ซึ่งทั้งหมดเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์ไปหลอกเอาเงินเหยื่อที่ประเทศจีน ซึ่งตำรวจกำลังประสานไปยังสถานทูตจีนเพื่อตรวจสอบประวัติ แต่เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว แต่ประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต
ซึ่งต่อมาพลตำรวจโทภาณุ เกิดลาภผล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้เดินทางไปตรวจสอบยังสถานที่เกิดเหตุ และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพยานหลักฐานต่าง ๆ อย่างรัดกุม โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ที่ยึดได้ทั้งหมด เพื่อใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์แก๊งนี้
พลตำรวจโทภาณุ เกิดลาภผล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประสานงานกับทางเจ้าที่กองกำกับการตรวจคนเข้าเมืองฯ หลังจากที่มีการสืบทราบว่ามีกลุ่มชาวจีนเข้ามาพักอาศัยอยู่ในเขตตำบลหัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา มาเป็นพิเศษและมีพฤติกรรมการอยู่อาศัยกับเป็นกลุ่ม จึงได้แฝงตัวทำสืบในพื้นที่กระทั่งทราบว่ามีพฤติกรรมต้องสงสัยว่ามีการรวมกลุ่มเพื่อดำเนินการสิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งอาจจะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายจึงขออนุมัติหมายศาลเพื่อเข้าทำการตรวจค้น และพบว่ามีการดำเนินการซึ่งเชื่อได้ว่าน่าจะเป็นการใช้สื่อออนไลน์หลอกลวงประชาชน
เบื้องต้นคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นการหลอกลวงประชาชนในประเทศของตนเองเนื่องจากเวปไซต์ที่ใช้ในการติดต่อผ่านโลกออนไลน์นั้นเป็นภาษาจีนทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าได้รวมกลุ่มกันทำธุรกิจส่งออกผลไม้จากไทยไปยังประเทศของตนเอง เท่านั้นไม่ได้ตั้งเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตามที่ถูกกล่าวหา แต่อย่างไรก็ดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมั่นใจว่าผู้ต้องหาจะต้องกระทำความผิดตามที่สันนิษฐานไว้ เพราะอุปกรณ์การทำงานต่าง ๆ เป็นตัวฟ้อง ประกอบกับก่อนหน้านี้มีการจับกุมแก๊งเหล่านี้ได้บ่อยครั้งตามเมืองใหญ่หลายแห่งของประเทศ ซึ่งคาดการณ์ว่ากลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้น่าจะหลีกเลี่ยงจุดเสี่ยงที่เคยถูกจับกุมเข้ามาแฝงตัวยังพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา
โดยจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจะควบคุมตัวไปสอบสวนโดยละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะส่งตัวไปให้หน่วยสอบสวนกลางสอบส่วนอีกทอด ประสานไปยังทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้ติดต่อทางสถานทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีนเพื่อให้ตรวจสอบประวัติกลุ่มคนร้ายทั้งหมดโดยละเอียดอีกครั้ง ซึ่งหากพบว่ามีการกระทำความในประเทศจีนก็จะส่งตัวให้ทางการจีนควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฏหมายของจีนต่อไป
----------
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)
----------



