ข่าว

'อภิชาต'แย้มไม่ผิดรับเงินช่วยปชช.ช่วงวิกฤติ

'อภิชาต'แย้มไม่ผิดรับเงินช่วยปชช.ช่วงวิกฤติ

24 พ.ค. 2555

"อภิชาต" ปัดดองเรื่อง ปชป. รับเงิน "อีสวอเตอร์" แย้มพรรคการเมืองเป็นตัวกลางรับบริจาคช่วยเหลือปชช.ช่วงวิกฤติถือว่าไม่ผิด

              24พ.ค.2555 นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  กล่าวถึงกรณีคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว.สรรหา ที่ให้นายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบพรรคประชาธิปัตย์รับเงินบริจาค 1 ล้านบาท จากบริษัทอีสวอเตอร์ จำกัด มหาชนว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ.2555 และได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไต่สวนแล้ว ดังนั้นจึงต้องรอคณะกรรมการไต่สวนสรุปผลก่อนว่า จะเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่

              แต่ที่มีการพูดกันว่า 4 เดือนแล้วทำไมเรื่องไม่คืบนั้น ต้องขอชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวมีกระบวนการขั้นตอน เบื้องต้นเรื่องนี้ไปอยู่ที่กิจการพรรคการเมือง ที่นางสดศรี สัตยธรรม เป็นผู้ดูแล จากนั้นเรื่องก็มาถึงตนในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตามลำดับซึ่งไม่มีมีระยะเวลากำหนดไว้ แต่จะเร่งรัดให้เร็ว ยืนยันว่าจะไม่ช้า ถ้าหากเรื่องเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย เช่น หน่วยงานของรัฐเอาเงินมาให้พรรคการเมือง แบบนี้ผิดกฎหมายแน่ อย่างเช่นบริษัทอีสวอเตอร์ที่รัฐบาลถือหุ้นใหญ่อยู่ว่าจะเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ก็ต้องไปตรวจสอบดูก่อน เพราะฉะนั้นตอนนี้ยังออกความเห็นไม่ได้ว่าเรื่องจะเป็นอย่างไร

              “เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่หน้าที่ของนายทะเบียนเพียงอย่างเดียว ที่จะต้องมีความเห็นอาจต้องเข้าที่ประชุมกกต.ให้ลงมติก็ได้ ขึ้นอยู่กับกฎหมายไม่ใช่ว่าทุกเรื่องจะมาอยู่ที่นายทะเบียนพรรคการเมืองทั้งหมด แม้ว่าจะเป็นเรื่องของการยุบพรรคก็ตาม แต่ทั้งนี้ต้องรอความเห็นจากคณะกรรมการไต่สวนสรุปผลมาก่อนว่าจะเป็นอย่างไร ต้องให้นายทะเบียนพรรคการเมืองมีความเห็นในเรื่องนี้ก่อนเข้าที่ประชุมกกต.หรือไม่ หรือให้เป็นความเห็นของกกต.ทั้งคณะ ขอให้อดใจรออีกนิดไม่ช้า”นายอภิชาต กล่าว

                เมื่อถามว่า กรณีนี้จะเทียบเคียงได้กับการบริจาคเงินของบริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด หรือไม่ นายอภิชาต กล่าวว่า คงไม่น่าจะเทีย[เคียงกันได้ ซึ่งหากการบริจาคเงินในครั้งนี้เป็นการบริจาคผ่านพรรคการเมืองเพื่อนำไปช่วยเหลือน้ำท่วม ส่วนตัวในฐานะกกต.คนหนึ่ง ไม่น่าจะผิดอะไร อย่างที่เคยมีมติกันในที่ประชุมกกต.เมื่อคราวที่เกิดวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ กกต.ได้เคยมีมติว่า การบริจาคเงินผ่านส.ส.เพื่อบริจาคให้ผู้ประสบภัยก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องต้องห้าม แต่หากเป็นการรับเข้าพรรคเพื่อเป็นการบำรุงพรรคการเมืองอย่างนี้ไม่ได้

                "ตอนน้ำท่วมเราก็เห็นแล้วว่า ส.ส.ลงพื้นที่ก็จะมีคนมาบริจาคผ่าน ส.ส. ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย ที่ไปรับบริจาคมาจากทั่วประเทศมาช่วยเหลือประชาชนในภาคกลางก็ถือว่าเป็นเงินผ่านมาเป็นคนกลางเท่านั้นไม่ต้องลงบัญชีพรรคอะไร ทุกพรรคก็ได้ประโยชน์เหมือนกันไม่ใช่เพียงพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ประโยชน์ ผมไม่ได้มาแก้ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ แต่ว่าพรรคๆไหนก็ตามไปรับเงินมาเพื่อนำไปส่งต่อให้กับประชาชนก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ผิด" ประธานกกต. กล่าว

 

“พร้อมพงศ์”ข้องใจอาจมีอีกหลายบริษัท

              นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นการชี้แจงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แล้วต้องบอกว่าฟังไม่ขึ้น เพราะการบริจาคเงินดังกล่าวน่าจะทำโดยตรงไปยังรัฐบาล ไม่จำเป็นต้องผ่านพรรคประชาธิปัตย์ และทำไมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ต้องไปเปิดบัญชีช่วยเหลือผู้ประสบภัยในนามพรรคประชาธิปัตย์เป็นการเฉพาะด้วย การโอนเงินเข้าบัญชีที่พรรคประชาธิปัตย์เปิดขึ้นนั้นอาจไม่ได้มีเพียงแค่บริษัท อีส วอเตอร์ เพียงบริษัทเดียว น่าจะมีมากกว่านั้นใช่หรือไม่

              ดังนั้น จึงตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีการอ้างเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแล้วนำเงินไปใช้ประโยชน์อื่นใด หรือเป็นลักษณะวัดครึ่งกรรมการครึ่งหรือไม่ ทั้งนี้ จะเดินหน้าตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไปว่ามีบริษัทที่เกี่ยวข้องกี่บริษัท และยอดเงินที่ผ่านบัญชีทั้งหมดนั้นเป็นจำนวนเท่าไหร่ ตลอดจนมีการส่งยอดให้กับรัฐบาลครบถ้วนหรือไม่ด้วย อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นอยากให้นายอภิสิทธิ์นำหลักฐานมาชี้แจงด้วย